วันอาทิตย์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2556

กลุ่มเขาสัตว์แกะสลัก : งานทำมือที่ไม่เหมือนใคร


สวัสดีครับ แฟนๆ คอลัมน์ OTOP แปดริ้วทุกท่าน วันนี้ผมนำเรื่องของกลุ่มเขาสัตว์แกะสลักมาเล่าให้ฟังครับ กลุ่มนี้เขาอยู่ที่ตำบลบางขวัญ อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา เป็น OTOP ของแปดริ้วที่น่าภาคภูมิใจอีกกลุ่มหนึ่ง เพราะสามารถสร้างกิจการยั่งยืนมาช้านาน กว่า 10 ปี สมาชิกกลุ่มมีรายได้มั่นคงพึ่งตนเองได้ ผลิตภัณฑ์ก็เป็นที่ต้องการของลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ ที่สำคัญเคยมีต่างประเทศติดต่อให้ไปสอนถึงญี่ปุ่น อเมริกา ให้จ้างเป็นแสนเชียวนะครับ...
ภูมิปัญญาเป็นมรดกตกทอด... คุณสมนึก แย้มพุชชง ประธานกลุ่มฯ เล่าให้ฟังว่า เมื่อสมัยเด็ก ครอบครัวมีฐานะยากจน ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ซึ่งเห็นว่าไม่สามารถทำให้มีรายได้เพียงพอแก่ค่าใช้จ่ายในครอบครัวได้ จึงได้นำเขาควายที่เหลือทิ้งจากงานบุญต่างๆ มาแกะสลัก เพื่อหารายได้เสริม โดยได้นำความรู้ด้านแกะสลักมาจากรุ่นพ่อแม่...
งานชิ้นแรกแกะสลักเขาคู่เป็นรูปเรือใบ... ต่อมาพัฒนาเป็นรูปสัตว์ต่าง ๆ เช่น เสือ ช้าง ม้า ปลา นก เป็นต้น และพัฒนามาเรื่อย ๆ จากของประดับตกแต่งของที่ระลึกเป็นของใช้ เช่น ช้อน กำไล หวี ไม้เกาหลัง ระยะหลังมีการคิดประดิษฐ์นำลูกไม้ ลูกปัดมาผสมผสานให้เกิดรูปแบบต่างๆ เพื่อเสนอลูกค้า จนเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ
เพิ่มมูลค่าให้กับของไร้ค่าเหลือใช้... เขาสัตว์แกะสลัก เป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากสิ่งของเหลือใช้ ซึ่งบางคนเห็นว่าไร้ค่าแล้ว โดยเขาควายดำที่นำมาทำผลิตภัณฑ์ ราคาเพียงกิโลกรัมละ 12 บาท เท่านั้น ส่วนเขาควายเผือก จะมีราคากิโลกรัมละ 150 บาท แต่หลังนำมาผ่านกระบวนการผลิตตามขั้นตอนแล้วจะเกิดความสวยงามมาก มีมูลค่าสูงถึง 35 – 10,000 บาท เลยทีเดียว
ขั้นตอนการผลิตไม่ยุ่งยาก แต่แตกต่างกันที่ฝีมือแกะสลัก ขั้นตอนของการทำเขาสัตว์แกะสลักมีดังนี้ ขั้นตอนแรกให้นำเขาควายหรือเขาวัวมาตัดโคนทิ้ง จากนั้นให้ลบรอยกระพี้เขาออกด้วยหินเจียและสักหลาด ขัดผิวให้เรียบด้วยกระดาษทราย ขัดเงาด้วยลูกผ้าและไขมัน ต่อจากนั้นนำมาแกะลายต่าง ๆ ด้วยมือโดยใช้ใบเลื่อยเก่ามาทำเป็นสิ่ว เสร็จแล้วเคลือบด้วยไฮรโดรเย่น ต่อด้วยการประกอบฐานไม้ หรือตกแต่งลูกไม้ ลูกปัด ก็จะได้ชิ้นงานที่สวยงามตามความต้องการ
เทคนิคหรือเคล็ดลับ... ในการทำผลิตภัณฑ์เขาสัตว์แกะสลัก จะต้องอาศัยประสบการณ์ ความชำนาญ และจินตนาการส่วนตัว  เนื่องจากไม่มีการสร้างแบบ หรือวาดแบบแต่อย่างใด
จุดเด่นของผลิตภัณฑ์ เขาสัตว์แกะสลักเป็นผลิตภัณฑ์ที่แกะลายด้วยมือ (ซึ่งปัจจุบันหาได้ยาก) โดยช่างแกะสลักผู้ชำนาญงาน  มีความสวยงาม คงทน มีประโยชน์หลายอย่าง อาทิ
·       ประเภทประดับตกแต่งบ้านหรือสำนักงาน เช่น เขาควายคู่แกะสลักลายเสือ นก มังกร อินทรีย์ ช้าง เป็นต้น
·       ประเภทเครื่องประดับและของที่ระลึก เช่น พวงกุญแจ ปิ่นปักผม กำไลข้อมือ เต่า ปลาเงิน ปลาทอง นก เป็นต้น
·       ประเภทของใช้ เช่น ช้อน หวี อุปกรณ์นวดหน้า นวดตัว ไม้เกาหลัง เป็นต้น ซึ่งกลุ่มลูกค้าก็จะมีต่างแตกกันไปตามความชอบ ตั้งแต่รุ่นเด็กจนถึงผู้สูงอายุ...
ปัจจุบันมีการรวมกลุ่มของชาวบ้านที่ว่างจากการทำนา... โดยสมาชิกส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านในตำบลบางขวัญและตำบลใกล้เคียง จำนวน 20 คน ทำให้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประสบการณ์และการเรียนรู้กว้างขวางขึ้น จนเกิดรูปแบบใหม่ๆ ตามมา ขณะนี้สมาชิกมีกำลังการผลิตอยู่ที่ประมาณ 1,000 - 2,000 ชิ้น ต่อเดือน แล้วแต่ขนาดและความยากง่ายของผลิตภัณฑ์ ส่วนการดำเนินงานของกลุ่มนั้น เขามีการแบ่งรายได้กันตามชิ้นงานที่ทำ มีการจัดสวัสดิการกู้ยืมเงินให้กับสมาชิก และมีการระดมหุ้นจากสมาชิกเพื่อนำมาเป็นทุนหมุนเวียนของกลุ่ม
สิ่งที่ภาคภูมิใจของกลุ่มนี้... คือ การได้ทำงานในสิ่งที่พวกเขารัก มีการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการทำนา  และที่สำคัญพวกเขาภูมิใจที่ได้เป็นครูถ่ายทอดภูมิปัญญาไปยังคนรุ่นหลัง ให้แก่เด็ก นักเรียน นักศึกษา และผู้ที่สนใจโดยทั่วไป ภูมิปัญญาเหล่านี้เขาตั้งใจเก็บไว้ให้คนไทยครับ เมื่อปีก่อนพวกเขาเคยได้รับการติดต่อจากนักธุรกิจชาวอเมริกาและญี่ปุ่น ให้ไปเป็นครูสอนแกะสลักเขาสัตว์ที่นั่น โดยให้เงินตอบแทนนับแสนบาท แต่พวกเขาปฏิเสธไป เพราะเห็นว่าการที่ภูมิปัญญาถูกถ่ายทอดให้กับชาวต่างชาตินั้นน่าจะได้ไม่คุ้มเสีย
แหล่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์ หากสนใจผลิตภัณฑ์ของกลุ่มเขาสัตว์แกะสลักตำบลบางขวัญ ติดต่อสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ได้ที่ 1) กลุ่มเขาสัตว์แกะสลัก เลขที่ 49 บ้านชวดตาสี หมู่ 7 ตำบลบางขวัญ อำเภอเมือง ฯ  จังหวัดฉะเชิงเทรา  24000 ติดต่อคุณทิวาวรรณ (เวียง) แย้มพุชชง โทร 081-2998336 ได้ทุกวัน 2) ศูนย์การค้าเจ เจ มอลล์ ชั้น G ห้อง 168 หรือ 3) ตลาดน้ำบางคล้า (เฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์)
ขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่... กลุ่มเขาสัตว์แกะสลัก เลขที่ 49 บ้านชวดตาสี หมู่ 7 ตำบลบางขวัญ อำเภอเมือง ฯ  จังหวัดฉะเชิงเทรา  24000 โทร 081-2998336 หรือที่สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดฉะเชิงเทรา โทร 038-511239 ยินดีรับใช้ครับ...

วันศุกร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

หมู่บ้านเกษตรกรรมหนองหว้า : หมู่บ้านนี้เป็นบริษัท



วันนี้ผมจะพาไปรู้จักกับหมู่บ้านที่ชาวบ้านเขารวมตัวกันตั้งเป็นบริษัทครับ เคยเห็นไหมครับ จากข้อมูลที่เขาบอกผม เขาบอกว่ามีแห่งเดียวในประเทศไทยเชียวนะครับ อยากให้มาดูงานกัน...หมู่บ้านที่ว่านี้ คือ หมู่บ้านเกษตรกรรมหนองหว้า หมู่ที่ 3 ตำบลบ้านซ่อง อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา...
โครงการหมู่บ้านเกษตรกรรมหนองหว้า... เริ่มก่อตั้งขึ้นในปี 2550 สืบเนื่องมาจากแนวคิดของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่ต้องการเห็นความร่วมมือกันของ ทุกภาคส่วนในการยกระดับศักยภาพเกษตรกรไทยสู่การทำอาชีพเกษตรเชิงธุรกิจเป็นอาชีพหลัก เพื่อให้เกษตรกรมีอาชีพที่มั่นคง รายได้ที่แน่นอน และมีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

รูปแบบการดำเนินงาน... มีลักษณะเป็นโครงการ 4 ประสาน ประกอบด้วย ส่วนราชการ โดยกระทรวงมหาดไทย ได้มอบหมายให้อำเภอพนมสารคามพัฒนาระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานและคัดเลือกเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ เกษตรกร ทั้งที่อยู่ในพื้นที่เดิมและพื้นที่อื่น มีฐานะยากจนและไร้ที่ดินทำกิน เข้าร่วมโครงการ 50 ครอบครัว สถาบันการเงิน โดยธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาพนมสารคาม สนับสนุนเงินลงทุนในรูปแบบสินเชื่อ และ ธุรกิจเอกชน โดยเครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้รวบรวมพื้นที่เป็นแปลงขนาดใหญ่ จำนวน 1,253 ไร่ นำมาจัดสรรเป็นที่ดินทำกินให้แก่เกษตรกร และมอบหมายให้ บริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF รับผิดชอบ บริหารโครงการส่งเสริมอาชีพเลี้ยงสุกรเชิงธุรกิจแก่เกษตรกรโดยเริ่มจากระดับง่ายแล้วค่อยๆ พัฒนาสู่ระดับที่ก้าวหน้าและทันสมัยขึ้น และรับความเสี่ยงจากราคาตลาดที่ผันผวนด้วยการประกันราคา รับซื้อลูกสุกรจากเกษตรกร
โครงการระยะแรก... ดำเนินแล้วเสร็จสามารถรับเกษตรกรเข้าพักอาศัยและเริ่มประกอบอาชีพเลี้ยงสุกรได้ตั้งแต่เดือนมกราคม 2521 โดยให้เกษตรกรแต่ละครอบครัวได้รับมอบบ้านพักอาศัย 1 หลัง โรงเรือนสุกรพันธุ์ 1 หลัง ขนาดบรรจุ 30 แม่พันธุ์ พร้อมที่ดินเพื่อการเพาะปลูก รวม 24 ไร่

และเพื่อให้เกษตรกรแต่ละครอบครัว... มีรายได้เพียงพอต่อการชำระคืนสินเชื่อให้กับสถาบันการเงิน ขณะเดียวกันยังต้องพอเพียงใช้จ่ายในการดำเนินชีวิตได้อย่างต่อเนื่องและเหมาะสม โครงการจึงจัดให้มีทั้งอาชีพหลักเพื่อเป็นรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืน พร้อมอาชีพรองและอาชีพเสริมให้เลือกทำได้ตามความถนัด
จากความขยันขันแข็งและความอุตสาหะ... ระยะเวลาเพียง 10 ปี เกษตรกรสามารถชำระคืนสินเชื่อได้ทั้งหมด ได้รับบ้านพักอาศัย โรงเรือนสุกรพันธุ์และที่ดินทำกิน 24 ไร่ มาเป็นกรรมสิทธิ์โดยสมบูรณ์จากนั้นเกษตรกรได้ร่วมกันจัดตั้งเป็นนิติบุคคลในนาม บริษัท หมู่บ้านเกษตรกรรมหนองหว้า จำกัด ขึ้นในปี 2530 ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 1 ล้านบาท มีเกษตรกรทั้ง 50 ครอบครัวเป็นเจ้าของและผู้ถือหุ้น และคัดเลือกเกษตรกรด้วยกันมาเป็นตัวแทนในการบริหารบริษัท
นอกจากนี้... เกษตรกรแต่ละรายสามารถขอสินเชื่อเพื่อขยายการเลี้ยงแม่พันธุ์สุกรเพิ่มขึ้นจาก 30 แม่ เป็น 100 700 แม่ ตามกำลังความสามารถของแต่ละครอบครัว

ปัจจุบัน... เกษตรกรในโครงการหมู่บ้านเกษตรกรรมหนองหว้าสามารถพลิกผันตัวเอง จากเกษตรกรยากจน ไร้ที่ดินทำกิน และปราศจากอาชีพที่มั่นคงมาเป็นเกษตรกรผู้ประกอบอาชีพเกษตรเชิงธุรกิจที่กลุ่มเกษตรกรร่วมกันบริหารจัดการธุรกิจ มีที่ดินทำกินเป็นของตนเอง มีอาชีพที่มั่นคง รายได้แน่นอนวางแผนการดำเนินชีวิตเป็น บุตรหลานได้รับการศึกษาที่ดี เป็นอนาคตที่มั่นคงที่สำคัญสามารถสืบทอดอาชีพและทรัพย์สินสู่ลูกหลานต่อไป
จุดเด่นของหมู่บ้าน คือ การส่งเสริมการเลี้ยงสุกรแม่พันธุ์เพื่อผลิตลูกสุกรจำหน่ายให้กับโครงการในราคาประกัน ด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัยแบบเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมพร้อมกับนำความรู้ทางวิชาการมาใช้เพื่อประสิทธิภาพในการผลิตลูกสุกร อาทิ

โรงเรือนปิดระบบปรับอากาศด้วยการระเหยของน้ำ... ที่มีอุปกรณ์อัตโนมัติ ควบคุมอุณหภูมิภายในโรงเรือนให้ตรงตามความต้องการของแม่สุกรช่วยเพื่อประสิทธิภาพการผลิตให้ดีขึ้น ทั้งด้านการเจริญเติบโต และสุขภาพของสุกร

การผสมเทียม... ช่วยให้แม่สุกรได้รับน้ำเชื้อจากพ่อสุกรพันธุ์ดี เพิ่มอัตราการผสมติดสูงขึ้นได้ผลผลิตลูกสุกรตรงตามความต้องการของตลาด
นอกจากนี้ ยังมีโครงการที่หมู่บ้านริเริ่มขึ้นอีกมากมาย เช่น
โครงการเพิ่มผลผลิต เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตสุกรให้มีคุณภาพ เป็นที่ยอมรับของลูกค้า โดยนำนวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้เพื่อความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจและการเงินของเกษตรกร
โครงการกีฬาต้านยาเสพติด เพื่อสุขภาพที่ดี เพื่อสร้างเสริมความสัมพันธ์ ส่งเสริมสนับสนุน สร้างจิตสำนึกให้เกษตรกรและเยาวชนรักการออกกำลังกาย เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญา และสังคมให้ห่างไกลจากยาเสพติด ตลอดจนอบายมุขต่างๆ
โครงการสายใยรักชุมชน เพื่อสร้างสัมพันธ์อันดีระหว่างกันของสมาชิกในหมู่บ้าน โดยการฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพของผู้สูงอายุและประสบการณ์ต่างๆ ให้สมาชิกในหมู่บ้าน
โครงการหนองหว้ายั่งยืน เพื่อปลูกจิตสำนึกให้เกษตรกรและบุตรหลานรักอาชีพเลี้ยงสุกร และมีการบริหารจัดการมั่นคงทางเศรษฐกิจในครอบครัว สร้างความสามัคคีและความอบอุ่นให้แก่ครอบครัว
โครงการอาชีพเสริม 1) โครงการปลูกยางพารา 2) โครงการเลี้ยงไก่พื้นเมือง 3) โครงการผลิตมะม่วงเพื่อการส่งเสริม 4) โครงการปลูกไผ่หวาน 5) โครงการเพาะเห็ดฟางในระบบโรงเรือนปิด 6) โครงการเลี้ยงและขยายพันธุ์ม้า 7) โครงการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ปั้นเม็ด 8) โครงการฝึกอาชีพ
โครงการพัฒนาหมู่บ้านเกษตรกรรมหนองหว้า เพื่อให้หมู่บ้านเกิดความสวยงามและมีสภาพแวดล้อมที่ดี และพัฒนาจิตใจและปลูกจิตสำนึกร่วมกันในการพัฒนาหมู่บ้านก่อให้เกิดความสามัคคีของสมาชิกในหมู่บ้าน
กิจกรรมฟาร์มสเตย์... ทางหมู่บ้านจัดกิจกรรมไว้หลายอย่าง เช่น กิจกรรมกีฬา (ฟุตบอล ปั่นจักรยานรอบฟาร์ม แบตมินตัน ตกปลา บาสเกตบอล ไก่ชน ขี่ม้า) และกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงเกษตร ชมจุดเรียนรู้เรื่องการทำไม้กวาด การทำปุ๋ยอินทรีย์ปั้นเม็ด การขยายพันธุ์พืช การเพาะเห็ดฟาง การเลี้ยงสุกร

ถ้าสนใจศึกษาดูงานบริษัท โทรศัพท์ 038-557081 นะครับ


วันพุธที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2556

บ้านอ่างตะแบก : หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบปี 2554

มีผู้ติดต่อผมมาหลายราย ว่าอยากจะนำชาวบ้านมาดูงานหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงที่จังหวัดฉะเชิงเทรา จึงขอข้อมูลหน่อยว่า ควรจะเป็นหมู่บ้านไหนดี...
ที่จริงมีอยู่หลายหมู่บ้าน แต่วันนี้ขอนำเสนอบ้านอ่างตะแบก หมู่ที่ 1 ตำบลทุ่งพระยา อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา ก่อนนะครับ...
ประวัติความเป็นมา... บ้านอ่างตะแบก หมู่ที่ 1 ตำบลทุ่งพระยา แยกออกจากตำบลท่ากระดาน ปี พ.ศ.2516 ลักษณะของหมู่บ้าน เป็นท้องกระทะ และมีป่าไม้ตะแบก จึงเรียกตามลักษณะภูมิประเทศว่า “บ้านอ่างตะแบก”
สภาพทั่วไปของหมู่บ้าน... ลักษณะทั่วไปของบ้านอ่างตะแบก เป็นพื้นที่ราบเหมาะสำหรับทำการเกษตร ปลูกพืชไร่ ทำนา และเลี้ยงสัตว์ สภาพอากาศร้อน ดินปนทราย ไม่อุ้มน้ำ
ประชากรของหมู่บ้าน... บ้านอ่างตะแบกมีจำนวนครัวเรือน 108 ครัวเรือน ประชากรทั้งสิ้น 408 คน แยกเป็นชาย 197 คน หญิง 211 คน
สภาพทางเศรษฐกิจ... ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม เช่น ทำไร่ ทำนา ปลูกมันสำปะหลัง ถั่วเหลือง ข้าวโพด ยูคาลิปตัส คิดเป็นร้อยละ 90 ของประชากรในพื้นที่ ร้อยละ 10 ทำอาชีพรับจ้าง รายได้เฉลี่ย 31,362 บาท/คน/ปี
ศาสนา/วัฒนธรรม/ประเพณีประจำปี... ประชากรนับถือศาสนาพุทธ ยึดถือประเพณีโดยตลอด มีการจัดตั้งคณะกลองยาวประจำหมู่บ้าน เพื่อใช้ในงานมงคลต่างๆ ในชุมชน และชุมชนใกล้เคียง มีการทำบุญกลางบ้านในวันขึ้น 9 ค่ำ เดือน 6 ทุกปี วันสงกรานต์จัดให้มีการรดน้ำดำหัวขอพรผู้สูงอายุ มีการจัดทำบุญตักบาตรในวันขึ้นปีใหม่ เพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคลในวันขึ้นใหม่ของทุกปี
กิจกรรมสำคัญของชุมชน... 
  1. โรงสีข้าวชุมชน 
  2. กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต
  3. โครงการประกันราคาข้าวเปลือก
  4. กองทุนแม่ของแผ่นดิน/ปปส.หมู่บ้าน
  5. โครงการปุ๋ยน้ำ/ปุ๋ยชีวภาพอัดเม็ด
  6. โครงการบ่อเลี้ยงปลา/เลี้ยงกบ/ปลาไหล/หนูนา ต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียง
  7. โครงการลดรายจ่าย ทำน้ำปลา น้ำยาล้างจาน สบู่ แชมพูสระผม ปลูกผักสวนครัว
  8. กลองยาวชุมชน
  9. เครื่องขยายเสียงประจำหมู่บ้าน
  10. กลุ่มฌาปนกิจของหมู่บ้า 
  11. โครงการสายใยรักแห่งครอบครัว
  12. กิจกรรมเต้นท์ชุมชน
  13. อ่างเก็บน้ำคลองระบม(วังคู) โครงการพระราชดำริ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
  14. กองทุนโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน
  15. กองทุนหมู่บ้าน
  16. กลุ่มเกษตรกร พืชไร่ ทำนา
  17. โครงการเลี้ยงไก่พื้นเมือง (ไก่ชน)
  18. โครงการเตาเผาถ่าน/น้ำส้มควันไม้
  19. ศูนย์สงเคราะห์ราษฏรประจำหมู่บ้าน
  20. โครงการประกันความเสี่ยงกองทุนหมู่บ้าน
  21. โครงการเศรษฐกิจพอเพียงชุมชนด้านการเกษตร
  22. ป่าชุมชน สถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
ผลงานในชุมชน... 
  1. รางวัลชนะเลิศหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง “อยู่เย็น เป็นสุข” ประจำปี 2550 จากกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย
  2. ประกาศเกียรติบัตร ผลงานตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง  ประเภทชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง ประจำปี 2552 จากสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ (กปร.) 
  3. ป่าชุมชน ผืนใหญ่ จำนวน 5,731 ไร่
กิจกรรมที่ดำเนินการในชุมชนแห่งนี้... เป็นกิจกรรมที่คนในชุมชนได้รับผลประโยชน์ และร่วมดำเนินการ โดยมุ่งเน้นให้เกิดการดำเนินงานให้เป็นรูปธรรม สามารถแก้ไขปัญหา ลดรายจ่ายได้จริง เพิ่มรายได้เมื่อเหลือกินเหลือใช้ภายในครอบครัวแล้ว และสามารถเป็นต้นแบบเพื่อให้ชุมชนอื่นๆ ในตำบล และอำเภอหรือผู้สนใจนำกิจกรรมที่ชุมชนดำเนินการอยู่ไปเป็นตัวอย่างได้ครับ...
สนใจศึกษาดูงานบ้านอ่างตะแบก ติดต่อที่สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอสนามชัยเขต โทร 037-597007 หรือที่ผู้ใหญ่บ้าน นางประดับ ศรีใย หรือผู้นำชุมชน นายบำรุง ศรีใย โทร.081-7555971