วันศุกร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

หมู่บ้านเกษตรกรรมหนองหว้า : หมู่บ้านนี้เป็นบริษัท



วันนี้ผมจะพาไปรู้จักกับหมู่บ้านที่ชาวบ้านเขารวมตัวกันตั้งเป็นบริษัทครับ เคยเห็นไหมครับ จากข้อมูลที่เขาบอกผม เขาบอกว่ามีแห่งเดียวในประเทศไทยเชียวนะครับ อยากให้มาดูงานกัน...หมู่บ้านที่ว่านี้ คือ หมู่บ้านเกษตรกรรมหนองหว้า หมู่ที่ 3 ตำบลบ้านซ่อง อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา...
โครงการหมู่บ้านเกษตรกรรมหนองหว้า... เริ่มก่อตั้งขึ้นในปี 2550 สืบเนื่องมาจากแนวคิดของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่ต้องการเห็นความร่วมมือกันของ ทุกภาคส่วนในการยกระดับศักยภาพเกษตรกรไทยสู่การทำอาชีพเกษตรเชิงธุรกิจเป็นอาชีพหลัก เพื่อให้เกษตรกรมีอาชีพที่มั่นคง รายได้ที่แน่นอน และมีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

รูปแบบการดำเนินงาน... มีลักษณะเป็นโครงการ 4 ประสาน ประกอบด้วย ส่วนราชการ โดยกระทรวงมหาดไทย ได้มอบหมายให้อำเภอพนมสารคามพัฒนาระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานและคัดเลือกเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ เกษตรกร ทั้งที่อยู่ในพื้นที่เดิมและพื้นที่อื่น มีฐานะยากจนและไร้ที่ดินทำกิน เข้าร่วมโครงการ 50 ครอบครัว สถาบันการเงิน โดยธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาพนมสารคาม สนับสนุนเงินลงทุนในรูปแบบสินเชื่อ และ ธุรกิจเอกชน โดยเครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้รวบรวมพื้นที่เป็นแปลงขนาดใหญ่ จำนวน 1,253 ไร่ นำมาจัดสรรเป็นที่ดินทำกินให้แก่เกษตรกร และมอบหมายให้ บริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF รับผิดชอบ บริหารโครงการส่งเสริมอาชีพเลี้ยงสุกรเชิงธุรกิจแก่เกษตรกรโดยเริ่มจากระดับง่ายแล้วค่อยๆ พัฒนาสู่ระดับที่ก้าวหน้าและทันสมัยขึ้น และรับความเสี่ยงจากราคาตลาดที่ผันผวนด้วยการประกันราคา รับซื้อลูกสุกรจากเกษตรกร
โครงการระยะแรก... ดำเนินแล้วเสร็จสามารถรับเกษตรกรเข้าพักอาศัยและเริ่มประกอบอาชีพเลี้ยงสุกรได้ตั้งแต่เดือนมกราคม 2521 โดยให้เกษตรกรแต่ละครอบครัวได้รับมอบบ้านพักอาศัย 1 หลัง โรงเรือนสุกรพันธุ์ 1 หลัง ขนาดบรรจุ 30 แม่พันธุ์ พร้อมที่ดินเพื่อการเพาะปลูก รวม 24 ไร่

และเพื่อให้เกษตรกรแต่ละครอบครัว... มีรายได้เพียงพอต่อการชำระคืนสินเชื่อให้กับสถาบันการเงิน ขณะเดียวกันยังต้องพอเพียงใช้จ่ายในการดำเนินชีวิตได้อย่างต่อเนื่องและเหมาะสม โครงการจึงจัดให้มีทั้งอาชีพหลักเพื่อเป็นรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืน พร้อมอาชีพรองและอาชีพเสริมให้เลือกทำได้ตามความถนัด
จากความขยันขันแข็งและความอุตสาหะ... ระยะเวลาเพียง 10 ปี เกษตรกรสามารถชำระคืนสินเชื่อได้ทั้งหมด ได้รับบ้านพักอาศัย โรงเรือนสุกรพันธุ์และที่ดินทำกิน 24 ไร่ มาเป็นกรรมสิทธิ์โดยสมบูรณ์จากนั้นเกษตรกรได้ร่วมกันจัดตั้งเป็นนิติบุคคลในนาม บริษัท หมู่บ้านเกษตรกรรมหนองหว้า จำกัด ขึ้นในปี 2530 ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 1 ล้านบาท มีเกษตรกรทั้ง 50 ครอบครัวเป็นเจ้าของและผู้ถือหุ้น และคัดเลือกเกษตรกรด้วยกันมาเป็นตัวแทนในการบริหารบริษัท
นอกจากนี้... เกษตรกรแต่ละรายสามารถขอสินเชื่อเพื่อขยายการเลี้ยงแม่พันธุ์สุกรเพิ่มขึ้นจาก 30 แม่ เป็น 100 700 แม่ ตามกำลังความสามารถของแต่ละครอบครัว

ปัจจุบัน... เกษตรกรในโครงการหมู่บ้านเกษตรกรรมหนองหว้าสามารถพลิกผันตัวเอง จากเกษตรกรยากจน ไร้ที่ดินทำกิน และปราศจากอาชีพที่มั่นคงมาเป็นเกษตรกรผู้ประกอบอาชีพเกษตรเชิงธุรกิจที่กลุ่มเกษตรกรร่วมกันบริหารจัดการธุรกิจ มีที่ดินทำกินเป็นของตนเอง มีอาชีพที่มั่นคง รายได้แน่นอนวางแผนการดำเนินชีวิตเป็น บุตรหลานได้รับการศึกษาที่ดี เป็นอนาคตที่มั่นคงที่สำคัญสามารถสืบทอดอาชีพและทรัพย์สินสู่ลูกหลานต่อไป
จุดเด่นของหมู่บ้าน คือ การส่งเสริมการเลี้ยงสุกรแม่พันธุ์เพื่อผลิตลูกสุกรจำหน่ายให้กับโครงการในราคาประกัน ด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัยแบบเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมพร้อมกับนำความรู้ทางวิชาการมาใช้เพื่อประสิทธิภาพในการผลิตลูกสุกร อาทิ

โรงเรือนปิดระบบปรับอากาศด้วยการระเหยของน้ำ... ที่มีอุปกรณ์อัตโนมัติ ควบคุมอุณหภูมิภายในโรงเรือนให้ตรงตามความต้องการของแม่สุกรช่วยเพื่อประสิทธิภาพการผลิตให้ดีขึ้น ทั้งด้านการเจริญเติบโต และสุขภาพของสุกร

การผสมเทียม... ช่วยให้แม่สุกรได้รับน้ำเชื้อจากพ่อสุกรพันธุ์ดี เพิ่มอัตราการผสมติดสูงขึ้นได้ผลผลิตลูกสุกรตรงตามความต้องการของตลาด
นอกจากนี้ ยังมีโครงการที่หมู่บ้านริเริ่มขึ้นอีกมากมาย เช่น
โครงการเพิ่มผลผลิต เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตสุกรให้มีคุณภาพ เป็นที่ยอมรับของลูกค้า โดยนำนวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้เพื่อความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจและการเงินของเกษตรกร
โครงการกีฬาต้านยาเสพติด เพื่อสุขภาพที่ดี เพื่อสร้างเสริมความสัมพันธ์ ส่งเสริมสนับสนุน สร้างจิตสำนึกให้เกษตรกรและเยาวชนรักการออกกำลังกาย เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญา และสังคมให้ห่างไกลจากยาเสพติด ตลอดจนอบายมุขต่างๆ
โครงการสายใยรักชุมชน เพื่อสร้างสัมพันธ์อันดีระหว่างกันของสมาชิกในหมู่บ้าน โดยการฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพของผู้สูงอายุและประสบการณ์ต่างๆ ให้สมาชิกในหมู่บ้าน
โครงการหนองหว้ายั่งยืน เพื่อปลูกจิตสำนึกให้เกษตรกรและบุตรหลานรักอาชีพเลี้ยงสุกร และมีการบริหารจัดการมั่นคงทางเศรษฐกิจในครอบครัว สร้างความสามัคคีและความอบอุ่นให้แก่ครอบครัว
โครงการอาชีพเสริม 1) โครงการปลูกยางพารา 2) โครงการเลี้ยงไก่พื้นเมือง 3) โครงการผลิตมะม่วงเพื่อการส่งเสริม 4) โครงการปลูกไผ่หวาน 5) โครงการเพาะเห็ดฟางในระบบโรงเรือนปิด 6) โครงการเลี้ยงและขยายพันธุ์ม้า 7) โครงการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ปั้นเม็ด 8) โครงการฝึกอาชีพ
โครงการพัฒนาหมู่บ้านเกษตรกรรมหนองหว้า เพื่อให้หมู่บ้านเกิดความสวยงามและมีสภาพแวดล้อมที่ดี และพัฒนาจิตใจและปลูกจิตสำนึกร่วมกันในการพัฒนาหมู่บ้านก่อให้เกิดความสามัคคีของสมาชิกในหมู่บ้าน
กิจกรรมฟาร์มสเตย์... ทางหมู่บ้านจัดกิจกรรมไว้หลายอย่าง เช่น กิจกรรมกีฬา (ฟุตบอล ปั่นจักรยานรอบฟาร์ม แบตมินตัน ตกปลา บาสเกตบอล ไก่ชน ขี่ม้า) และกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงเกษตร ชมจุดเรียนรู้เรื่องการทำไม้กวาด การทำปุ๋ยอินทรีย์ปั้นเม็ด การขยายพันธุ์พืช การเพาะเห็ดฟาง การเลี้ยงสุกร

ถ้าสนใจศึกษาดูงานบริษัท โทรศัพท์ 038-557081 นะครับ


วันพุธที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2556

บ้านอ่างตะแบก : หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบปี 2554

มีผู้ติดต่อผมมาหลายราย ว่าอยากจะนำชาวบ้านมาดูงานหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงที่จังหวัดฉะเชิงเทรา จึงขอข้อมูลหน่อยว่า ควรจะเป็นหมู่บ้านไหนดี...
ที่จริงมีอยู่หลายหมู่บ้าน แต่วันนี้ขอนำเสนอบ้านอ่างตะแบก หมู่ที่ 1 ตำบลทุ่งพระยา อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา ก่อนนะครับ...
ประวัติความเป็นมา... บ้านอ่างตะแบก หมู่ที่ 1 ตำบลทุ่งพระยา แยกออกจากตำบลท่ากระดาน ปี พ.ศ.2516 ลักษณะของหมู่บ้าน เป็นท้องกระทะ และมีป่าไม้ตะแบก จึงเรียกตามลักษณะภูมิประเทศว่า “บ้านอ่างตะแบก”
สภาพทั่วไปของหมู่บ้าน... ลักษณะทั่วไปของบ้านอ่างตะแบก เป็นพื้นที่ราบเหมาะสำหรับทำการเกษตร ปลูกพืชไร่ ทำนา และเลี้ยงสัตว์ สภาพอากาศร้อน ดินปนทราย ไม่อุ้มน้ำ
ประชากรของหมู่บ้าน... บ้านอ่างตะแบกมีจำนวนครัวเรือน 108 ครัวเรือน ประชากรทั้งสิ้น 408 คน แยกเป็นชาย 197 คน หญิง 211 คน
สภาพทางเศรษฐกิจ... ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม เช่น ทำไร่ ทำนา ปลูกมันสำปะหลัง ถั่วเหลือง ข้าวโพด ยูคาลิปตัส คิดเป็นร้อยละ 90 ของประชากรในพื้นที่ ร้อยละ 10 ทำอาชีพรับจ้าง รายได้เฉลี่ย 31,362 บาท/คน/ปี
ศาสนา/วัฒนธรรม/ประเพณีประจำปี... ประชากรนับถือศาสนาพุทธ ยึดถือประเพณีโดยตลอด มีการจัดตั้งคณะกลองยาวประจำหมู่บ้าน เพื่อใช้ในงานมงคลต่างๆ ในชุมชน และชุมชนใกล้เคียง มีการทำบุญกลางบ้านในวันขึ้น 9 ค่ำ เดือน 6 ทุกปี วันสงกรานต์จัดให้มีการรดน้ำดำหัวขอพรผู้สูงอายุ มีการจัดทำบุญตักบาตรในวันขึ้นปีใหม่ เพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคลในวันขึ้นใหม่ของทุกปี
กิจกรรมสำคัญของชุมชน... 
  1. โรงสีข้าวชุมชน 
  2. กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต
  3. โครงการประกันราคาข้าวเปลือก
  4. กองทุนแม่ของแผ่นดิน/ปปส.หมู่บ้าน
  5. โครงการปุ๋ยน้ำ/ปุ๋ยชีวภาพอัดเม็ด
  6. โครงการบ่อเลี้ยงปลา/เลี้ยงกบ/ปลาไหล/หนูนา ต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียง
  7. โครงการลดรายจ่าย ทำน้ำปลา น้ำยาล้างจาน สบู่ แชมพูสระผม ปลูกผักสวนครัว
  8. กลองยาวชุมชน
  9. เครื่องขยายเสียงประจำหมู่บ้าน
  10. กลุ่มฌาปนกิจของหมู่บ้า 
  11. โครงการสายใยรักแห่งครอบครัว
  12. กิจกรรมเต้นท์ชุมชน
  13. อ่างเก็บน้ำคลองระบม(วังคู) โครงการพระราชดำริ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
  14. กองทุนโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน
  15. กองทุนหมู่บ้าน
  16. กลุ่มเกษตรกร พืชไร่ ทำนา
  17. โครงการเลี้ยงไก่พื้นเมือง (ไก่ชน)
  18. โครงการเตาเผาถ่าน/น้ำส้มควันไม้
  19. ศูนย์สงเคราะห์ราษฏรประจำหมู่บ้าน
  20. โครงการประกันความเสี่ยงกองทุนหมู่บ้าน
  21. โครงการเศรษฐกิจพอเพียงชุมชนด้านการเกษตร
  22. ป่าชุมชน สถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
ผลงานในชุมชน... 
  1. รางวัลชนะเลิศหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง “อยู่เย็น เป็นสุข” ประจำปี 2550 จากกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย
  2. ประกาศเกียรติบัตร ผลงานตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง  ประเภทชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง ประจำปี 2552 จากสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ (กปร.) 
  3. ป่าชุมชน ผืนใหญ่ จำนวน 5,731 ไร่
กิจกรรมที่ดำเนินการในชุมชนแห่งนี้... เป็นกิจกรรมที่คนในชุมชนได้รับผลประโยชน์ และร่วมดำเนินการ โดยมุ่งเน้นให้เกิดการดำเนินงานให้เป็นรูปธรรม สามารถแก้ไขปัญหา ลดรายจ่ายได้จริง เพิ่มรายได้เมื่อเหลือกินเหลือใช้ภายในครอบครัวแล้ว และสามารถเป็นต้นแบบเพื่อให้ชุมชนอื่นๆ ในตำบล และอำเภอหรือผู้สนใจนำกิจกรรมที่ชุมชนดำเนินการอยู่ไปเป็นตัวอย่างได้ครับ...
สนใจศึกษาดูงานบ้านอ่างตะแบก ติดต่อที่สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอสนามชัยเขต โทร 037-597007 หรือที่ผู้ใหญ่บ้าน นางประดับ ศรีใย หรือผู้นำชุมชน นายบำรุง ศรีใย โทร.081-7555971

วันเสาร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2555

นวัตกรรมมะม่วงแปดริ้ว : บอกโลกให้รู้ (อีกครั้ง)



ผมได้มีโอกาสต้อนรับคณะข้าราชการชั้นผู้ใหญ่หลายท่าน เช่น เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน ผู้ตรวจราชการกรมการปกครอง เป็นต้น รวมทั้งคณะศึกษาดูงานทั้งภายในประเทศและจากต่างประเทศหลายคณะ ทำให้ทราบว่าหลายท่านรู้จักชื่อเสียงรสชาติความอร่อยของมะม่วงแปดริ้วเป็นอย่างดี แต่พอเล่าเรื่องนวัตกรรมต่างๆ ของมะม่วงแปดริ้วให้ฟัง กลับพบว่าหลายท่านไม่เคยทราบ ไม่เคยรู้มาก่อน เมื่อฟังแล้วก็รู้สึกทึ่ง และก็ได้ให้ข้อเสนอแนะไว้ว่าควรจะประชาสัมพันธ์ให้คนทั่วไปได้รู้จักอย่างกว้างขวาง จึงเป็นที่มาของบทความวันนี้ ซึ่งผมได้รวบรวมนวัตกรรมมะม่วงแปดริ้วทั้งหมดไว้ในบทความเดียวกัน ดังนี้ครับ... 
1. กิ่งพันธุ์มะม่วงเสริมราก 
วิธีการก็คือปลูกเมล็ดลงไป 3 ต้น เอาพันธุ์ดีมาปลูกตรงกลาง แล้วทาบติดกัน  เป็นการแก้ไขปัญหามะม่วงล้มเพราะไม่มีรากแก้ว และทำให้มะม่วงแข็งแรง ผลใหญ่ เพราะหากินเก่ง วิธีการเสริมรากแบบนี้ได้ขยายผลไปยังมะขาม ขนุน กระท้อน และมะนาวด้วย สำหรับมะนาวจะเสริมรากด้วยตอมะขวิด เพราะทนน้ำท่วม ทนแล้ง มีลูกได้ตลอดปี มีน้ำเลี้ยงเหลือเฟือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อคุณกุณฑล หรือคุณยุพิน ฉลาดถ้อย บ้านเลขที่ 2  หมู่ที่ 8 ต.วังเย็น อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา โทร. 081-9492181 
2. ผลมะม่วงเหลืองสุกพร้อมกันทั้งผล 
หลายท่านคงเคยเห็นผลมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองที่เหลืองสุกพร้อมกันทั้งผล สวยงาม ผลใหญ่ น่ารับประทานมาก นั่นเป็นเพราะชาวสวนได้ปฏิบัติดูแลสวนถูกต้องตามหลักวิชาการระบบเกษตรดีที่เหมาะสม (EUREP GAP) ห่อผลด้วยถุงคาร์บอนในช่วงระยะเวลา 2 เดือนก่อนเก็บเกี่ยวผลผลิต น้ำหนักของผลได้ตามมาตรฐานที่กำหนดร่วมกัน ลักษณะของผิวจะไม่มีรอยแผลที่เกิดจากโรคและแมลง คราบยาง และรอยช้ำจากการกระแทก ลักษณะของผลมะม่วงต้องตรงตามพันธุ์ การเก็บมะม่วงที่ความแก่ 85-90 % ตามดัชนีการเก็บเกี่ยวมะม่วง 
3. สติกเกอร์วัดความหวานของมะม่วง
มะม่วงน้ำดอกไม้ที่ไม่สุกจะมีรสชาติเปรี้ยว ถ้าสุกแล้วจะมีรสชาติหวาน มีปัญหาว่าจะทราบได้อย่างไรว่ามะม่วงนั้นสุกพร้อมที่จะรับประทานได้แล้วโดยไม่ต้องชิม วิธีแก้ปัญหานี้ สหกรณ์ชมรมชาวสวนมะม่วงจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้คิดสติกเกอร์เพื่อเทียบสีผิวมะม่วงขึ้น ในหนึ่งแผ่นจะมีสองสี คือ สีเหลืองนวลและสีเหลืองส้ม โดยติดไว้ที่ผลมะม่วงทุกผล ถ้าต้องการรับประทานรสชาติอมเปรี้ยวอมหวานหรือซื้อเป็นของฝาก ให้เลือกผิวมะม่วงสีเหลืองนวล ถ้าต้องการรับประทานทันที ให้เลือกผลที่นิ่มมือและสีผิวเป็นสีเหลืองส้ม ตามสติกเกอร์ที่ติดไว้ สนใจขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สหกรณ์ชมรมชาวสวนมะม่วงจังหวัดฉะเชิงเทรา จำกัด 97/5 ม.1 ต.เขาหินซ้อน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา 24120 โทร. 081-930-5052 , 085-437-2029 
4. บาร์โค้ดตรวจสอบข้อมูลย้อนกลับได้ทุกผล 
มะม่วงแปดริ้วส่งออกจำหน่ายไปยังที่ต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ การส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศหากมีปัญหาทำให้ผู้บริโภคท้องเสียหรือได้รับพิษภัยอันเกิดจากสารพิษตกค้างในมะม่วงแล้ว จะเสียหายมาก อาจไม่ได้รับการสั่งซื้ออีก รวมทั้งเสียชื่อเสียง หรือได้รับการร้องเรียนได้  นวัตกรรมที่ใช้แก้ปัญหานี้ คือ การติดบาร์โค้ดให้กับมะม่วงทุกผล โดยสหกรณ์ชมรมชาวสวนมะม่วงจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้พัฒนาระบบการตรวจสอบข้อมูลย้อนกลับถึงเกษตรกรผู้ผลิต ว่ามะม่วงผลนี้มีประวัติ ความเป็นมาอย่างไร ใครคือผู้ผลิต แหล่งผลิตอยู่ที่ไหน วิธีการผลิต การใส่ปุ๋ยและสารเคมี เป็นอย่างไร ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบแหล่งผลิตได้ จากสติกเกอร์ที่มีหมายเลขรหัสสมาชิกที่ติดบนผลมะม่วงโดยนำรหัสนี้พิมพ์ตรวจสอบบนเว็บไซต์ www.coopthai.com/mangoccs ซึ่งสหกรณ์ฯ พัฒนาให้มีข้อมูลทั้งภาษาไทยและภาษาญี่ปุ่น เป็นระบบข้อมูลสาธารณะ ตรวจสอบได้ทั่วโลก... 
5. บรรจุภัณฑ์ใหม่เพิ่มมูลค่าให้กับมะม่วง 
เมื่อก่อนนี้การจำหน่ายมะม่วงโดยเฉพาะพันธุ์น้ำดอกไม้สีทอง การจำหน่ายจะใช้วิธีชั่งกิโลขาย แล้วใส่ถุงหรือใส่เข่ง แล้วแต่ปริมาณ ราคาขายปลีกเฉลี่ยประมาณ 20 – 60 บาทต่อกิโลกรัม มาตอนนี้ผู้ประกอบการมะม่วงแปดริ้วหลายราย ได้พัฒนาบรรจุภัณฑ์ใหม่ขึ้น เป็นลักษณะกล่องกระดาษที่สวยงามและแข็งแรง มะม่วงแต่ละผลจะหุ้มด้วยตาข่ายโฟมกันกระแทก เหมาะที่จะซื้อเป็นของขวัญของฝากที่มีค่า บรรจุภัณฑ์ที่ทำขึ้นนี้มีหลายขนาด บรรจุได้ตั้งแต่ 4 – 12 ผล ราคาขาย เช่น กล่องขนาด 8 - 9 ผล น้ำหนักจะอยู่ที่ประมาณ 3 – 4 กิโลกรัม ราคาประมาณ 450 – 500 บาท  จะเห็นว่าขายได้ในราคาที่สูงขึ้น แต่ก็ได้รับความพึงพอใจจากผู้บริโภคจำนวนมาก ส่วนใหญ่ผู้ที่ซื้อบรรจุกล่องจะซื้อเพื่อเป็นของฝากมากกว่านำไปบริโภคเอง สนใจขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สหกรณ์ชมรมชาวสวนมะม่วงจังหวัดฉะเชิงเทรา จำกัด 97/5 ม.1 ต.เขาหินซ้อน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา 24120 โทร. 081-930-5052 , 085-437-2029 
6. ขนมเปี๊ยะไส้มะม่วง 
ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ขนมเปี๊ยะแปดริ้วแยกย่อยออกมาหลายชนิด เช่น ขนมเปี๊ยะกุหลาบ ขนมเปี๊ยะมะลิ  ขนมเปี๊ยะคุณหนู ขนมเปี๊ยะนมสด ขนมเปี๊ยะไส้ถั่ว ไส้รวมรส ไส้ถั่วไข่เค็ม ไส้งาดำ ไส้ชาเขียว ไส้มะพร้าวอ่อน ไส้ทุเรียน ไส้ช๊อกโกแลต ไส้กาแฟ ไส้ถั่วใบเตย ไส้พุทราจีน ไส้สตรอเบอรี่ แต่นวัตกรรมล่าสุด คือ ขนมเปี๊ยะไส้มะม่วง รูปลักษณ์จะมีลักษณะเป็นก้อนกลม ขนาดประมาณพอดีคำ รับประทานง่าย หอมกลิ่นเทียนอบแบบไทย และผิวจะนุ่มนวลชวนรับประทาน ขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่คุณบุญมี ศรีสุข บ้านเลขที่ 39/5 ถนนปากน้ำ-หัวไทร หมู่ที่ 1 ตำบลปากน้ำ อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา โทรศัพท์ 081-9288216 
7. มะม่วงกวนไม่ติดฟัน 
มะม่วงกวนเป็นของหวานที่หลายท่านโปรดปราน แต่ก็ยังมีปัญหาว่าเวลาทานมะม่วงกวน มันมักจะติดฟัน ทานแล้วไม่ค่อยหมั่นใจที่จะพูดจะคุยกับใคร เพราะเนื้อมะม่วงกวนยังติดอยู่ที่ฟัน ดูแล้วไม่เรียบร้อย การทำมะม่วงกวนที่ไม่ติดฟัน เป็นนวัตกรรมล่าสุดของมะม่วงแปดริ้ว เพื่อแก้ปัญหาที่กล่าวมา วิธีการก็คือ การนำเอามะม่วง 3 สายพันธุ์ ได้แก่ น้ำดอกไม้ พิมเสน และเขียวเสวย มาผสมกัน ในสัดส่วนที่ลงตัว ก็จะได้มะม่วงกวนที่ไม่ติดฟัน สนใจขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่คุณวาสิณี แจ้งสุคนธ์ โทร.๐๘๗-๘๒๗๒๘๕๕ บ้านเลขที่ ๔/๒ หมู่ที่ ๓ ตำบลปากน้ำ อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา ๒๔๑๑๐
นวัตกรรมทั้งหมดนี้ทำให้จังหวัดฉะเชิงเทราได้รับรางวัลผลงานการพัฒนาผลิตภัณฑ์โดยเครือข่ายองค์ความรู้ OTOP จากกรมการพัฒนาชุมชน จำนวน 2 ครั้งแล้ว ได้แก่ ปี 2553 รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ของประเทศ จากนวัตกรรมมะม่วงบาร์โค้ด และปี 2555 รางวัลชมเชย ระดับประเทศ จากนวัตกรรมมะม่วงไม่ติดฟัน จึงขอประกาศให้รู้โดยทั่วกัน และช่วยกันบอกต่อไปให้โลกได้รู้จักกับมะม่วงแปดริ้วให้มากขึ้น สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดฉะเชิงเทรา โทร.038-511239 ยินดีรับใช้ครับ...