แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แปดริ้ว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แปดริ้ว แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2562

ฮอลลีวูดบ้านนา@อำเภอราชสาส์น

ฮอลลีวูดบ้านนา เป็นเส้นทางท่องเที่ยวชุมชนของอำเภอราชสาส์น จังหวัดฉะเชิงเทรา ตามโครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ของกรมการพัฒนาชุมชน เส้นทางเชื่อมโยงหมู่บ้านท่องเที่ยว 4 หมู่บ้าน ในระยะทางเพียง 16 กิโลเมตรเท่านั้น ถามว่าทำไมตั้งชื่อที่นี่ว่า "ฮอลลีวูดบ้านนา" ความเป็นมาก็คือผู้นำชุมชนในหมู่บ้านท่องเที่ยวทั้ง 4 หมู่บ้าน เห็นพ้องกันว่าควรจะตั้งชื่ออะไรสักอย่างให้เป็นคำสั้นๆ มีจุดขาย เพื่อเอาไว้ประชาสัมพันธ์ง่ายๆ คำถามคือแล้วจะใช้ชื่อว่าอะไร ก็มีคนเสนอว่า ถึงที่นี่เราจะเป็นบ้านนา ส่วนใหญ่มีวิถีเกษตรกร แต่เราก็มีโรงงานผลิตหุ่นเหล็กหน้าตาคล้ายดาราฮอลลีวูดส่งออกขายไปต่างประเทศจำนวนมาก ซึ่งไม่เหมือนกับหมู่บ้านอื่นๆ น่าจะเป็นจุดขายให้กับเราได้ รวมทั้งเรามีสถานที่ถ่ายทำหนังจริงๆ ด้วย ก็เลยตกลงกันว่าให้ใช้ชื่อที่นี่ว่า "ฮอลลีวูดบ้านนา" ครับ

วันนี้ ขอนำเสนอข้อมูลสถานที่ห้ามพลาดเมื่อมาเที่ยวที่ฮอลลีวูดบ้านนาครับ... ไปกันเลย...

1.โรงงานหุ่นเหล็กไดมอนด์โรบอทส์ ตั้งอยู่บ้านเตาอิฐ หมู่ที่ 4 ตำบลบางคา เป็นทั้งโรงงานผลิตหุ่นเหล็กที่เป็นงานศิลปะร่วมสมัย และเป็นแกลเลอรี่แสดงศิลปะหุ่นเหล็กและฝาผนังกราฟฟิตี้ เหมาะแก่การถ่ายรูปเซลฟี่เป็นที่ระลึกอย่างยิ่ง
2.โรงเรียนวัดเตาอิฐ ตั้งอยู่บ้านเตาอิฐ หมู่ที่ 4 ตำบลบางคา เป็นโรงเรียนเก่าแก่สร้างมาเกือบ 100 ปีแล้ว เป็นอาคารไม้สักทั้งหลัง ปัจจุบันเลิกการเรียนการสอนมานานหลายปีแล้ว แต่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากกรมศิลปากรให้เป็นอาคารอนุรักษ์ โรงเรียนหลังนี้ได้รับความสนใจจากคณะถ่ายทำภาพยนตร์ ละคร และรายการโทรทัศน์ ใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำหนังแนวสยองขวัญหลายครั้งแล้ว เช่น ภาพยนตร์เรื่อง แม่นาคพระโขนง ตุ๊กแกผี โรงแรมผี แสงกระสือ และรายการคนอวดผี เป็นต้น ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปถ่ายภาพเซลฟี่ได้ จะมีมุมสวยให้ถ่ายภาพมากมาย
3.วัดเตาอิฐ ตั้งอยู่บ้านเตาอิฐ หมู่ที่ 4 ตำบลบางคา เป็นวัดเก่าแก่สร้างมาเกือบ 100 ปีแล้ว ภายในวัดมีต้นไม้จำนวนมาก ดูร่มครึ้ม มีรูปปั้นหลวงพ่อสะอาดซึ่งที่เคารพนับถือของชาวบ้านให้บูชากราบไหว้ขอพร มีเรือความน้ำที่เป็นเรือแข่งขุดจากไม้ตะเคียนทั้งต้น ใช้ในการแข่งขันในสมัยก่อน มีต้นโพธิ์ใบสีขาว อายุเกือบ 100 ปี ซึ่งมีแห่งเดียวในประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีโบสถ์ เจดีย์ โบราณสถานเก่าแก่ให้ชมอีกมากมาย
4.สวนเกษตรอินทรีย์ "พอพัทธ" ตั้งอยู่บ้านเตาอิฐ หมู่ที่ 4 ตำบลบางคา เป็นสวนเกษตรแบบผสมผสาน เน้นการทำเกษตรอินทรีย์ไม่ใช้สารเคมี มีการปรุงดินเกรดพรีเมี่ยมระดับเดียวกับปุ๋ยขึ้นใช้เอง ซึ่งมีพลังงานการย่อยสลายสูงภายใน 7 วัน ทำให้พืชงอกงามและผลผลิตดี สวนแห่งนี้มีพื้นที่ 3 ไร่ พืชหลักได้แก่ ฝรั่งและมะพร้าวน้ำหอม เจ้าของเป็นพยาบาลแต่ลาออกมาทำงานเกษตรด้วยความสุข ที่นี่เป็นสถานที่เรียนรู้เรื่องเกษตรอินทรีย์ได้เป็นอย่างดี
5.กลุ่มข้าวซ้อมมือ ตั้งอยู่บ้านเตาอิฐ หมู่ที่ 4 ตำบลบางคา เป็นกลุ่มที่ทำกิจกรรมเกี่ยวกับการทำนาและแปรรูปข้าว นักท่องเที่ยวสามารถร่วมกิจกรรมการทำนาได้ หรือหากสนใจการแปรรูปข้าว ตั้งการสีโดยโรงสีชุมชน ไปจนถึงการบรรจุภัณฑ์ และการจำหน่าย ก็สามารถเข้าศึกษาเรียนรู้และเข้าร่วมกิจกรรมได้ทุกขึ้นตอน
6.กลุ่มสตรีแปรรูปกล้วย ตั้งอยู่บ้านเตาอิฐ หมู่ที่ 4 ตำบลบางคา เป็นสถานที่จำหน่ายและสาธิตการแปรรูปกล้วย โดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์และตู้อบจากสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ผลิตภัณฑ์กล้วยแผ่นอบนี้ มีจำหน่ายทั้งในนามกลุ่มเองใช้ชื่อยี่ห้อ "จินตนา" และผลิตให้กับผู้อื่น เช่น คิงพาวเวอร์ เลมอนฟาร์ม โกลเด้นท์เพลส เป็นต้น



7.โฮมสเตย์ป้ามณี ตั้งอยู่บ้านเตาอิฐ หมู่ที่ 4 ตำบลบางคา อยู่บริเวณเดียวกับกลุ่มข้าวซ้อมมือ ที่พักสะดวกสบาย ลมเย็น อยู่กลางทุ่งนาธรรมชาติ ตัวบ้านเป็นอาคารไม้ใต้ถุนสูง พักอยู่ร่วมกับเจ้าของบ้าน ได้คุย ได้ทานอาหารพื้นถิ่น อย่างเต็มอิ่ม ไม่ผิดหวัง




8.สวนเมล่อน "เพชรรัตน์" ตั้งอยู่บ้านดอนทอง หมู่ที่ 5 ตำบลบางคา เป็นสวนเมล่อนที่ปลูกแบบโรงเรือน เป็นสวนเก่าแก่ของอำเภอราชสาส์น ผลผลิตในสวนรสชาติหวานอร่อยกว่าที่ใด การผลิตปลอดภัยจากสารเคมี เมล่อนในสวนนี้ส่วนใหญ่ส่งให้กับห้างแม็คโคร สาขาภาคตะวันออก นอกจากนี้บริเวณสวนยังมีการปรับปรุงภูมิทัศน์ให้สวยงามน่าถ่ายภาพอย่างยิ่ง และยังมีกิจกรรมตกกุ้งให้นักท่องเที่ยวได้ทดลองหาประสบการณ์อีกด้วย


ยังมีอีกหลายสถานที่ที่ห้ามพลาด คงจะต้องมาคุยต่อในโอกาสหน้าครับ... 

แหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมอำเภอราชสาส์น 2

วัดเกาะราษฎร์ศรัทธาราม (วัดปกปาก)
วัดเกาะราษฎร์ศรัทธาราม ตั้งอยู่บ้านไผ่สอ หมู่ที่ ๙ ตำบลเมืองใหม่ อำเภอราชสาส์น จังหวัดฉะเชิงเทรา สร้างเป็นวัดขึ้น เมื่อพุทธศักราช ๒๔๑๙ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อพุทธศักราช ๒๕๓๘ แต่เดิมชาวบ้านเรียกว่าวัดปกปาก เพราะวัดตั้งอยู่ตรงปากคลองปกปาก ส่วนชื่อวัดวัดเกาะราษฎร์ศรัทธาราม  เนื่องจากพื้นที่ทางด้านทิศเหนือ ทิศตะวันออกและทิศใต้ของวัดติดกับคลอง ต่อมาทางด้านทิศตะวันตกพื้นที่ถูกน้ำกัดเซาะเป็นลำคลองเชื่อมต่อกันกลายเป็นเกาะ จึงได้ชื่อว่าวัดวัดเกาะราษฎร์ศรัทธาราม

วัดไผ่ขวาง
วัดไผ่ขวาง ตั้งอยู่บ้านไผ่ขวาง หมู่ที่ ๓ ตำบลเมืองใหม่ อำเภอราชสาส์น จังหวัดฉะเชิงเทรา สร้างเป็นวัดขึ้น เมื่อพุทธศักราช ๒๔๒๖ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อพุทธศักราช ๒๔๒๘ เหตุแห่งการสร้างวัดนี้เนื่องจากพระกำพุชภักดี(อุ่ม)ปลัดเมืองฉะเชิงเทรา นำไพร่พลไปขัดตราทัพทางด้านเมืองเขมรและลาว เป็นเวลานานโดยไม่มีข่าวคราวมายังบ้านเลย ทำให้นางเอมผู้เป็นภรรยาเกิดความห่วงใย จึงรวบรวมกำลังทรัพย์ทำการก่อสร้างวัดเพื่อหวังผลบุญกุศลคุ้มครองสามีและไพร่พล เมื่อเหตุการณ์ดีขึ้นพระกำพุชภักดีเดินทางกลับจึงช่วยกันก่อสร้างวัดจนแล้วเสร็จ เหตุที่ชื่อวัดไผ่ขวางเพราะตั้งอยู่บ้านไผ่ขวาง

วัดเมืองใหม่ (วัดทุ่งรวงทอง)
วัดเมืองใหม่ ตั้งอยู่บ้านหนองขอน หมู่ที่ ๕ ตำบลเมืองใหม่ อำเภอราชสาส์น จังหวัดฉะเชิงเทรา เริ่มแรกตั้งเป็นสำนักสงฆ์ดำเนินการจัดตั้งในปี  พุทธศักราช ๒๕๑๙ ใช้ชื่อเรียกว่าสำนักสงฆ์ทุ่งรวงทอง ตั้งเป็นวัดเมื่อพุทธศักราช ๒๕๒๕ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อพุทธศักราช ๒๕๔๐ ใช้ชื่อว่าวัดเมืองใหม่ เหตุที่ชื่อวัดเมืองใหม่เพราะตั้งอยู่ตำบลเมืองใหม่

วัดสะแกงาม
วัดสะแกงาม ตั้งอยู่บ้านสะแกงาม หมู่ที่ ๘ ตำบลดงน้อย อำเภอราชสาส์น จังหวัดฉะเชิงเทรา ตั้งขึ้นเมื่อพุทธศักราช ๒๔๓๔ โดยเป็นสำนักสงฆ์ มีเพียงกุฏิ ที่หลังคามุงด้วยหญ้าคา ฝาขัดแตะ ต่อมาได้รับอนุญาตให้เป็นวัดเมื่อพุทธศักราช ๒๔๔๕   ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อพุทธศักราช ๒๕๑๘ ในบริเวณวัดสะแกงามมีพระปรางค์ซึ่งสร้างเมื่อ พุทธศักราช ๒๔๓๗ เป็นวัดเดียวในอำเภอราชสาส์นที่ทีพระปรางค์

วัดแสนภุมราวาส (วัดกกสับนอก)
วัดแสนภุมราวาส ตั้งอยู่บ้านกกสับนอก หมู่ที่ ๔ ตำบลเมืองใหม่ อำเภอราชสาส์น จังหวัดฉะเชิงเทรา สร้างเมื่อ  พุทธศักราช ๒๔๖๕ โดยหลวงพ่อทองภุมมปญโญ ร่วมกับชาวบ้านในท้องถิ่น นายแสน ใหม่ผึ้ง บริจาคที่ดินเพื่อสร้างวัด ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อพุทธศักราช ๒๕๑๕ ชื่อวัดแสนภุมราวาส มาจากชื่อนายแสน ใหม่ผึ้ง ผู้บริจาคที่ดินสร้างวัด และฉายาหลวงพ่อทอง คือภุมมปญโญ

วัดหินดาษ
วัดหินดาษ ตั้งอยู่บ้านหินดาษ หมู่ที่ ๑๔ ตำบลดงน้อย อำเภอราชสาส์น จังหวัดฉะเชิงเทรา ตั้งขึ้นเมื่อพุทธศักราช ๒๔๖๐ โดยมีนายแม้น นางบุญมี วงศ์กำภู ร่วมกับอาจารย์จีนได้ชักชวนชาวบ้านในละแวกนั้นสละทรัพย์และกำลังแรงงานร่วมกันสร้างวัดนี้ขึ้น ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อพุทธศักราช ๒๔๗๐ แต่เดิมชาวบ้านเรียก“วัดตะวันตก” เนื่องจากตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของตำบลดงน้อย  เหตุที่ชื่อ
วัดหินดาษ เนื่องจากบริเวณแถบนั้นมีหินศิลาแลงกระจายอยู่ทั่วไป

วัดญานรังสี (วัดเตาอิฐ)
วัดเตาอิฐ ตั้งอยู่บ้านเตาอิฐ หมู่ที่ ๔ ตำบลบางคา อำเภอราชสาส์น จังหวัดฉะเชิงเทรา ตั้งขึ้นเมื่อพุทธศักราช ๒๔๑๕ ซึ่งมีขุนรักษาผลาผล(ยิ้ม) กำนันตำบลบางคาเป็นผู้มอบที่ดินถวายเพื่อสร้างวัดและพระครูญาณรังสีมุนีวงศ์(แทน)เจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทราเป็นผู้ดำเนินการสร้างวัด  ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อพุทธศักราช ๒๔๑๙ เหตุที่ชื่อวัดเตาอิฐเพราะตั้งอยู่ที่หมู่บ้านเตาอิฐ ที่วัดนี้มีต้นโพธิ์ที่มีใบสีขาว ซึ่งเป็นหนึ่งในคำขวัญของอำเภอราชสาส์น คือ “ อำเภอราชสาส์น ตำนานเมืองเก่า ใบโพธ์สีขาว ข้าวหอมมะลิ”


ขอขอบคุณ
สำนักงานวัฒนธรรมอำเภอราชสาส์น
เอื้อเฟื้อข้อมูลและภาพประกอบ

วันเสาร์ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2554

หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง “อยู่เย็น เป็นสุข” จังหวัดฉะเชิงเทรา

เมื่อเร็ว ๆ นี้ กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ได้มอบหมายให้จังหวัดฉะเชิงเทราคัดเลือกหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง “อยู่เย็น เป็นสุข” ประจำปี 2554 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติผู้นำชุมชนที่มีผลงานดีเด่น และเป็นการเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งจังหวัดได้ดำเนินการคัดเลือกและประกาศผลให้ บ้านสระไม้แดง หมู่ที่ 5 ตำบลคู้ยายหมี อำเภอสนามชัยเขต เป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง “อยู่เย็น เป็นสุข” ประจำปี 2554 ของจังหวัด โดยจะเข้ารับโล่พระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสต่อไป
บ้านสระไม้แดง มีผู้ใหญ่บ้านชื่อนายเชษฐา ภูสมที ครัวเรือนที่อาศัยอยู่จริง 206 ครัวเรือน ประชากร 824 คน เป็น ชาย 432 คน หญิง 392 คน อาชีพหลักคือทำนา ทำไร่ ทำสวน อาชีพรองคือรับจ้าง อาชีพเสริมคือเพาะเห็ดฟางและปลูกพืชผัก แต่ก่อนหลังจากทำนา ชาวบ้านต้องไปรับจ้างนอกหมู่บ้านได้ค่าแรงวันละ 2030 บาท คนส่วนใหญ่จึงมีฐานะยากจน แต่ปัจจุบันนี้มีรายได้ดีขึ้นมากจากการทำอาชีพเสริมเพาะเห็ดฟาง ทุกครอบครัวมีรายได้ทุกวัน ไม่ต่ำกว่าวันละ 300 บาท รวมทั้งคนชราและเด็กที่รับจ้างตัดโคนเห็ดได้กิโลกรัมละ 3 บาท
การทำการเกษตรที่บ้าน ทำให้ครอบครัวอยู่พร้อมหน้ามีความอบอุ่น มีเวลาให้ความร่วมมือกับชุมชน การดำเนินชีวิตตามแนวทางของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงคนในชุมชนให้ความสำคัญมาก กับโครงการหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบของกรมการพัฒนาชุมชน มีการคัดเลือกครอบครัวพัฒนาต้นแบบ 30 ครัวเรือน เพื่อเป็นแกนนำวิถีชีวิตแบบพอเพียง ต่อมามีการขยายผลเกือบครบทุกครัวเรือน กิจกรรมที่ทำ เช่น การทำสวนครัว รั้วกินได้ ปลูกไม้ดอกไม้ประดับในบริเวณบ้านและรั้วบ้าน มีการทำความสะอาดและจัดบริเวณบ้านให้น่าอยู่ น่ามอง ทำป้ายชื่อบ้านที่ดูดีและสวยงาม มีการออมเงินกับกลุ่มออมทรัพย์ฯ ที่มีอยู่ในหมู่บ้าน มีการอนุรักษ์ป่าชุมชน 2 แห่ง คือ ป่าอนุรักษ์ และป่าเศรษฐกิจชุมชน ป่าอนุรักษ์ ชุมชนได้ดำเนินการจัดทำแนวเขต แนวกันไฟ มีการจัดเวรยามป้องกันไฟป่า รักษาป่าให้คงเดิมเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า มี การปลูกต้นไม้ในชุมชน ให้เกิดความร่มรื่น สร้างจิตสำนึกในการรักษาป่าและสิ่งแวดล้อมแก่เยาวชน สำหรับป่าเศรษฐกิจ ชุมชนได้เน้นการปลูกไม้โตเร็ว เช่น ยูคาลิปตัส เพื่อตัดขายแล้วนำรายได้มาพัฒนาหมู่บ้าน และเป็นแหล่งเรียนรู้ของเยาวชน
ด้านการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น มีศูนย์เรียนรู้ชุมชนเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลและจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในชุมชน มี จุดเรียนรู้ด้านเกษตรผสมผสาน และจุดเรียนรู้ด้านภูมิปัญญาท้องถิ่น เช่น ยาสมุนไพร การทำบายศรี การจักสาน การทอผ้าพื้นบ้าน ด้านความเอื้ออาทรต่อกัน ชุมชนมีความสมัครสมานสามัคคี ช่วยเหลือเกื้อกูลกันเหมือนเป็นญาติพี่น้อง แม้จะนับถือศาสนาที่ต่างกัน โดยมีวัดบ้านสระไม้แดง และวัดคาทอริกเป็นสถานที่ปฏิบัติศาสนา ซึ่งกิจกรรมต่างๆ จะให้การสนับสนุนซึ่งกันและกันเป็นอย่างดี
ปัจจัยแห่งความสำเร็จของบ้านสระไม้แดง คือ มีการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม อันเกิดจากผู้นำชุมชนที่มีความเข้มแข็ง ซื่อสัตย์ ตรวจสอบได้ มี ความเสมอภาค เป็นแบบอย่างที่ดี เชื่อถือ และไว้วางใจได้ นอกจากนี้สมาชิกในชุมชนยังมีความร่วมมือ ร่วมใจ มีความสามัคคี ต้องการเห็นชุมชนน่าอยู่ คนในชุมชนมีอาชีพมีรายได้สม่ำเสมอ สังคมเป็นสุข เอื้ออาทรต่อกัน สิ่งแวดล้อมดี มีความปลอดภัย ต้องการพึ่งพาตนเองให้มาก พึ่ง พาภายนอกให้น้อยลง กิจกรรมทุกเรื่องต้องมีการทำประชาคม รับฟังปัญหา ความคิดเห็นจากทุกฝ่าย และบรรจุไว้ในแผนชุมชน โดยยึดแนวทางสายกลางแบบพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เป็นหลัก... ติดต่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดฉะเชิงเทรา โทร.038-511239 หรือ ผู้ใหญ่เชษฐา ภูสมที โทร.087-0664652

วันอังคารที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ประวัติจังหวัดฉะเชิงเทรา


จังหวัดฉะเชิงเทราหรือที่นิยมเรียกกันว่า "แปดริ้ว" เคยเป็นเมืองหนึ่งที่อยู่ในอำนาจการปกครองของขอมมาก่อน ในสมัยอิทธิพลของอาณาจักรลพบุรี (ขอม) เมืองฉะเชิงเทราตั้งอยู่สองฝั่งแม่น้ำบางปะกง เป็นไปได้ว่าชาวเมืองสมัยโบราณอาจจะเรียกชื่อแม่น้ำบางปะกงว่า คลองลึกหรือคลองใหญ่ ตามลักษณะที่มองเห็นแต่ด้วยอิทธิพลเขมรจึงได้เรียกชื่อแม่น้ำ เป็นภาษาเขมรว่า "สตึงเตรง หรือ ฉทรึงเทรา" ซึ่งแปลว่า คลองลึก นั่นเอง ครั้นเรียกกันไปนาน ๆ เสียงเลยเพี้ยนกลายเป็น "ฉะเชิงเทรา" แต่ก็มีความเห็นอื่นที่แตกต่างออกไปว่าชื่อ "ฉะเชิงเทรา" น่าจะเพี้ยนมาจาก "แสงเชรา" หรือ "แซงเซา" หรือ "แสงเซา" อันเป็นชื่อเมืองที่สมเด็จพระบรมราชาธิราช เสด็จไปตีได้ตามที่พระราชพงศาวดารฉบับหลวงประเสริฐกล่าวไว้มากกว่า

วันอังคารที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

บุกโรงงาน “วรพร” ผู้ผลิตมะม่วงดองรายใหญ่ที่สุดในประเทศ

จังหวัดฉะเชิงเทราเป็นแหล่งผลิตมะม่วงชื่อดังของประเทศ มีการผลิตเพื่อบริโภคทั้งภายในประเทศและส่งออกขายต่างประเทศ มะม่วงส่วนหนึ่งถูกนำมาแปรรูปเป็นมะม่วงดอง มะม่วงกวน วันนี้ ผมจะพาท่านไปพบกับบริษัท ผลไม้แปรรูปวรพร จำกัด ผู้ผลิตมะม่วงดอง มะม่วงกวนรายใหญ่ที่สุดในประเทศ คุณชัยรัตน์ โสธรนพบุตร เจ้าของกิจการ จะเล่าให้เราฟังครับ
.
เติบโตจากธุรกิจหลังบ้าน...
กิจการของ “วรพร” เริ่มต้นจากธุรกิจหลังบ้าน
พ่อแม่เป็นคนทำมาก่อน ธุรกิจหลักของครอบครัวคือขายเสื้อผ้า รองลงมาคือดองผลไม้ขาย เป็นการดองตามฤดูกาล สถานที่ผลิตและจำหน่ายเริ่มที่อำเภอแปลงยาวซึ่งเป็นบ้านเกิด แล้วส่งขายต่อไปยังอำเภออื่นๆ กลายเป็นธุรกิจระดับจังหวัด ตอนแรกผมไม่ได้อยู่ในธุรกิจนี้ พ่อแม่บอกว่าเหนื่อย ผมจึงไปรับราชการเป็นครู หลังจากรับราชการได้สิบกว่าปี ได้ลาออกมาเลี้ยงกุ้ง แต่ไม่ประสบความสำเร็จ จึงหันกลับมาสนใจธุรกิจที่ครอบครัวเคยทำมา
.

เปลี่ยนการตลาดเพื่อขายห้าง...
เริ่มแรกก็ทำเป็นธุรกิจหลังบ้านเหมือนกัน แต่การตลาดเปลี่ยนไป คือตั้งใจทำขายให้นักท่องเที่ยว ไม่ใช่ขายเฉพาะในท้องถิ่น ต้องใส่น้ำตาล มีบรรจุภัณฑ์ที่สวยงาม ต้องทำแบรนด์ มียี่ห้อ ซึ่งประสบความสำเร็จ ขายดี การขายมะม่วงดองเมื่อ 20 กว่าปีก่อน มีแต่ในระดับล่าง ร้านขายของชำ รถเข็น ไม่มีขายในห้าง ถึงมีก็ต้องจิ้มพริกเกลือ ผมเป็นรายแรกที่ทำมะม่วงดองที่ไม่ต้องจิ้มพริกเกลือ ร้านที่ส่งขายแรก ๆ เป็นร้านแหล่งท่องเที่ยว เช่น คิงส์สโตร์ ตั้งเซ่งจั้ว ร้านริน ร้านเหล่านี้ มองว่ามะม่วงดองของผมแพง ลูกละ 10 บาท แต่รถเข็นลูกละ 5 บาท ไม่น่าขายได้ แต่ปรากฏว่าผมเตรียมมะม่วงไว้ขาย 1 ปี ขายจริง 3-4 เดือนหมดแล้ว ทำให้เราเติบโตเรื่อยมา จาก 1 เป็น 2 จาก 2 เป็น 4 จนกระทั่งปัจจุบันนี้ เราคือผู้ผลิตมะม่วงดองรายใหญ่ที่สุดในประเทศ ส่วนการส่งออก เราขายต่างประเทศถึง 40 % ของปริมาณการผลิต ประเทศที่ส่งไปขายมากที่สุด คือ จีน ซึ่งตลาดเติบโตเร็วมากจนเราผลิตไม่ทัน
.
ก้าวข้ามความเป็นสินค้าท้องถิ่น...
แนวคิดก่อนออกมาทำธุรกิจ ผมคิดว่าต้องทำรายได้ไม่น้อยกว่าเงินเดือนที่เคยได้ ต้องตั้งเป็นเป้าหมายแรก แล้วมุมานะ พยายามทำให้ได้ ผมทำได้ไม่ถึงปี ก็บรรลุเป้าหมายนี้ คือมีรายได้มากกว่าเงินเดือน ที่ประสบความสำเร็จเร็ว ส่วนหนึ่งเพราะอยู่ในยุคที่เศรษฐกิจเฟื่องฟู ประมาณปี 2529 ช่วงนั้นใครทำธุรกิจอะไรก็ประสบความสำเร็จ ขายอะไรก็ขายได้ เพราะคนมีสตางค์ และเป็นความโชคดี ที่เราได้รับการรับสนับสนุนจาก ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัฒน์ เขียนบทความลง น.ส.พ.มติชน ทำให้เราได้แบรนด์เชลล์ชวนชิม และตอนนั้นเจ้าหน้าที่ของเชลล์ชวนชิม กำลังเปิดร้านขายของในปั๊มน้ำมัน สินค้าที่ได้แบรนด์เชลล์ชวนชิมจึงได้รับการสนับสนุนด้วย ที่ประทับใจมากมีอยู่วันหนึ่ง ไปส่งของให้เขา กลับมาบ้านไม่ถึงชั่วโมง เขาโทรมาว่าให้ไปส่งใหม่ ที่ส่งมาขายหมดแล้ว ชั่วโมงเดียวหมดผมประทับใจมาก ตรงนั้นทำให้เราได้ชื่อเสียง เป็นการก้าวข้ามความเป็นสินค้าท้องถิ่นไปสู่สินค้าระดับประเทศ
.
การตัดสินใจครั้งสำคัญ...
ตอนนั้นต้องตัดสินใจว่า จะเป็นสินค้าท้องถิ่นหรือเป็นสินค้าอินเตอร์ ท้องถิ่นหรืออินเตอร์มันขึ้นอยู่กับการตั้งราคา ราคาของสินค้าท้องถิ่น คือ ถ้าซื้อที่ฉะเชิงเทราจะถูก ซื้อที่อื่นจะแพง ราคาของสินค้าอินเตอร์ คือ ไม่ว่าคุณจะซื้อที่ไหน ราคาเท่ากัน ส่วนวรพรตั้งเป้าหมายจะเติบใหญ่ ขายทั่วประเทศ เราต้องการเป็นสินค้าอินเตอร์ เมื่อตั้งเป้าอย่างนี้ เราก็มีสินค้ากระจายทั่วประเทศ การขายไกลๆ ต้องแบกรับค่าขนส่ง ทำให้เราได้กำไรต่อชิ้นน้อยลง แต่ปริมาณการขายจะมากขึ้น จุดหักเหอีกจุดหนึ่ง คือ ได้ไปเปิดตลาดที่จีน ประเทศนี้ไม่มีมะม่วงดอง แต่ชอบกินของเปรี้ยวๆ เค็มๆ เหมือนบ้านเรา ผมใช้เวลาบุกจีนมากกว่า 10 ปี ไม่ง่ายอย่างที่คิด เสียค่าใช้จ่ายไปมาก เกือบท้อใจ แต่สุดท้ายก็ได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่ากลับมา ปัจจุบันถือว่าเราเข้มแข็งระดับหนึ่งในประเทศจีน แต่อย่างไรก็ตามเรายังต้องเรียนรู้อีกเยอะ
.
ปลูกเพื่อการผลิต เป็นสิ่งที่ไม่คุ้มค่า...
การปลูกมะม่วงหรือสินค้าเกษตรอื่น เพื่อนำมาผลิตเป็นอุตสาหกรรม
เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เพราะเราต้องใช้ต้นทุนที่ถูกที่สุดเพื่อเอาไปแข่งขัน เราต้องเอาผลไม้ที่เหลือกินเหลือใช้ ไม่มีราคาแล้ว เอามาทำ ถ้าเราปลูกเอง แปลว่าเรามีต้นทุนการผลิต ปัจจุบันเราซื้อต่ำกว่าต้นทุนที่มีการผลิต ดังนั้น อย่าปลูกเพื่อนำมาแปรรูป มันไม่คุ้มค่า หน้าที่ของผมเวลานี้คือส่งเสริมให้ชาวสวนได้กำไรเยอะๆ เพราะถ้าไม่มีเขา เราอยู่ไม่ได้ และส่วนที่เหลือในตลาด เช่น ขายไม่ออกเพราะผิวลาย ดกเกินไป ผมเป็นหน่วยสุดท้ายที่รองรับ นี่คือหน้าที่ของโรงงานแปรรูปผลไม้
.สินค้าดี ต้องมีมาตรฐาน...กระแสโลกมีความห่วงใยในเรื่องสุขภาพกันมาก การขายสินค้าในประเทศต่างๆ จะต้องมีมาตรฐานรองรับ เราเองก็ให้ความสนใจในเรื่องนี้ ปัจจุบันนี้เราได้รับมาตรฐาน GMP และ HACCP แล้ว เป็น OTOP แปดริ้วรายแรกที่ได้รับมาตรฐาน HACCP( : Hazard Analysis Critical Control Point เป็นมาตรฐานระบบความปลอดภัยอาหารระดับนานาชาติ)
.
ฝากถึง OTOP คุณต้องตัดสินใจว่าคุณเป็นใคร...
ผู้ที่เป็น OTOP ต้องพิจารณาตัวเองว่า อยากจะยืนอยู่ในตำแหน่งใดในตลาด ไม่ใช่ว่าทุกคนจะต้องทำอย่างวรพร คุณต้องดูศักยภาพของตัวเอง บรรจุภัณฑ์ไม่ได้สะท้อนความสำเร็จ ถ้าทำดีแต่ขายในท้องถิ่นจะทำให้คุณเปลืองต้นทุน แต่ถ้าขายต่างจังหวัดไกลออกไป ต้องพัฒนาบรรจุภัณฑ์และแนวคิดเช่นเรื่องราคาอย่างที่ว่า ถ้าเลือกเป็นสินค้าท้องถิ่น แปลว่าเขาต้องมาที่นี่เท่านั้น ไม่มีที่อื่น ถ้าเป็นสินค้าอินเตอร์ เขาซื้อที่ไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องมาซื้อที่นี่ และซื้อในราคาที่เท่ากัน คุณต้องรู้ว่าคุณจะยืนอยู่ตรงไหน ไม่เช่นนั้นไม่มีทางประสบความสำเร็จ ผมขอฝากไว้ คุณต้องรู้จักตัวเองให้มากที่สุด

สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ
บริษัท ผลไม้แปรรูปวรพร จำกัด
20/5 หมู่ 6 ต.วังเย็น อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา
โทร. 038-813444
หรือ สนง.พัฒนาชุมชนจังหวัดฉะเชิงเทรา
โทร 038-511239...

ผลิตภัณฑ์ “วรพร” มีวางจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อ และห้างสรรพสินค้าชื่อดังทั่วประเทศ เป็นผลิตภัณฑ์ของผู้ประกอบการที่เป็นชาวแปดริ้วแท้ๆ