วันอาทิตย์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2555

ยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดฉะเชิงเทราและกลุ่มจังหวัด สู่การเป็นประชาคมอาเซียน ปี 2558 (2)

  • ยุทธศาสตร์ของกลุ่มจังหวัด คือการวางระบบผังเมือง และระบบ Logistics เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการค้า การลงทุน และเศรษฐกิจชายแดนให้ได้มาตรฐาน สอดคล้องกับความเจริญเติบโตและการขยายตัวทางเศรษฐกิจ เป็น ฐานการผลิตอุตสาหกรรมที่ก้าวหน้าเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แหล่งผลิตด้านเกษตรและการแปรรูป พืชพลังงาน ที่ได้มาตรฐาน เชื่อมโยง Logistics ภายในประเทศสู่อินโดจีน ศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและสุขภาพโดยแพทย์แผนไทย สังคมมีคุณภาพ ทรัพยากรธรรมชาติยั่งยืน”
  • จังหวัดฉะเชิงเทราในฐานะเจ้าภาพกลุ่มจังหวัด จึงเปรียบเสมือนศูนย์กลางการเชื่อมโยงระหว่างกลุ่มจังหวัดกับภูมิภาคอื่น โดยเฉพาะการมีทำเลที่ตั้ง ใกล้กรุงเทพมหานคร สนามบินสุวรรณภูมิ และท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งเป็นจุดแข็ง และมีโอกาส แนวโน้มการพัฒนาขยายตัวทางเศรษฐกิจ เชื่อมโยงไปสู่ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ รวมทั้งเป็นจุดกึ่งกลางของระเบียงเศรษฐกิจตอนใต้ของอนุภาคลุ่มน้ำโขง เชื่อมโยงระหว่างท่าเรือน้ำลึกทวาย ท่าเรือแหลมฉบัง และประเทศอื่นในภูมิภาค
  • จากสภาพการณ์ปัญหาน้ำท่วมใหญ่ของประเทศ เมื่อปี 2554 ที่ผ่านมา นิคมอุตสาหกรรมในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง ทำให้เกิดโอกาสที่มากขึ้นของจังหวัดฉะเชิงเทรา จากเดิมที่มีแนวโน้มการขยายตัว การลงทุน มาดำเนินการในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทราอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว โดยมีโรงงานอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ เป็นที่ตั้งโรงงานอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตร ระดับโลก ที่สร้างรายได้เข้าประเทศ และการมีงานทำเป็นอันดับต้นๆ อาทิ มีโรงงานผลิตรถยนต์โตโยต้าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย บริษัทผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปในเครือของซีพี ฯลฯ
  • นอกจากนั้นยังมีศูนย์ฝึกอบรมบุคลากร และแหล่งศึกษารองรับการพัฒนาเศรษฐกิจและยกระดับฝีมือแรงงาน อาทิ ศูนย์ฝึกอบรมโตโยต้า ธนาคารกสิกรไทย และมหาวิทยาลัยราชภัฎราชนครินทร์ ซึ่งมีห้องประชุมขนาดใหญ่สามารถรองรับผู้เข้าร่วมประชุมได้ประมาณ 1,500 คน มีโรงพยาบาลซึ่งเป็นที่ตั้งของศูนย์ฝึกอบรมนักศึกษาแพทย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดฉะเชิงเทราและกลุ่มจังหวัด สู่การเป็นประชาคมอาเซียน ปี 2558 (1)

  • ภาคตะวันออกประกอบด้วย 9 จังหวัด แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มจังหวัด คือ กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก 4 จังหวัด ประกอบด้วย ชลบุรี ระยอง จันทบุรีและตราด กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนกลาง 5 จังหวัด ประกอบด้วย ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี นครนายก สมุทรปราการ และสระแก้ว โดยจังหวัดชลบุรีเป็นหัวหน้ากลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก และจังหวัดฉะเชิงเทราเป็นหัวหน้ากลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนกลาง
  • จังหวัดฉะเชิงเทรา มีพื้นที่ 3,344,375 ไร่ พื้นที่เกษตรกรรม 2,002,798 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 60 อยู่ห่างจาก กทม. 75 กม. แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 11 อำเภอ 91 ตำบล 1 อบจ. 1 เทศบาลเมือง 31 เทศบาลตำบล 76 อบต 892 หมู่บ้าน ประชากร 677,434 คน ครัวเรือน 240,497 ครัวเรือน โรงงานอุตสาหกรรม 1,705 โรงงาน มีนิคมอุตสาหกรรม 2 แห่ง คือ นิคมเวลโกรว์ นิคมเกตเวย์ซิตี้ เงินลงทุน รวม 616,019.36 ล้านบาท แรงงานภาคอุตสาหกรรม 148,156 คน มีผลิตภัณฑ์รวมของจังหวัด ( GDP) 243,443 ล้านบาท เป็นอันดับ 7 ของประเทศ และอันดับที่ 3 ของภาคตะวันออก(ข้อมูล ปี 2553) สัดส่วนของรายได้ภาคอุตสาหกรรม คิดเป็นร้อยละ 75 และสัดส่วนภาคเกษตร คิดเป็นร้อยละ 5 รายได้ประชากร เฉลี่ย 54,297.36 บาท ต่อ คน ต่อปี (ข้อมูล จปฐ ปี 2554) จำนวนนักท่องเที่ยว 1,662,322 คน โดยมีรายได้จากการท่องเที่ยว 2,100 ล้านบาท (ข้อมูลปี 2553)
  • กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกและกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนกลาง ถือได้ว่ามีความสำคัญในการสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ในด้านกิจการผลิตของโรงงานอุตสาหกรรมประเภทต่างๆของนิคมอุตสาหกรรม ตามโครงการอิสเทริน์ ซีบอร์ด การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว ยุทธศาสตร์ด้านโลจิสติกส์ที่สำคัญ เช่น เส้นทางคมนาคมทางน้ำที่ท่าเรือแหลมฉบัง ทางอากาศที่สนามบินสุวรรณภูมิ ทางบก ระบบราง คือ ทางรถไฟสายกรุงเทพฯ-มาบตาพุด ทางรถยนต์ คือ ทางหลวงหมายเลข 3 ถนนสุขุมวิท และบางนา-ตราด ทางหลวงพิเศษมอเตอร์เวย์ สาย 314 บางปะกง-ฉะเชิงเทรา สาย 304 ฉะเชิงเทรา-กบินทร์บุรี-นครราชสีมา และถนนสายสระแก้ว-โป่งน้ำร้อน-จันทบุรี ที่เป็นจุดเชื่อมโยงและเส้นทางผ่านการขนส่งกับประเทศเพื่อนบ้าน

วันอาทิตย์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2555

ขนมหวานใบเตย...ของดีจากตำบลบางเตย

วันนี้ผมขอนำเสนอเรื่องราวของขนมหวานอีกสักรายนะครับ ในความรู้สึกของผม บางทีก็รู้สึกว่า OTOP ของแปดริ้วเรามีผลิตภัณฑ์ประเภทอาหารเยอะเหลือเกิน เวลานำเสนอเดี๋ยวๆ ก็ประเภทอาหารอีกแล้ว คนอ่านเขาจะเบื่อไหม... แต่อีกความรู้สึกหนึ่ง ก็ภูมิใจนะครับ ว่าบ้านเราอุดมสมบูรณ์ไม่อดอยาก และต้องบอกว่ามีฝีมือดีด้วย ไม่งั้นก็คงไม่ได้ 4-5 ดาว นะครับ... สำหรับผู้ประกอบการรายนี้ ก็คือ กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบางเตยพัฒนา อยู่ที่หมู่ที่ 13 ตำบลบางเตย อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา เจ้าของผลิตภัณฑ์ประเภทขนมหวานระดับ 5 ดาว หลายชนิด เช่น ขนมชั้นใบเตย ขนมเปียกปูน ขนมใส่ไส้ ขนมเทียน ฝอยทอง ทองหยิบ เม็ดขนุน ขนมหม้อแกง กาละแม ขนมหัวผักกาด เป็นต้น... ผมไปคุยกับป้าบุญล้อม ผดุงกุล ประธานกลุ่ม ได้รายละเอียดมาเล่าสู่กันฟัง...คือป้าเล่าว่าอย่างนี้ครับ...

อาชีพหลักทำนา อาชีพเสริมทำขนม...
กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบางเตยพัฒนา ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2531 คือมีการรวมตัวกันของสตรีอาสาในตำบลบางเตย หมู่บ้านละ 5 คน มี 13 หมู่บ้าน ก็เท่ากับ 65 คน เพื่อเข้ารับการอบรมพัฒนาสตรีของอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา ตอนนั้นทำขน
มไปให้นายอำเภอชิมด้วย นายอำเภอบอกว่าทำขายได้นี่ ซึ่งความจริงก็ทำขนมส่งขายที่รามคำแหงอยู่แล้ว พอนายอำเภอว่าอย่างนั้น ก็เลยมารวมสมาชิกกลุ่ม 5-6 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นญาติกัน ทำขนมขายเรื่อยมา โดยมีป้าเป็นประธาน เริ่มขายงานแรกงานกาชาด สนุกดี เมื่อได้ออกงาน เจอผู้คน ทำไปขายไป ก็มีคนติดต่อมาเรื่อยๆ จนได้มาลงทะเบียน OTOP เมื่อปี 2545 ทุนของกลุ่มตอนแรกก็มีวัสดุอุปกรณ์จากทางราชการ เช่น เตาอบ เครื่องตีไข่ เครื่องคั้นกะทิ เครื่องกวน เป็นต้น ส่วนทุนหมุนเวียนส่วนใหญ่เป็นของประธานเอง สมาชิกไม่นิยมลงหุ้น แต่ชอบรับเป็นค่าแรงมากกว่า ปัจจุบันนี้มีสมาชิก 30 คน และป้ายังรับตำแหน่งประธานของกลุ่มเหมือนเดิม

ความรู้ทำขนมมาจากบรรพบุรุษ ความรู้การตลาดต้องเรียนรู้เพิ่มเติม...
เดิมพื้นฐานการทำขนมหวานได้มาจากพ่อแม่อยู่แล้ว แต่เราก็ต้องพัฒนาเพิ่มเติม ได้พาสมาชิกไปศึกษาดูงานหลายที่ ต้องบอกว่าโดยพื้นฐานคนเขานิยมขนมของเราอยู่แล้ว แต่ในส่วนของเรื่องการตลาดเราต้องเรียนรู้เพิ่มเติม โดยเฉพาะที่ส่วนราชการ เช่น พัฒนาชุมชน พาณิชย์ อุตสาหกรรม มีหนังสือเ
ชิญมาเราก็ไปรับการอบรม ทั้งเรื่องมาตรฐานผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ การผลิต การตลาด การประชาสัมพันธ์ และการสร้างแบรนด์ จนเดี๋ยวนี้เราพัฒนาขึ้นมามาก เราได้รับการรับรองมาตรฐานอาหารและยา หรือ อย. และมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน หรือ มผช. แล้ว ส่วนรางวัล เราได้รับการคัดสรรเป็น OTOP ระดับ 5 ดาว นอกจากนี้ยังได้รับรางวัลจากการประกวดภูมิปัญญาขนมไทย อีกหลายรายการสำหรับแผนการในอนาคต ป้าจะทำต่อไปเรื่อย ๆ ตอนนี้ได้ถ่ายทอดความรู้ให้สมาชิกบ้างแล้ว รวมทั้งลูกๆ ทุกคน และอยากจะช่วยคนด้อยโอกาสให้มีงานทำด้วย... ส่วนการผลิตจะเน้นคุณภาพ ให้ได้มาตรฐานเดียวกัน...

จุดเด่นของเราคือใช้ใบเตยแท้ ๆ...
ผลิตภัณฑ์ของเราเวลานี้ก็มี ขนมชั้นใบเตย ขนมเปียกปูน ขนมใส่ไส้ ขนมเทียน ฝอยทอง ทองหยิบ เม็ดขนุน ขนมหม้อแกง กาละแม ขนมหัวผักกาด คือขนมไทยทำได้ทุกอย่าง แต่ที่ได้รับความนิยมมาก ได้แก่ ขนมหม้อแกง ขนมชั้น และเปียกปูน จุดเด่นของเรา คือ ขนมเราใช้ใบเตยแท้ ๆ สด ๆ ตอนนี้น้ำท่วมใบเตยขาดตลาดต้องซื้อแพงขึ้น จุดเ
ด่นต่อมา คือ เราไม่มีสารกันบูด ไม่ใช้เลย และอีกอย่างหนึ่ง คือ ความจริงใจกับลูกค้า เราทำใหม่ สดทุกวัน ไม่ขายของเหลือ ไม่ทำ เหลือมาก็ให้ปลากิน ทำใหม่วันต่อวัน...
เคล็ดลับของเรา... เราคัดเกรดมะพร้าว ... มะพร้าวอ่อนทำวุ้น ทำน้ำมะพร้าวอ่อน แก่ขึ้นมาหน่อยทำไส้ขนม แก่อีกนิดก็คั้นกะทิ...ส่วนเรื่องสีสัน เราเน้นสีเตยธรรมชาติ สำหรับสีแดงเราทำจากน้ำครั่ง กาแฟให้สีน้ำตาล อัญชัญให้สีม่วง ลูกตาลให้สีเหลือง... ส่วนเรื่องขนาดรูปร่างของขนม เราดูจากความต้องการของลูกค้า เช่น ทานเอง ของฝาก ทำบุญ ถ้าทานเองควรเป็นถุงพลาสติก เพราะใส่กระเป๋าถือได้ ทิ้งง่าย ถ้าขายทั่วไปต้องใส่ถาด ของฝากต้องใส่กล่อง จับเป็นดอกก็มี ส่วนใหญ่เอาไปทำอาหารว่างรับรองแขก... ของขวัญปีใหม่ ทำในภาชนะถ้วยปู ปลา หัวใจ เล็กๆ น้อยๆ... เคยทำดอกกุหลาบ แต่ตัวเองไม่ชอบ คือ รู้สึกมันปนเปื้อนหลายขั้นตอน สวย แต่ปนเปื้อน ไม่น่าทาน... การทำขนมชั้นไม่ให้ติดกัน ตอนเทต้องเปิดช้าๆ ให้ไอน้ำเข้า หน้าก็ชื้นหน่อย แต่จะลอกง่าย... สำหรับเรื่องรสชาติ ของเราเมื่อก่อนต้องหวาน แต่เมื่อเราสัมผัสคนภายนอกมาแล้วเขาไม่ชอบหวาน เราต้องลดลง... กะทิก็ไม่ชอบมัน เราต้องลดลง หวานลดลง มันลดลง รสชาติกำลังพอดีทุกอย่าง... เรื่องวิธีทำเมื่อก่อนใช้ความชำนาญของเราไม่ต้องตวงชั่ง ใช้ความรู้สึกเอา แต่เดี๋ยวนี้ไม่ได้ ต้องได้มามาตรฐาน ต้องตวง ต้องชั่งของทุกอย่าง ใช้ภาชนะเดียวกัน...

ความสัมพันธ์กับชุมชนที่ดีเยี่ยม...
เวลาที่วัดมีงานบุญ ทอดกฐิน ทอดผ้าป่า พระมาสอบนักธรรม เราจะจัดอาหารหวานคาว ไปเลี้ยง โดยใช้ทุนส่วนตัวและเพื่อนสมาชิกกลุ่ม... เมื่อชุมชนจัดงานส่วนรวม เราก็จัดขนมไปช่วย... หรือคนยากจนเราก็ช่วย จัดเป็นเงินบ้าง ของบ้าง ทำขนมให้... ผู้ชรา ผู้สูงอายุ มีงานสงกรานต์ ก็ซื้อผ้าเช็ดตัว ผ้าขาวม้าไปแจก... งานวัด งานโรงเรียน ช่วยเหลือมาตลอด... ส่วนเรื่องการถ่ายทอดความรู้ให้กับสมาชิกกลุ่ม เด็กนักเรียน และประชาชนทั่วไปนั้น เราจัดเป็นศูนย์เรียนรู้การถ่ายทอดภูมิปัญญาทั้งในและนอกสถานที่ รวมทั้งเป็นสถานที่ศึกษาดูงานให้กับผู้สนใจทั่วไปด้วย...

แหล่งขาย
ตอนแรกๆ ไปกับอำเภอ จังหวัด ไปขายที่เมืองทองธานี ขายดีมาก ตอนหลังไม่ไหว ยอดสั่งซื้อเยอะแต่เรารับไม่ได้ เพราะเป็นของสด ทำวันต่อวัน เยอะมากทำไม่ทัน... เวลานี้จึงขายอยู่ที่ตลาดลอยฟ้าสถานีขนส่งใหม่ (ตลาดนัด) ทุกวันจันทร์ ส่วนวันอังคารและวันศุกร์ ขายที่ตลาดนัดหน้าศาลากลางจังหวัด... นอกเหนือจากนี้ก็ทำตามสั่งโดยมีโทรสั่งมีเกือบทุกวัน เดือนหนึ่งเว้นประมาณ 2-3 วันเท่านั้น... ถ้าท่านผู้อ่านท่านใดสนใจก็ติดต่อได้ที่ที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ด้านล่าง...

สนใจผลิตภัณฑ์ติดต่อได้ที่...
กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบางเตยพัฒนา บ้านเลขที่ 81/1 หมู่ที่ 13 ตำบลลางเตย อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา โทร.038-565048 หรือประธานกลุ่ม นางบุญล้อม ผดุงกุล โทร.081-4588515 หรือที่สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดฉะเชิงเทรา โทร 038-511239... เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่คอลัมน์ OTOP แปดริ้ว ภูมิใจนำเสนอครับ...

วันพุธที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

คุณภาพชีวิตคนแปดริ้ว

สรุปผลการจัดเก็บข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.)และข้อมูล กชช.2ค ปี 2554 จังหวัดฉะเชิงเทรา

1. จำนวนครัวเรือนและประชากรที่จัดเก็บ

1.1 ข้อมูลที่จัดเก็บในพื้นที่เขตชนบท (อบต.) ปี 2554 จำนวน 11 อำเภอ 81 ตำบล 779 หมู่บ้าน จำนวนครัวเรือนทั้งสิ้น 87,466 ครัวเรือน ประชากร 350,993 คน แยกเป็นชาย 173,136 คน หญิง 177,857 คน

1.2 ข้อมูลที่จัดเก็บในพื้นที่ของเทศบาล (เฉพาะพื้นที่ที่จัดเก็บ) ปี 2554 จำนวน 7 อำเภอ 27 เทศบาล 198 ชุมชน จำนวนครัวเรือนทั้งสิ้น 23,122 ครัวเรือน ประชากร 85,376 คน แยกเป็นชาย 41,203 คน หญิง 44,173 คน (พื้นที่ที่ไม่ได้จัดเก็บข้อมูล คือ เทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา)

1.3 ข้อมูลที่จัดเก็บภาพรวมทั้งจังหวัด ปี 2554 จำนวน 11 อำเภอ 81 ตำบล 27 เทศบาล 779 หมู่บ้าน 198 ชุมชน จำนวนครัวเรือนทั้งสิ้น 110,588 ครัวเรือน ประชากร 436,369 คน แยกเป็นชาย 214,339 คน หญิง 222,031 คน (คิดเป็นร้อยละ 64.74 ของจำนวนประชากรทั้งหมด 673,933 คน ที่มา : ข้อมูลประชากร กรมการปกครอง ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2553)

2. ผลการจัดเก็บข้อมูล จปฐ. ปี 2554 เขตชนบท ตามเกณฑ์ชี้วัดจำนวน 6 หมวด 42 ตัวชี้วัด ผลการจัดเก็บ บรรลุเป้าหมาย 24 ตัวชี้วัด ไม่บรรลุ 18 ตัวชี้วัด

2.1 ตัวชี้วัดที่บรรลุเป้าหมาย ได้แก่ หมวดที่ 1 สุขภาพดี 8 ตัวชี้วัด (1,2,4,6,9,11,12,13) หมวดที่ 2 มีบ้านอาศัย 3 ตัวชี้วัด (15,16,17,) หมวดที่ 3 ฝักใฝ่การศึกษา 4 ตัวชี้วัด (22,23,25,26) หมวดที่ 4 รายได้ก้าวหน้า 3 ตัวชี้วัด (29,30,31) หมวดที่ 5 ปลูกฝังค่านิยมไทย 2 ตัวชี้วัด (33,34) หมวดที่ 6 ร่วมใจพัฒนา 4 ตัวชี้วัด (38,39,40,42)

2.2 ตัวชี้วัดที่ไม่บรรลุเป้าหมาย ได้แก่ หมวดที่ 1 สุขภาพดี 5 ตัวชี้วัด (3,5,7,8,10) หมวดที่ 2 มีบ้านอาศัย 5 ตัวชี้วัด (14,18,19,20,21) หมวดที่ 3 ฝักใฝ่การศึกษา 3 ตัวชี้วัด (24,27,28) หมวดที่ 5 ปลูกฝังค่านิยมไทย 4 ตัวชี้วัด (32,35,36,37) หมวดที่ 6 ร่วมใจพัฒนา 1 ตัวชี้วัด ตัวชี้วัดที่ 41

2.3 ตัวชี้วัดที่ตกเกณฑ์มากที่สุด 3 ลำดับแรก

1) เด็กแรกเกิดๆได้กินนมแม่อย่างน้อย 4 เดือนแรก (ข้อ 5) เป้าหมายร้อยละ 95 ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 88 ต่ำกว่าเป้าหมายร้อยละ 7

2) ครัวเรือนเข้าร่วมทำกิจกรรมสาธารณะหมู่บ้าน (ข้อ 41) เป้าหมายร้อยละ 100 ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 98.4 ต่ำกว่าเป้าหมายร้อยละ 1.6

3) ครัวเรือนไม่ถูกรบกวนจากมลพิษ (ข้อ 18) เป้าหมายร้อยละ 100 ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 99.5 ต่ำกว่าเป้าหมายร้อยละ 0.5

2.4 อำเภอที่ตกเกณฑ์มากที่สุด 3 ลำดับแรก
1) อำเภอท่าตะเกียบ และอำเภอพนมสารคาม ตกเกณฑ์ จปฐ. จำนวน 12 ตัวชี้วัด
2) อำเภอสนามชัยเขต และ อำเภอแปลงยาว ตกเกณฑ์ จปฐ. จำนวน 11 ตัวชี้วัด
3) อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา ตกเกณฑ์ จปฐ. จำนวน 8 ตัวชี้วัด

2.5 ผลการจัดเก็บข้อมูลด้านรายได้
1) ครัวเรือนที่มีรายได้เฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 23,000 บาท/คน/ปี จำนวน 87,413 ครัวเรือน คิดเป็นร้อยละ 99.93
2) ครัวเรือนที่มีรายได้เฉลี่ยต่ำกว่า 23,000 บาท/คน/ปี จำนวน 53 ครัวเรือน คิดเป็นร้อยละ 0.07
3) รายได้เฉลี่ยของครัวเรือน เท่ากับ 56,786 บาท/คน/ปี เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2553 มีรายได้เฉลี่ย 53,677 บาท มีรายได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.79

2.6 อำเภอที่มีรายได้เฉลี่ยน้อยที่สุด 3 ลำดับแรก คือ
1. อำเภอสนามชัยเขต จำนวน 47,751.62 บาทต่อคนต่อปี
2. อำเภอท่าตะเกียบ จำนวน 49,185.69 บาทต่อคนต่อปี
3. อำเภอแปลงยาว จำนวน 51,780.48 บาทต่อคนต่อปี

2.7 อำเภอที่มีรายได้เฉลี่ยมากที่สุด 3 ลำดับแรก คือ
1. อำเภอบางคล้า จำนวน 65,291.15 บาทต่อคนต่อปี
2. อำเภอคลองเขื่อน จำนวน 64,442.69 บาทต่อคนต่อปี
3. อำเภอราชสาส์น จำนวน 64,076.93 บาทต่อคนต่อปี

3. ผลการจัดเก็บข้อมูลในเขตเมือง (เฉพาะพื้นที่ที่จัดเก็บ 27 เทศบาล)

3.1. จำนวนครัวเรือนและประชากรที่จัดเก็บ
ข้อมูลที่จัดเก็บในพื้นที่ของเทศบาล (เฉพาะพื้นที่ที่จัดเก็บ) ปี 2554 จำนวน 7 อำเภอ 27 เทศบาล 198 ชุมชน จำนวนครัวเรือนทั้งสิ้น 23,122 ครัวเรือน ประชากร 85,376 คน แยกเป็น ชาย 41,203 คน หญิง 44,173 คน (พื้นที่ที่ไม่ได้จัดเก็บข้อมูล คือ เทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา)

3.2. ผลการจัดเก็บข้อมูล จปฐ. ปี 2554 เขตเมือง ตามเกณฑ์ชี้วัด จำนวน 6 หมวด 42 ตัวชี้วัด ผลการจัดเก็บ บรรลุเป้าหมาย 25 ตัวชี้วัด ไม่บรรลุ 17 ตัวชี้วัด

3.2.1 ตัวชี้วัดที่บรรลุเป้าหมาย ได้แก่ หมวดที่ 1 สุขภาพดี 9 ตัวชี้วัด (1,2,4,5,8,9,11,12,13) หมวดที่ 2 มีบ้านอาศัย 3 ตัวชี้วัด (15,16,17,) หมวดที่ 3 ฝักใฝ่การศึกษา 4 ตัวชี้วัด (22,23,25,26) หมวดที่ 4 รายได้ก้าวหน้า 3 ตัวชี้วัด (29,30,31) หมวดที่ 5 ปลูกฝังค่านิยมไทย 2 ตัวชี้วัด (33,34,37) หมวดที่ 6 ร่วมใจพัฒนา 1 ตัวชี้วัด (39,40,42)

3.2.2 ตัวชี้วัดที่ไม่บรรลุเป้าหมาย ได้แก่ หมวดที่ 1 สุขภาพดี 4 ตัวชี้วัด (3,6,7,10) หมวดที่ 2 มีบ้านอาศัย 5 ตัวชี้วัด (14,18,19,20,21) หมวดที่ 3 ฝักใฝ่การศึกษา 3 ตัวชี้วัด (24,27,28) หมวดที่ 5 ปลูกฝังค่านิยมไทย 3 ตัวชี้วัด (32,35,36,) หมวดที่ 6 ร่วมใจพัฒนา 2 ตัวชี้วัด (38,41)

3.2.3 ตัวชี้วัดที่ตกเกณฑ์มากที่สุด 2 ลำดับแรก

1) คนในครัวเรือนเป็นสมาชิกลุ่มที่ตั้งขึ้นในหมู่บ้าน ตำบล (ข้อ38) เป้าหมายร้อยละ 95 ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 91.9 ต่ำกว่าเป้าหมายร้อยละ 3.1

2) คนในครัวเรือนมีส่วนร่วมทำกิจกรรมสาธารณะของหมู่บ้าน (ข้อ 41) เป้าหมายร้อยละ 100 ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 97.9 ต่ำกว่าเป้าหมายร้อยละ 2.1

3.2.4 เทศบาลที่ตกเกณฑ์มากที่สุด 3 ลำดับแรก
1) เทศบาลตำบลบ้านซ่อง ตกเกณฑ์ จปฐ. จำนวน 17 ตัวชี้วัด
2) เทศบาลนครเนื่องเขต ตกเกณฑ์ จปฐ. จำนวน 8 ตัวชี้วัด
3) เทศบาลตำบลทุ่งสะเดา ตกเกณฑ์ จปฐ. จำนวน 7 ตัวชี้วัด

3.2.5 ผลการจัดเก็บข้อมูลด้านรายได้
1) ครัวเรือนที่มีรายได้เฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 23,000 บาท/คน/ปี จำนวน 23,059 ครัวเรือน คิดเป็นร้อยละ 97.8
2) ครัวเรือนที่มีรายได้เฉลี่ยต่ำกว่า 23,000 บาท/คน/ปี จำนวน 63 ครัวเรือน คิดเป็น ร้อยละ 2.2
3) รายได้เฉลี่ยของครัวเรือน เท่ากับ 64,746 บาท/คน/ปี

3.2.6 เทศบาลที่มีรายได้เฉลี่ยน้อยที่สุด 3 ลำดับแรก คือ
1. ทต. เกาะขนุน 2) ทต.บางผึ้ง 3) ทต.วังเย็น

3.2.7 เทศบาลที่มีรายได้เฉลี่ยมากที่สุด 3 ลำดับแรก คือ
1. ทต.บางวัว 2) ทต.ลาดขวาง 3) ทต.นครเนื่องเขต

คนฉะเชิงเทรามีคุณภาพชีวิตที่ดี ในส่วนข้อมูลที่ไม่ผ่านเกณฑ์นั้น เมื่อคิดเป็นร้อยละแล้วมีจำนวนเพียงเล็กน้อย ไม่ได้เป็นปัญหารุนแรง เนื่องจากเป็นตัวชี้วัดที่ตั้งเป้าหมายการผ่านเกณฑ์ไว้ ร้อยละ 100 อาทิ เช่น ตัวชี้วัดที่ 3 : เด็กแรกเกิดมีน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 2,500 กรัม ไม่ผ่านเกณฑ์เพียงร้อยละ 0.1 เท่านั้น แต่เป็นตัวบ่งชี้ให้ทางราชการและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้าถึงประชาชน เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นต่อไป

4. ผลการพัฒนาหมู่บ้านจากการจัดเก็บข้อมูลพื้นฐานระดับหมู่บ้าน (กชช.2ค) เขตชนบท
1) หมู่บ้านเร่งรัดพัฒนาอันดับ 1 (ล้าหลัง) - ไม่มี
2) หมู่บ้านเร่งรัดพัฒนาอันดับ 2 (ปานกลาง) 103 หมู่บ้าน (ร้อยละ 13.2)
3) หมู่บ้านเร่งรัดพัฒนาอันดับ 3 (ก้าวหน้า) 676 หมู่บ้าน (ร้อยละ 86.8)

5. ผลการพัฒนาหมู่บ้านจากการจัดเก็บข้อมูลพื้นฐานระดับหมู่บ้าน (กชช.2ค) เขตเมือง
1) หมู่บ้านเร่งรัดพัฒนาอันดับ 1 (ล้าหลัง) - ไม่มี
2) หมู่บ้านเร่งรัดพัฒนาอันดับ 2 (ปานกลาง) 14 ชุมชน (ร้อยละ 16.7)
3) หมู่บ้านเร่งรัดพัฒนาอันดับ 3 (ก้าวหน้า) 70 ชุมชน (ร้อยละ 83.3)