วันอาทิตย์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2555

ยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดฉะเชิงเทราและกลุ่มจังหวัด สู่การเป็นประชาคมอาเซียน ปี 2558 (1)

  • ภาคตะวันออกประกอบด้วย 9 จังหวัด แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มจังหวัด คือ กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก 4 จังหวัด ประกอบด้วย ชลบุรี ระยอง จันทบุรีและตราด กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนกลาง 5 จังหวัด ประกอบด้วย ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี นครนายก สมุทรปราการ และสระแก้ว โดยจังหวัดชลบุรีเป็นหัวหน้ากลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก และจังหวัดฉะเชิงเทราเป็นหัวหน้ากลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนกลาง
  • จังหวัดฉะเชิงเทรา มีพื้นที่ 3,344,375 ไร่ พื้นที่เกษตรกรรม 2,002,798 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 60 อยู่ห่างจาก กทม. 75 กม. แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 11 อำเภอ 91 ตำบล 1 อบจ. 1 เทศบาลเมือง 31 เทศบาลตำบล 76 อบต 892 หมู่บ้าน ประชากร 677,434 คน ครัวเรือน 240,497 ครัวเรือน โรงงานอุตสาหกรรม 1,705 โรงงาน มีนิคมอุตสาหกรรม 2 แห่ง คือ นิคมเวลโกรว์ นิคมเกตเวย์ซิตี้ เงินลงทุน รวม 616,019.36 ล้านบาท แรงงานภาคอุตสาหกรรม 148,156 คน มีผลิตภัณฑ์รวมของจังหวัด ( GDP) 243,443 ล้านบาท เป็นอันดับ 7 ของประเทศ และอันดับที่ 3 ของภาคตะวันออก(ข้อมูล ปี 2553) สัดส่วนของรายได้ภาคอุตสาหกรรม คิดเป็นร้อยละ 75 และสัดส่วนภาคเกษตร คิดเป็นร้อยละ 5 รายได้ประชากร เฉลี่ย 54,297.36 บาท ต่อ คน ต่อปี (ข้อมูล จปฐ ปี 2554) จำนวนนักท่องเที่ยว 1,662,322 คน โดยมีรายได้จากการท่องเที่ยว 2,100 ล้านบาท (ข้อมูลปี 2553)
  • กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกและกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนกลาง ถือได้ว่ามีความสำคัญในการสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ในด้านกิจการผลิตของโรงงานอุตสาหกรรมประเภทต่างๆของนิคมอุตสาหกรรม ตามโครงการอิสเทริน์ ซีบอร์ด การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว ยุทธศาสตร์ด้านโลจิสติกส์ที่สำคัญ เช่น เส้นทางคมนาคมทางน้ำที่ท่าเรือแหลมฉบัง ทางอากาศที่สนามบินสุวรรณภูมิ ทางบก ระบบราง คือ ทางรถไฟสายกรุงเทพฯ-มาบตาพุด ทางรถยนต์ คือ ทางหลวงหมายเลข 3 ถนนสุขุมวิท และบางนา-ตราด ทางหลวงพิเศษมอเตอร์เวย์ สาย 314 บางปะกง-ฉะเชิงเทรา สาย 304 ฉะเชิงเทรา-กบินทร์บุรี-นครราชสีมา และถนนสายสระแก้ว-โป่งน้ำร้อน-จันทบุรี ที่เป็นจุดเชื่อมโยงและเส้นทางผ่านการขนส่งกับประเทศเพื่อนบ้าน

วันอาทิตย์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2555

ขนมหวานใบเตย...ของดีจากตำบลบางเตย

วันนี้ผมขอนำเสนอเรื่องราวของขนมหวานอีกสักรายนะครับ ในความรู้สึกของผม บางทีก็รู้สึกว่า OTOP ของแปดริ้วเรามีผลิตภัณฑ์ประเภทอาหารเยอะเหลือเกิน เวลานำเสนอเดี๋ยวๆ ก็ประเภทอาหารอีกแล้ว คนอ่านเขาจะเบื่อไหม... แต่อีกความรู้สึกหนึ่ง ก็ภูมิใจนะครับ ว่าบ้านเราอุดมสมบูรณ์ไม่อดอยาก และต้องบอกว่ามีฝีมือดีด้วย ไม่งั้นก็คงไม่ได้ 4-5 ดาว นะครับ... สำหรับผู้ประกอบการรายนี้ ก็คือ กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบางเตยพัฒนา อยู่ที่หมู่ที่ 13 ตำบลบางเตย อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา เจ้าของผลิตภัณฑ์ประเภทขนมหวานระดับ 5 ดาว หลายชนิด เช่น ขนมชั้นใบเตย ขนมเปียกปูน ขนมใส่ไส้ ขนมเทียน ฝอยทอง ทองหยิบ เม็ดขนุน ขนมหม้อแกง กาละแม ขนมหัวผักกาด เป็นต้น... ผมไปคุยกับป้าบุญล้อม ผดุงกุล ประธานกลุ่ม ได้รายละเอียดมาเล่าสู่กันฟัง...คือป้าเล่าว่าอย่างนี้ครับ...

อาชีพหลักทำนา อาชีพเสริมทำขนม...
กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบางเตยพัฒนา ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2531 คือมีการรวมตัวกันของสตรีอาสาในตำบลบางเตย หมู่บ้านละ 5 คน มี 13 หมู่บ้าน ก็เท่ากับ 65 คน เพื่อเข้ารับการอบรมพัฒนาสตรีของอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา ตอนนั้นทำขน
มไปให้นายอำเภอชิมด้วย นายอำเภอบอกว่าทำขายได้นี่ ซึ่งความจริงก็ทำขนมส่งขายที่รามคำแหงอยู่แล้ว พอนายอำเภอว่าอย่างนั้น ก็เลยมารวมสมาชิกกลุ่ม 5-6 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นญาติกัน ทำขนมขายเรื่อยมา โดยมีป้าเป็นประธาน เริ่มขายงานแรกงานกาชาด สนุกดี เมื่อได้ออกงาน เจอผู้คน ทำไปขายไป ก็มีคนติดต่อมาเรื่อยๆ จนได้มาลงทะเบียน OTOP เมื่อปี 2545 ทุนของกลุ่มตอนแรกก็มีวัสดุอุปกรณ์จากทางราชการ เช่น เตาอบ เครื่องตีไข่ เครื่องคั้นกะทิ เครื่องกวน เป็นต้น ส่วนทุนหมุนเวียนส่วนใหญ่เป็นของประธานเอง สมาชิกไม่นิยมลงหุ้น แต่ชอบรับเป็นค่าแรงมากกว่า ปัจจุบันนี้มีสมาชิก 30 คน และป้ายังรับตำแหน่งประธานของกลุ่มเหมือนเดิม

ความรู้ทำขนมมาจากบรรพบุรุษ ความรู้การตลาดต้องเรียนรู้เพิ่มเติม...
เดิมพื้นฐานการทำขนมหวานได้มาจากพ่อแม่อยู่แล้ว แต่เราก็ต้องพัฒนาเพิ่มเติม ได้พาสมาชิกไปศึกษาดูงานหลายที่ ต้องบอกว่าโดยพื้นฐานคนเขานิยมขนมของเราอยู่แล้ว แต่ในส่วนของเรื่องการตลาดเราต้องเรียนรู้เพิ่มเติม โดยเฉพาะที่ส่วนราชการ เช่น พัฒนาชุมชน พาณิชย์ อุตสาหกรรม มีหนังสือเ
ชิญมาเราก็ไปรับการอบรม ทั้งเรื่องมาตรฐานผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ การผลิต การตลาด การประชาสัมพันธ์ และการสร้างแบรนด์ จนเดี๋ยวนี้เราพัฒนาขึ้นมามาก เราได้รับการรับรองมาตรฐานอาหารและยา หรือ อย. และมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน หรือ มผช. แล้ว ส่วนรางวัล เราได้รับการคัดสรรเป็น OTOP ระดับ 5 ดาว นอกจากนี้ยังได้รับรางวัลจากการประกวดภูมิปัญญาขนมไทย อีกหลายรายการสำหรับแผนการในอนาคต ป้าจะทำต่อไปเรื่อย ๆ ตอนนี้ได้ถ่ายทอดความรู้ให้สมาชิกบ้างแล้ว รวมทั้งลูกๆ ทุกคน และอยากจะช่วยคนด้อยโอกาสให้มีงานทำด้วย... ส่วนการผลิตจะเน้นคุณภาพ ให้ได้มาตรฐานเดียวกัน...

จุดเด่นของเราคือใช้ใบเตยแท้ ๆ...
ผลิตภัณฑ์ของเราเวลานี้ก็มี ขนมชั้นใบเตย ขนมเปียกปูน ขนมใส่ไส้ ขนมเทียน ฝอยทอง ทองหยิบ เม็ดขนุน ขนมหม้อแกง กาละแม ขนมหัวผักกาด คือขนมไทยทำได้ทุกอย่าง แต่ที่ได้รับความนิยมมาก ได้แก่ ขนมหม้อแกง ขนมชั้น และเปียกปูน จุดเด่นของเรา คือ ขนมเราใช้ใบเตยแท้ ๆ สด ๆ ตอนนี้น้ำท่วมใบเตยขาดตลาดต้องซื้อแพงขึ้น จุดเ
ด่นต่อมา คือ เราไม่มีสารกันบูด ไม่ใช้เลย และอีกอย่างหนึ่ง คือ ความจริงใจกับลูกค้า เราทำใหม่ สดทุกวัน ไม่ขายของเหลือ ไม่ทำ เหลือมาก็ให้ปลากิน ทำใหม่วันต่อวัน...
เคล็ดลับของเรา... เราคัดเกรดมะพร้าว ... มะพร้าวอ่อนทำวุ้น ทำน้ำมะพร้าวอ่อน แก่ขึ้นมาหน่อยทำไส้ขนม แก่อีกนิดก็คั้นกะทิ...ส่วนเรื่องสีสัน เราเน้นสีเตยธรรมชาติ สำหรับสีแดงเราทำจากน้ำครั่ง กาแฟให้สีน้ำตาล อัญชัญให้สีม่วง ลูกตาลให้สีเหลือง... ส่วนเรื่องขนาดรูปร่างของขนม เราดูจากความต้องการของลูกค้า เช่น ทานเอง ของฝาก ทำบุญ ถ้าทานเองควรเป็นถุงพลาสติก เพราะใส่กระเป๋าถือได้ ทิ้งง่าย ถ้าขายทั่วไปต้องใส่ถาด ของฝากต้องใส่กล่อง จับเป็นดอกก็มี ส่วนใหญ่เอาไปทำอาหารว่างรับรองแขก... ของขวัญปีใหม่ ทำในภาชนะถ้วยปู ปลา หัวใจ เล็กๆ น้อยๆ... เคยทำดอกกุหลาบ แต่ตัวเองไม่ชอบ คือ รู้สึกมันปนเปื้อนหลายขั้นตอน สวย แต่ปนเปื้อน ไม่น่าทาน... การทำขนมชั้นไม่ให้ติดกัน ตอนเทต้องเปิดช้าๆ ให้ไอน้ำเข้า หน้าก็ชื้นหน่อย แต่จะลอกง่าย... สำหรับเรื่องรสชาติ ของเราเมื่อก่อนต้องหวาน แต่เมื่อเราสัมผัสคนภายนอกมาแล้วเขาไม่ชอบหวาน เราต้องลดลง... กะทิก็ไม่ชอบมัน เราต้องลดลง หวานลดลง มันลดลง รสชาติกำลังพอดีทุกอย่าง... เรื่องวิธีทำเมื่อก่อนใช้ความชำนาญของเราไม่ต้องตวงชั่ง ใช้ความรู้สึกเอา แต่เดี๋ยวนี้ไม่ได้ ต้องได้มามาตรฐาน ต้องตวง ต้องชั่งของทุกอย่าง ใช้ภาชนะเดียวกัน...

ความสัมพันธ์กับชุมชนที่ดีเยี่ยม...
เวลาที่วัดมีงานบุญ ทอดกฐิน ทอดผ้าป่า พระมาสอบนักธรรม เราจะจัดอาหารหวานคาว ไปเลี้ยง โดยใช้ทุนส่วนตัวและเพื่อนสมาชิกกลุ่ม... เมื่อชุมชนจัดงานส่วนรวม เราก็จัดขนมไปช่วย... หรือคนยากจนเราก็ช่วย จัดเป็นเงินบ้าง ของบ้าง ทำขนมให้... ผู้ชรา ผู้สูงอายุ มีงานสงกรานต์ ก็ซื้อผ้าเช็ดตัว ผ้าขาวม้าไปแจก... งานวัด งานโรงเรียน ช่วยเหลือมาตลอด... ส่วนเรื่องการถ่ายทอดความรู้ให้กับสมาชิกกลุ่ม เด็กนักเรียน และประชาชนทั่วไปนั้น เราจัดเป็นศูนย์เรียนรู้การถ่ายทอดภูมิปัญญาทั้งในและนอกสถานที่ รวมทั้งเป็นสถานที่ศึกษาดูงานให้กับผู้สนใจทั่วไปด้วย...

แหล่งขาย
ตอนแรกๆ ไปกับอำเภอ จังหวัด ไปขายที่เมืองทองธานี ขายดีมาก ตอนหลังไม่ไหว ยอดสั่งซื้อเยอะแต่เรารับไม่ได้ เพราะเป็นของสด ทำวันต่อวัน เยอะมากทำไม่ทัน... เวลานี้จึงขายอยู่ที่ตลาดลอยฟ้าสถานีขนส่งใหม่ (ตลาดนัด) ทุกวันจันทร์ ส่วนวันอังคารและวันศุกร์ ขายที่ตลาดนัดหน้าศาลากลางจังหวัด... นอกเหนือจากนี้ก็ทำตามสั่งโดยมีโทรสั่งมีเกือบทุกวัน เดือนหนึ่งเว้นประมาณ 2-3 วันเท่านั้น... ถ้าท่านผู้อ่านท่านใดสนใจก็ติดต่อได้ที่ที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ด้านล่าง...

สนใจผลิตภัณฑ์ติดต่อได้ที่...
กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบางเตยพัฒนา บ้านเลขที่ 81/1 หมู่ที่ 13 ตำบลลางเตย อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา โทร.038-565048 หรือประธานกลุ่ม นางบุญล้อม ผดุงกุล โทร.081-4588515 หรือที่สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดฉะเชิงเทรา โทร 038-511239... เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่คอลัมน์ OTOP แปดริ้ว ภูมิใจนำเสนอครับ...

วันพุธที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

คุณภาพชีวิตคนแปดริ้ว

สรุปผลการจัดเก็บข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.)และข้อมูล กชช.2ค ปี 2554 จังหวัดฉะเชิงเทรา

1. จำนวนครัวเรือนและประชากรที่จัดเก็บ

1.1 ข้อมูลที่จัดเก็บในพื้นที่เขตชนบท (อบต.) ปี 2554 จำนวน 11 อำเภอ 81 ตำบล 779 หมู่บ้าน จำนวนครัวเรือนทั้งสิ้น 87,466 ครัวเรือน ประชากร 350,993 คน แยกเป็นชาย 173,136 คน หญิง 177,857 คน

1.2 ข้อมูลที่จัดเก็บในพื้นที่ของเทศบาล (เฉพาะพื้นที่ที่จัดเก็บ) ปี 2554 จำนวน 7 อำเภอ 27 เทศบาล 198 ชุมชน จำนวนครัวเรือนทั้งสิ้น 23,122 ครัวเรือน ประชากร 85,376 คน แยกเป็นชาย 41,203 คน หญิง 44,173 คน (พื้นที่ที่ไม่ได้จัดเก็บข้อมูล คือ เทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา)

1.3 ข้อมูลที่จัดเก็บภาพรวมทั้งจังหวัด ปี 2554 จำนวน 11 อำเภอ 81 ตำบล 27 เทศบาล 779 หมู่บ้าน 198 ชุมชน จำนวนครัวเรือนทั้งสิ้น 110,588 ครัวเรือน ประชากร 436,369 คน แยกเป็นชาย 214,339 คน หญิง 222,031 คน (คิดเป็นร้อยละ 64.74 ของจำนวนประชากรทั้งหมด 673,933 คน ที่มา : ข้อมูลประชากร กรมการปกครอง ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2553)

2. ผลการจัดเก็บข้อมูล จปฐ. ปี 2554 เขตชนบท ตามเกณฑ์ชี้วัดจำนวน 6 หมวด 42 ตัวชี้วัด ผลการจัดเก็บ บรรลุเป้าหมาย 24 ตัวชี้วัด ไม่บรรลุ 18 ตัวชี้วัด

2.1 ตัวชี้วัดที่บรรลุเป้าหมาย ได้แก่ หมวดที่ 1 สุขภาพดี 8 ตัวชี้วัด (1,2,4,6,9,11,12,13) หมวดที่ 2 มีบ้านอาศัย 3 ตัวชี้วัด (15,16,17,) หมวดที่ 3 ฝักใฝ่การศึกษา 4 ตัวชี้วัด (22,23,25,26) หมวดที่ 4 รายได้ก้าวหน้า 3 ตัวชี้วัด (29,30,31) หมวดที่ 5 ปลูกฝังค่านิยมไทย 2 ตัวชี้วัด (33,34) หมวดที่ 6 ร่วมใจพัฒนา 4 ตัวชี้วัด (38,39,40,42)

2.2 ตัวชี้วัดที่ไม่บรรลุเป้าหมาย ได้แก่ หมวดที่ 1 สุขภาพดี 5 ตัวชี้วัด (3,5,7,8,10) หมวดที่ 2 มีบ้านอาศัย 5 ตัวชี้วัด (14,18,19,20,21) หมวดที่ 3 ฝักใฝ่การศึกษา 3 ตัวชี้วัด (24,27,28) หมวดที่ 5 ปลูกฝังค่านิยมไทย 4 ตัวชี้วัด (32,35,36,37) หมวดที่ 6 ร่วมใจพัฒนา 1 ตัวชี้วัด ตัวชี้วัดที่ 41

2.3 ตัวชี้วัดที่ตกเกณฑ์มากที่สุด 3 ลำดับแรก

1) เด็กแรกเกิดๆได้กินนมแม่อย่างน้อย 4 เดือนแรก (ข้อ 5) เป้าหมายร้อยละ 95 ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 88 ต่ำกว่าเป้าหมายร้อยละ 7

2) ครัวเรือนเข้าร่วมทำกิจกรรมสาธารณะหมู่บ้าน (ข้อ 41) เป้าหมายร้อยละ 100 ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 98.4 ต่ำกว่าเป้าหมายร้อยละ 1.6

3) ครัวเรือนไม่ถูกรบกวนจากมลพิษ (ข้อ 18) เป้าหมายร้อยละ 100 ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 99.5 ต่ำกว่าเป้าหมายร้อยละ 0.5

2.4 อำเภอที่ตกเกณฑ์มากที่สุด 3 ลำดับแรก
1) อำเภอท่าตะเกียบ และอำเภอพนมสารคาม ตกเกณฑ์ จปฐ. จำนวน 12 ตัวชี้วัด
2) อำเภอสนามชัยเขต และ อำเภอแปลงยาว ตกเกณฑ์ จปฐ. จำนวน 11 ตัวชี้วัด
3) อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา ตกเกณฑ์ จปฐ. จำนวน 8 ตัวชี้วัด

2.5 ผลการจัดเก็บข้อมูลด้านรายได้
1) ครัวเรือนที่มีรายได้เฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 23,000 บาท/คน/ปี จำนวน 87,413 ครัวเรือน คิดเป็นร้อยละ 99.93
2) ครัวเรือนที่มีรายได้เฉลี่ยต่ำกว่า 23,000 บาท/คน/ปี จำนวน 53 ครัวเรือน คิดเป็นร้อยละ 0.07
3) รายได้เฉลี่ยของครัวเรือน เท่ากับ 56,786 บาท/คน/ปี เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2553 มีรายได้เฉลี่ย 53,677 บาท มีรายได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.79

2.6 อำเภอที่มีรายได้เฉลี่ยน้อยที่สุด 3 ลำดับแรก คือ
1. อำเภอสนามชัยเขต จำนวน 47,751.62 บาทต่อคนต่อปี
2. อำเภอท่าตะเกียบ จำนวน 49,185.69 บาทต่อคนต่อปี
3. อำเภอแปลงยาว จำนวน 51,780.48 บาทต่อคนต่อปี

2.7 อำเภอที่มีรายได้เฉลี่ยมากที่สุด 3 ลำดับแรก คือ
1. อำเภอบางคล้า จำนวน 65,291.15 บาทต่อคนต่อปี
2. อำเภอคลองเขื่อน จำนวน 64,442.69 บาทต่อคนต่อปี
3. อำเภอราชสาส์น จำนวน 64,076.93 บาทต่อคนต่อปี

3. ผลการจัดเก็บข้อมูลในเขตเมือง (เฉพาะพื้นที่ที่จัดเก็บ 27 เทศบาล)

3.1. จำนวนครัวเรือนและประชากรที่จัดเก็บ
ข้อมูลที่จัดเก็บในพื้นที่ของเทศบาล (เฉพาะพื้นที่ที่จัดเก็บ) ปี 2554 จำนวน 7 อำเภอ 27 เทศบาล 198 ชุมชน จำนวนครัวเรือนทั้งสิ้น 23,122 ครัวเรือน ประชากร 85,376 คน แยกเป็น ชาย 41,203 คน หญิง 44,173 คน (พื้นที่ที่ไม่ได้จัดเก็บข้อมูล คือ เทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา)

3.2. ผลการจัดเก็บข้อมูล จปฐ. ปี 2554 เขตเมือง ตามเกณฑ์ชี้วัด จำนวน 6 หมวด 42 ตัวชี้วัด ผลการจัดเก็บ บรรลุเป้าหมาย 25 ตัวชี้วัด ไม่บรรลุ 17 ตัวชี้วัด

3.2.1 ตัวชี้วัดที่บรรลุเป้าหมาย ได้แก่ หมวดที่ 1 สุขภาพดี 9 ตัวชี้วัด (1,2,4,5,8,9,11,12,13) หมวดที่ 2 มีบ้านอาศัย 3 ตัวชี้วัด (15,16,17,) หมวดที่ 3 ฝักใฝ่การศึกษา 4 ตัวชี้วัด (22,23,25,26) หมวดที่ 4 รายได้ก้าวหน้า 3 ตัวชี้วัด (29,30,31) หมวดที่ 5 ปลูกฝังค่านิยมไทย 2 ตัวชี้วัด (33,34,37) หมวดที่ 6 ร่วมใจพัฒนา 1 ตัวชี้วัด (39,40,42)

3.2.2 ตัวชี้วัดที่ไม่บรรลุเป้าหมาย ได้แก่ หมวดที่ 1 สุขภาพดี 4 ตัวชี้วัด (3,6,7,10) หมวดที่ 2 มีบ้านอาศัย 5 ตัวชี้วัด (14,18,19,20,21) หมวดที่ 3 ฝักใฝ่การศึกษา 3 ตัวชี้วัด (24,27,28) หมวดที่ 5 ปลูกฝังค่านิยมไทย 3 ตัวชี้วัด (32,35,36,) หมวดที่ 6 ร่วมใจพัฒนา 2 ตัวชี้วัด (38,41)

3.2.3 ตัวชี้วัดที่ตกเกณฑ์มากที่สุด 2 ลำดับแรก

1) คนในครัวเรือนเป็นสมาชิกลุ่มที่ตั้งขึ้นในหมู่บ้าน ตำบล (ข้อ38) เป้าหมายร้อยละ 95 ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 91.9 ต่ำกว่าเป้าหมายร้อยละ 3.1

2) คนในครัวเรือนมีส่วนร่วมทำกิจกรรมสาธารณะของหมู่บ้าน (ข้อ 41) เป้าหมายร้อยละ 100 ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 97.9 ต่ำกว่าเป้าหมายร้อยละ 2.1

3.2.4 เทศบาลที่ตกเกณฑ์มากที่สุด 3 ลำดับแรก
1) เทศบาลตำบลบ้านซ่อง ตกเกณฑ์ จปฐ. จำนวน 17 ตัวชี้วัด
2) เทศบาลนครเนื่องเขต ตกเกณฑ์ จปฐ. จำนวน 8 ตัวชี้วัด
3) เทศบาลตำบลทุ่งสะเดา ตกเกณฑ์ จปฐ. จำนวน 7 ตัวชี้วัด

3.2.5 ผลการจัดเก็บข้อมูลด้านรายได้
1) ครัวเรือนที่มีรายได้เฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 23,000 บาท/คน/ปี จำนวน 23,059 ครัวเรือน คิดเป็นร้อยละ 97.8
2) ครัวเรือนที่มีรายได้เฉลี่ยต่ำกว่า 23,000 บาท/คน/ปี จำนวน 63 ครัวเรือน คิดเป็น ร้อยละ 2.2
3) รายได้เฉลี่ยของครัวเรือน เท่ากับ 64,746 บาท/คน/ปี

3.2.6 เทศบาลที่มีรายได้เฉลี่ยน้อยที่สุด 3 ลำดับแรก คือ
1. ทต. เกาะขนุน 2) ทต.บางผึ้ง 3) ทต.วังเย็น

3.2.7 เทศบาลที่มีรายได้เฉลี่ยมากที่สุด 3 ลำดับแรก คือ
1. ทต.บางวัว 2) ทต.ลาดขวาง 3) ทต.นครเนื่องเขต

คนฉะเชิงเทรามีคุณภาพชีวิตที่ดี ในส่วนข้อมูลที่ไม่ผ่านเกณฑ์นั้น เมื่อคิดเป็นร้อยละแล้วมีจำนวนเพียงเล็กน้อย ไม่ได้เป็นปัญหารุนแรง เนื่องจากเป็นตัวชี้วัดที่ตั้งเป้าหมายการผ่านเกณฑ์ไว้ ร้อยละ 100 อาทิ เช่น ตัวชี้วัดที่ 3 : เด็กแรกเกิดมีน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 2,500 กรัม ไม่ผ่านเกณฑ์เพียงร้อยละ 0.1 เท่านั้น แต่เป็นตัวบ่งชี้ให้ทางราชการและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้าถึงประชาชน เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นต่อไป

4. ผลการพัฒนาหมู่บ้านจากการจัดเก็บข้อมูลพื้นฐานระดับหมู่บ้าน (กชช.2ค) เขตชนบท
1) หมู่บ้านเร่งรัดพัฒนาอันดับ 1 (ล้าหลัง) - ไม่มี
2) หมู่บ้านเร่งรัดพัฒนาอันดับ 2 (ปานกลาง) 103 หมู่บ้าน (ร้อยละ 13.2)
3) หมู่บ้านเร่งรัดพัฒนาอันดับ 3 (ก้าวหน้า) 676 หมู่บ้าน (ร้อยละ 86.8)

5. ผลการพัฒนาหมู่บ้านจากการจัดเก็บข้อมูลพื้นฐานระดับหมู่บ้าน (กชช.2ค) เขตเมือง
1) หมู่บ้านเร่งรัดพัฒนาอันดับ 1 (ล้าหลัง) - ไม่มี
2) หมู่บ้านเร่งรัดพัฒนาอันดับ 2 (ปานกลาง) 14 ชุมชน (ร้อยละ 16.7)
3) หมู่บ้านเร่งรัดพัฒนาอันดับ 3 (ก้าวหน้า) 70 ชุมชน (ร้อยละ 83.3)

วันศุกร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ณัฐรินทร์น้ำมะพร้าวน้ำหอม



“เมืองธรรมะ พระศักดิ์สิทธิ์ ชิดเมืองหลวง มะม่วงหวาน ข้าวสารขาว มะพร้าวน้ำหอม” เป็นคำขวัญของจังหวัดฉะเชิงเทรา ก่อนที่จะเปลี่ยนมาใช้คำขวัญปัจจุบัน... งั้นก็แสดงว่าทั้งมะม่วง ข้าวสาร และมะพร้าว ต้องเป็นของดีของแปดริ้วใช่มั๊ย...แล้วทำไมจึงตัดออกไปจากคำขวัญปัจจุบันของจังหวัดเสียล่ะ สงสัยจัง????...ไม่เป็นไร ผมไม่ได้ต้องการคำตอบอะไรมากมาย แค่จะบอกว่ามะพร้าวน้ำหอมน่ะ แปดริ้วเราก็ไม่น้อยหน้าใครนะครับ ไม่งั้นเขาคงไม่เอาไปเขียนไว้ในคำขวัญหรอก ...ถึงแม้ต่อมาเขาจะตัดออกไปจากคำขวัญ แต่มะพร้าวน้ำหอมของเราก็ยังมีดีและเด่นเหมือนเดิม ไม่เชื่อก็ดูข้างทางถนนสุวินทวงศ์ และถนนสิริโสธร ฝั่งขาออกจากแปดริ้ว มะพร้าวน้ำหอมเยอะเลยครับ...

อย่างไรก็ตาม ที่เห็นขายกันนั้น ส่วนมากก็ขายเป็นผลสด และมีเผาบ้าง ต้มบ้าง ก็ว่ากันไป...แต่มีน้อยรายที่จะนำมาแปรรูป พัฒนาผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ และทำการตลาดอย่างจริงจัง...ดังนั้น วันนี้ผมจึงพาท่านไปรู้จักกับผู้ประกอบการ OTOP ที่ผลิตน้ำมะพร้าวจากมะพร้าวน้ำหอม และทำในเชิงพาณิชย์ ผู้ประกอบการรายนี้ คือ คุณอณัฐ กรรณิกา เจ้าของผลิตภัณฑ์ “ณัฐรินทร์น้ำมะพร้าวน้ำหอม” ซึ่งจะเป็นผู้เล่าเรื่องราวของกิจการทำน้ำมะพร้าวให้เราฟังครับ...

จะได้ดังระดับประเทศ...
เริ่มต้นจากตัวดิฉันมีความรักและความชอบในการศึกษาหาความรู้ในด้
านสมุนไพรทั้งสมุนไพรทางอาหารและทางยา... เมื่อมีโอกาสได้เป็นผู้ผลิตเครื่องดื่มน้ำสมุนไพรจำหน่าย จึงมีความตั้งใจว่าจะผลิตเครื่องดื่มที่มีประโยชน์ต่อผู้บริโภค โดยปลอดสารกันบูด คุณภาพดี ราคามาตรฐานและไม่เกิดมลพิษกระทบต่อสิ่งแวดล้อม... เมื่อได้มาตั้งกิจการที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้สังเกตเห็นวิถีชีวิตของชุมชน มีส่วนหนึ่งที่ประกอบอาชีพปลูกมะพร้าวน้ำหอม... ซึ่งจังหวัดฉะเชิงเทรายังมีแหล่งเพาะปลูกได้ดีเป็นจำนวนมาก...สามารถมีผลผลิตและจำหน่ายได้ตลอดทั้งปี อีกทั้งราคาถูก สามารถนำมาผลิตเป็นอุตสาหกรรมในครัวเรือนได้... จึงมีแนวคิดว่าควรทำการผลิตและพัฒนาน้ำมะพร้าวน้ำหอมพร้อมดื่มของจังหวัดฉะเชิงเทราให้เป็นที่รู้จักในระดับประเทศ... ซึ่งเป็นช่องทางหนึ่งที่จะสร้างอาชีพและรายได้ต่อกิจการและชุมชนอย่างยั่งยืน

สำนึกอันยิ่งใหญ่...
น้ำมะพร้าวเป็นน้ำบริสุทธิ์จากธรรมชาติมีสรรพคุณบำรุงร่างกายและรักษาโรคได้ในเวลาเดียวกัน...จึงสมควรที่จะได้รับการอนุรักษ์ในด้านวิถีโภชนาและการสืบทอดการผลิตให้คงอยู่ตามวิถีชาวบ้านชุมชนชาวสวนมะพร้าวต่อไป...เปรียบดังเช่นการอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมไทยสาขาต่างๆ ยิ่งใหญ่ฉันใด...การอนุรักษ์น้ำสมุนไพรไทยก็ยิ่งใหญ่ฉันนั้น...

เน้นคุณภาพและความแปลกใหม่
เรามีความพิถีพิถันในทุกขั้นตอนของการผลิตที่ทำให้ได้รสชาติน้ำมะพร้าวที่แตกต่าง... โดยบรรจุลงในบรรจุภัณฑ์ที่รักษาคุณประโยชน์ของน้ำมะพร้าวสู่ผู้บริโภคได้อย่างเต็มคุณค่า... กระบวนการผลิตเริ่มจากการคัดเลือกผลมะพร้าวจากต้นพันธุ์มะพร้าวน้ำหอมที่ผลมีอายุประมาณหนึ่งเดือนหรือที่เรียกว่ามะพร้าวอ่อน มีปริมาณน้ำหนักน้ำ 400-450 cc. มีเนื้อลักษณะหนาสองชั้น มีน้ำรสชาติหวานและหอม... แล้วนำมาปรุงแต่งด้วยส่วนผสมต่างๆ โดยปราศจากวัตถุกันเสีย ผ่านขั้นตอนการผลิตที่สะอาดถูกหลักอนามัยต่อผู้บริโภค... และบรรจุในบรรจุภัณฑ์ที่ทันสมัยสามารถรักษาคุณภาพและรสชาติคงเดิม... เราเน้นการผลิตในเชิงคุณภาพ มากกว่าการผลิตในเชิงปริมาณ... ปัจจุบันกิจการได้พัฒนาสินค้าในการแปรรูปใ
หม่ๆ เพื่อเพิ่มความหลากหลายให้มีตัวเลือกมากขึ้น เช่น การผลิตวุ้นมะพร้าวน้ำหอมใส่เม็ดแปะก๊วย และน้ำมะพร้าวน้ำหอมใส่เม็ดแปะก๊วย เป็นต้น

เคล็ดลับความอร่อย
การคัดเลือกผลมะพร้าวต้องเป็นผลของมะพร้าวน้ำหอมที่มีลักษณะมะพร้าวเนื้ออ่อนและมีเนื้อหนาสองชั้น สังเกตได้จากจีบที่ก้นกะลามะพร้าวมีสีดำ…การขูดเนื้อมะพร้าวต้องไม่ให้ติดเปลือกด้านในหรือส่วนกะลาเพราะจะทำให้น้ำที่ต้มมีสีออกสีชมพูผิดไปจากคุณลักษณะที่ดีของน้ำมะพร้าวหลังจากจับเวลาและอุณหภูมิการผลิตเป็นเวลา ๑๐ นาทีแล้วให้ปิดฝาภาชนะไว้สักครู่ เพื่อให้เนื้อมะพร้าวแตกมันเพิ่มความหอมให้น้ำมะพร้าว

มาตรฐานดี แผนธุรกิจเด่น...
เราได้มาตรฐานคัดสรรหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ระดับ ๔ ดาว... รางวัลประกาศนียบัตรแผนธุรกิจดีเด่นคัดเลือกจากโครงการผู้ประกอบการรายใหม่ ๕๐๐ ราย ในเขตภาคกลางและภาคตะวันออก และมีมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอรับใบรับรองมาตรฐาน

คืนกำไรสู่ชุมชน
กิจการของเรามีการรับชื้อผลมะพร้าว และต้นพันธุ์มะพร้าวเป็นจำนวนมากจากชาวสวนมะพร้าวในจังหวัด โดยให้ราคาที่ชาวสวนพอใจ ไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง... ทำให้เกษตรกรมีความคิดในการพัฒนาและมีกำลังใจในการปลูกมะพร้าวเป็นทั้งอาชีพหลักและอาชีพเสริม... นอกจากนี้กลุ่มยังมีการจ้างแรงงานในชุมชน ซึ่งสามารถใช้เวลาว่างในวันเสาร์-อาทิตย์เป็นรายได้พิเศษ... และมีการสั่งซื้อวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์จากร้านค้าภายในจังหวัดก่อให้เกิดรายได้และเงินทุนหมุนเวียนส่งผลต่อรายได้และผลิตภัณฑ์มวลรวมของจังหวัด... สำหรับในปี พ.ศ.2554 นี้ กลุ่มกำลังดำเนินการจัดตั้งสถานที่เปิดการฝึกอบรมอาชีพแก่บุคคลทั่วไปเพื่อเป็นวิทยาทานแก่ชุมชนโดยมีองค์ความรู้เศรษฐกิจพอเพียงเป็นธงนำในการเดินสู่วิถีทางแห่งการพึ่งตนเองและการคืนชีวิตให้แผ่นดิน คืนกำไรให้สังคมที่มีบุญคุณต่อกิจการ...

สถานที่ผลิตและจำหน่าย...
สถานที่ผลิต ได้แก่ กลุ่มผลิตน้ำสมุนไพรสดณัฐรินทร์ อาจารย์ไพรินทร์ฟาร์ม หมู่ 3 ซอยวัดอุดมมงคลตำบลคลองนครเนื่องเขต อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา... ส่วนสถานที่จำหน่ายจะขายประจำ ณ ที่ทำการกลุ่ม โทรศัพท์ 086-3289844 , 083-0141506 ,ตลาดน้ำโบราณนครเนื่องเขต อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา ,ศูนย์OTOP มายอง จ.ระยอง ร้านณัฐรินทร์มะพร้าวน้ำหอม ตลอดทั้งงานแสดงและจำหน่ายสินค้า OTOP ที่หน่วยงานราชการและภาคเอกชนจัดขึ้น เช่น งาน OTOP CITY ที่เมืองทองธานี ,งานมหกรรม OTOP ของจังหวัด ,งานนมัสการพระพุทธโสธรและงานประจำปีจังหวัดฉะเชิงเทรา และโครงการ OTOP สู่โรงงาน เป็นต้น

สุดท้ายคุณอณัฐ ฝากขอบคุณทั้งหน่วยงานราชการและภาคเอกชน ตลอดทั้งลูกค้าผู้มีอุปการะคุณทุกท่านที่ให้การสนับสนุนอย่างดียิ่ง ซึ่งจะเป็นพลังให้กิจการเจริญก้าวหน้าและสร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดฉะเชิงเทราต่อไป ...หมดพื้นที่เขียนแล้วครับ...สนใจขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดฉะเชิงเทรา โทร 038-511239 ยินดีรับใช้ครับ...

วันเสาร์ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2554

หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง “อยู่เย็น เป็นสุข” จังหวัดฉะเชิงเทรา

เมื่อเร็ว ๆ นี้ กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ได้มอบหมายให้จังหวัดฉะเชิงเทราคัดเลือกหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง “อยู่เย็น เป็นสุข” ประจำปี 2554 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติผู้นำชุมชนที่มีผลงานดีเด่น และเป็นการเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งจังหวัดได้ดำเนินการคัดเลือกและประกาศผลให้ บ้านสระไม้แดง หมู่ที่ 5 ตำบลคู้ยายหมี อำเภอสนามชัยเขต เป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง “อยู่เย็น เป็นสุข” ประจำปี 2554 ของจังหวัด โดยจะเข้ารับโล่พระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสต่อไป
บ้านสระไม้แดง มีผู้ใหญ่บ้านชื่อนายเชษฐา ภูสมที ครัวเรือนที่อาศัยอยู่จริง 206 ครัวเรือน ประชากร 824 คน เป็น ชาย 432 คน หญิง 392 คน อาชีพหลักคือทำนา ทำไร่ ทำสวน อาชีพรองคือรับจ้าง อาชีพเสริมคือเพาะเห็ดฟางและปลูกพืชผัก แต่ก่อนหลังจากทำนา ชาวบ้านต้องไปรับจ้างนอกหมู่บ้านได้ค่าแรงวันละ 2030 บาท คนส่วนใหญ่จึงมีฐานะยากจน แต่ปัจจุบันนี้มีรายได้ดีขึ้นมากจากการทำอาชีพเสริมเพาะเห็ดฟาง ทุกครอบครัวมีรายได้ทุกวัน ไม่ต่ำกว่าวันละ 300 บาท รวมทั้งคนชราและเด็กที่รับจ้างตัดโคนเห็ดได้กิโลกรัมละ 3 บาท
การทำการเกษตรที่บ้าน ทำให้ครอบครัวอยู่พร้อมหน้ามีความอบอุ่น มีเวลาให้ความร่วมมือกับชุมชน การดำเนินชีวิตตามแนวทางของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงคนในชุมชนให้ความสำคัญมาก กับโครงการหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบของกรมการพัฒนาชุมชน มีการคัดเลือกครอบครัวพัฒนาต้นแบบ 30 ครัวเรือน เพื่อเป็นแกนนำวิถีชีวิตแบบพอเพียง ต่อมามีการขยายผลเกือบครบทุกครัวเรือน กิจกรรมที่ทำ เช่น การทำสวนครัว รั้วกินได้ ปลูกไม้ดอกไม้ประดับในบริเวณบ้านและรั้วบ้าน มีการทำความสะอาดและจัดบริเวณบ้านให้น่าอยู่ น่ามอง ทำป้ายชื่อบ้านที่ดูดีและสวยงาม มีการออมเงินกับกลุ่มออมทรัพย์ฯ ที่มีอยู่ในหมู่บ้าน มีการอนุรักษ์ป่าชุมชน 2 แห่ง คือ ป่าอนุรักษ์ และป่าเศรษฐกิจชุมชน ป่าอนุรักษ์ ชุมชนได้ดำเนินการจัดทำแนวเขต แนวกันไฟ มีการจัดเวรยามป้องกันไฟป่า รักษาป่าให้คงเดิมเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า มี การปลูกต้นไม้ในชุมชน ให้เกิดความร่มรื่น สร้างจิตสำนึกในการรักษาป่าและสิ่งแวดล้อมแก่เยาวชน สำหรับป่าเศรษฐกิจ ชุมชนได้เน้นการปลูกไม้โตเร็ว เช่น ยูคาลิปตัส เพื่อตัดขายแล้วนำรายได้มาพัฒนาหมู่บ้าน และเป็นแหล่งเรียนรู้ของเยาวชน
ด้านการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น มีศูนย์เรียนรู้ชุมชนเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลและจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในชุมชน มี จุดเรียนรู้ด้านเกษตรผสมผสาน และจุดเรียนรู้ด้านภูมิปัญญาท้องถิ่น เช่น ยาสมุนไพร การทำบายศรี การจักสาน การทอผ้าพื้นบ้าน ด้านความเอื้ออาทรต่อกัน ชุมชนมีความสมัครสมานสามัคคี ช่วยเหลือเกื้อกูลกันเหมือนเป็นญาติพี่น้อง แม้จะนับถือศาสนาที่ต่างกัน โดยมีวัดบ้านสระไม้แดง และวัดคาทอริกเป็นสถานที่ปฏิบัติศาสนา ซึ่งกิจกรรมต่างๆ จะให้การสนับสนุนซึ่งกันและกันเป็นอย่างดี
ปัจจัยแห่งความสำเร็จของบ้านสระไม้แดง คือ มีการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม อันเกิดจากผู้นำชุมชนที่มีความเข้มแข็ง ซื่อสัตย์ ตรวจสอบได้ มี ความเสมอภาค เป็นแบบอย่างที่ดี เชื่อถือ และไว้วางใจได้ นอกจากนี้สมาชิกในชุมชนยังมีความร่วมมือ ร่วมใจ มีความสามัคคี ต้องการเห็นชุมชนน่าอยู่ คนในชุมชนมีอาชีพมีรายได้สม่ำเสมอ สังคมเป็นสุข เอื้ออาทรต่อกัน สิ่งแวดล้อมดี มีความปลอดภัย ต้องการพึ่งพาตนเองให้มาก พึ่ง พาภายนอกให้น้อยลง กิจกรรมทุกเรื่องต้องมีการทำประชาคม รับฟังปัญหา ความคิดเห็นจากทุกฝ่าย และบรรจุไว้ในแผนชุมชน โดยยึดแนวทางสายกลางแบบพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เป็นหลัก... ติดต่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดฉะเชิงเทรา โทร.038-511239 หรือ ผู้ใหญ่เชษฐา ภูสมที โทร.087-0664652

ศูนย์เรียนรู้ชุมชนตัวอย่างจังหวัดฉะเชิงเทรา

เมื่อเร็ว ๆ นี้ จังหวัด ฉะเชิงเทราโดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด ได้ดำเนินการคัดเลือกศูนย์เรียนรู้ชุมชนตัวอย่างของจังหวัดขึ้น จำนวน 1 แห่ง เพื่อใช้เป็นตัวอย่างในการศึกษา เรียนรู้ และดูงานเกี่ยวกับการพัฒนาศูนย์เรียนรู้ชุมชน ที่มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์ต่อชุมชน

ศูนย์เรียนรู้ชุมชนตัวอย่างฯ ดังกล่าว ได้แก่ ศูนย์เรียนรู้ชุมชนบ้านอ่างเตย หมู่ที่ 9 ตำบลท่าตะเกียบ อำเภอท่าตะเกียบ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2551 เป็นการต่อยอดมาจากศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล ซึ่งเกิดจากความต้องการของประชาชนในชุมชนที่ต้องการให้มีเวทีประชุมประชาคม ของหมู่บ้าน เผยแพร่แนวคิด มีแหล่งเรียนรู้ของชุมชน มีการจัดเก็บองค์ความรู้ ประวัติชุมชน และภูมิปัญญาของชุมชนอย่างเป็นระบบ มีการแสดงข้อมูลข่าวสารของชุมชนให้ได้เรียนรู้กันอย่างทั่วถึง รวมทั้งมีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้อย่างสม่ำเสมอ

ศูนย์เรียนรู้ชุมชนแห่งนี้ มี นายสำรวย ทรัพย์ประสาน สมาชิกสภาจังหวัดฉะเชิงเทรา อดีตผู้ใหญ่บ้าน เป็นผู้บริจาคที่ดิน จำนวน 30 ไร่ เพื่อสร้างเป็นศูนย์เรียนรู้ชุมชน ต่อมามีหน่วยงานราชการสนับสนุนงบประมาณมาดำเนินกิจกรรมภายในศูนย์ฯ ให้หลากหลายขึ้น จนกลายเป็นศูนย์เรียนรู้ตัวอย่างของจังหวัดในปัจจุบัน

สำหรับกิจกรรมของศูนย์ฯ แบ่งเป็น 2 ลักษณะ ได้แก่ การจัดการเรียนการสอนตามฐานเรียนรู้ภายในศูนย์ฯ เช่น ฐานปุ๋ยหมักชีวภาพ ฐานปลูกไผ่ตง ฐานปลูกหม่อน ฐานเลี้ยงไหม ฐานทอผ้าไหม ฐานทำนา 1 ไร่ 100 ถัง ฐานปลูกกล้วย 1 หน่อ ได้ 2 ต้น ฐานเลี้ยงสุกร ฐานผลิตแก๊สชีวภาพ ฐานเศรษฐกิจพอเพียง เป็นต้น และการเรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้ในชุมชน เช่น แปลงเกษตรผสมผสาน แปลงปลูกผัก แปลงไผ่ตงของปราชญ์ชาวบ้าน เป็นต้น ผู้สนใจติดต่อขอศึกษาดูงานหรือขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นายไพรวัลย์ คำประสิทธิ์ ผู้ใหญ่บ้าน หรือที่สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดฉะเชิงเทรา โทร.038-511239

วันจันทร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ขนมหวานธารทอง อร่อยระดับ 5 ดาว

เขียนถึง OTOP ประเภทอาหารมาหลายฉบับ ฉบับนี้ก็ยังเป็นเรื่องอาหาร เป็นประเภทของหวาน ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ฝอยเงิน ... ผมน่าจะเขียนถึงกลุ่มนี้มานานแล้ว แต่ยังไม่มีโอกาส เขาอยู่ไกลถึงบางปะกง ต้องรอมาทำงานอย่างอื่นด้วย จึงได้มากลุ่มนี้ งานอื่นที่ว่าก็ไม่ใช่ธรรมดาสำหรับหมู่บ้านนี้ เขาเป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา ของกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ผมมาติดตามประเมินผลการทำงานของหมู่บ้าน เลยถือโอกาสเก็บข้อมูลมาเขียนคอลัมน์ OTOP ในวันนี้... ต่อไปนี้ผู้ใหญ่ชเอม ซิ้มเจริญ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 14 ตำบลบางปะกง ประธานกลุ่มสตรีขนมหวานบ้านคลองผีขุด จะเล่าให้เราฟังครับ...

คนบางปะกง เก่งทำขนมไทย...
ชาวบ้านคลองผีขุด หมู่ที่
14 ตำบลบางปะกง อำเภอบางปะกง ประกอบอาชีพหลัก ได้แก่ การทำนาเกลือ เลี้ยงปลา/กุ้ง... เมื่อมีเวลาว่าง ก็คิดอยากจะมีอาชีพเสริม เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัว... จึงมีการรวมกลุ่มกันทำขนมไทยโบราณออกขาย... เหตุผลที่เลือกทำขนมไทย เนื่องจากที่นี่มีภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่สืบทอดวิธีการทำขนมไทยโบราณ มาจากบรรพบุรุษจนถึงลูกหลานในปัจจุบัน... เหตุผลอีกข้อหนึ่ง คือ เนื่องจากจังหวัดฉะเชิงเทราได้ชื่อว่าเป็นแหล่งผลิตไข่ไก่ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ทำให้สามารถหาวัตถุดิบได้ง่าย และมีความสดใหม่ ซึ่งจะได้คุณค่าทางโภชนาการสูง ทั้งพลังงานและโปรตีน...

เรื่องเล่าขานขนมไทยบางปะกง...
ขนมไทยโบราณที่เราเห็นกันอยู่มากมายนั้น ในอดีตจนถึงปัจจุบันได้ถูกนำไปใช้ประกอบสำรับอาหารในงานมงคลต่างๆ เช่นงานบวช งานแต่งงาน โกนจุก ทำบุญขึ้นบ้านใหม่ โดยคนในชุมชนจะมาร่วมกันทำ มีการแบ่งหน้าที่ระหว่างหญิง /ชาย เด็ก/ผู้ใหญ่ ตามความถนัดและความสามารถของแต่ละคน สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นชุมชน และความสามัคคีของชุมชน ซึ่งยังพอมีให้เห็นอยู่ในหมู่บ้าน/ชุมชน หลายแห่ง นอกจากนี้ขนมไทยโบราณยังสามารถให้เป็นของฝากของขวัญแก่ผู้ใหญ่หรือบุคคลที่นับถือ สมาชิกในครอบครัว มิตรสหาย หรือบุคคลทั่วไป โดยเฉพาะฝอยทอง ผลิตภัณฑ์ที่ทำชื่อเสียงให้กับกลุ่มฯ สามารถสื่อความหมายถึงความยืดยาว ทำให้ชีวิตยืนยาวเจริญรุ่งเรือง และความมั่งมีศรีสุข...การทำขนมไทยโบราณของชาวบ้านบางปะกงในอดีต มีการกล่าวขานไว้ว่าใครที่นั่งเรือผ่านทางแม่น้ำบางปะกง จะต้องหาขนมหวานทานให้ได้ เพราะคนย่านนี้ทำขนมได้อร่อยมาก...

ก่อตั้ง ขยายตัว ต่อยอด...
กลุ่มของเรา ชื่อว่า “กลุ่มสตรีขนมหวานบ้านคลองผีขุด” ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี
2542 มีสมาชิกจำนวน 10 คน ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกรมการพัฒนาชุมชน เป็นเงิน 50,000 บาท สำหรับจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็น มีนางชเอม ซิ้มเจริญ เป็นประธานกลุ่ม โดยได้จดทะเบียนพาณิชย์และทะเบียนเครื่องหมายการค้า ใช้ชื่อว่า ทองธารขนมไทย ปัจจุบันมีสมาชิกทั้งหมด 81 คน สมาชิกที่ทำงานกับกลุ่ม จะมีรายได้เพิ่มขึ้นจากงานประจำ โดยได้ค่าแรงวันละ 200 บาท มีเงินทุนสะสมของกลุ่ม จำนวน 752,520 บาท และได้มีการต่อยอดผลิตภัณฑ์จากงบประมาณที่ได้รับจากโครงการหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ (ระดับพออยู่ พอกิน) ของกรมการพัฒนาชุมชน มาผลิต ไข่เค็มจากดินฝุ่นนาเกลือ ซึ่งเป็นการใช้วัสดุในท้องถิ่นที่มีอยู่ และผลิตภัณฑ์นี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในเวลานี้สำหรับขนมไทยโบราณที่กลุ่มเลือกผลิตนั้น จะเน้นขนมที่มีชื่อเป็นมงคล มีคำว่าทองอยู่ด้วย เพราะเชื่อว่าทองเป็นของมีค่า เมื่อทำขึ้นประกอบในงานมงคล ก็จะนึกไปถึงความร่ำรวยมั่งคั่งด้วยเงินทอง หากมอบเป็นของขวัญในวันสำคัญให้กับบุคคลที่รัก เคารพ หรือญาติสนิทมิตรสหาย ก็เปรียบเสมือนให้ของดีของมีค่าดั่งให้ทองคำแก่กัน เช่นฝอยทอง ทองหยอด ทองหยิบ ทองเอก เป็นต้น...

เคล็ดลับความอร่อย ไม่หวานมาก พอดีคำ...
ขนมหวานธารทองให้คุณค่าทางโภชนาการสูง ทั้งพลังงานและโปรตีน มีกลิ่นหอม รสชาติอร่อย สีสวย อยู่ในบรรจุภัณฑ์ที่ทันสมัย...การทำฝอยทองของกลุ่มจะทำการผลิตไม่หวานมาก เพราะตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาสุขภาพ และยังดัดแปลงรูปลักษณ์ของฝอยทองจากการทำเป็นแพใหญ่ เปลี่ยนมาม้วนเป็นขนาดเล็กพอดีคำ สะดวกต่อการรับประทานมากขึ้น...

ใช้จนหมด ไม่กระทบสิ่งแวดล้อม...
ผลิตภัณฑ์หลายชนิดที่ผลิตขึ้นในชุมชนอาจมีผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมชุมชน แต่สำหรับการทำขนมไทยโบราณของกลุ่มทำขนมหวานบ้านคลองผีขุด พบว่าวัตถุดิบหรือวัสดุเหลือใช้ในกระบวนการผลิต ไม่มีผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม เนื่องจากวัสดุเหลือใช้ทุกชนิด สามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ เช่นไข่ขาวนำไปใช้ทำขนมหม้อแกง หากมีเหลือปริมาณมาก ก็นำไปผสมอาหารเลี้ยงกุ้ง-ปลา (เพิ่มโปรตีนให้กับอาหารสัตว์) เปลือกไข่ซึ่งเป็นเศษวัสดุเหลือใช้ สามารถนำไปใส่โคนต้นไม้มีผลทำให้ดินร่วนซุย คุณภาพดี

ได้มาตรฐาน ของดีเมืองแปดริ้ว...
มาตรฐานด้านอาหารที่เราได้รับเวลานี้ คือ ทุกผลิตภัณฑ์ผ่านมาตรฐาน อย. และจากการส่งผลิตภัณฑ์เข้าคัดสรรสุดยอดผลิตภัณฑ์ไทยทุกครั้งที่ผ่านมา เราได้ระดับ 5 ดาว ทุกครั้ง ซึ่งเป็นเครื่องหมายยืนยันความมาตรฐานของกลุ่มเราเป็นอย่างดี นอกจากนี้จากการที่กลุ่มของเรา มีการบริหารจัดการกลุ่ม จนมีความเข้มแข็ง ทำให้ได้รับรางวัลมากมาย เช่น รางวัลกลุ่มอาชีพดีเด่น จังหวัดฉะเชิงเทรา... รางวัลผลิตภัณฑ์ดีเด่น อำเภอบางปะกง... ประกาศเกียรติคุณ
ของดีเมืองแปดริ้ว”… รางวัล ผลิตภัณฑ์ตำบลไทย ความภูมิใจของแผ่นดิน”… รางวัลที่ 3 จากการประกวดหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ งานนมัสการหลวงพ่อพุทธโสธร... และได้รับเกียรติบัตรการเข้าร่วมจำหน่ายในงานประชุมเอเปค เป็นต้น... กลุ่มของเราบริหารงานโดยการยึดหลักการรับฟังความคิดเห็นทั้งจากภายในและนอกกลุ่ม มีการพัฒนาศักยภาพด้านต่างๆอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการไปศึกษาดูงานจากที่อื่นหรือเมื่อมีผู้มาดูงานที่กลุ่ม ก็จะมีการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ต่างๆอย่างสม่ำเสมอ ที่สำคัญคือทุกคนในกลุ่มต้องมีส่วนร่วมในการทำงานและมีการแบ่งหน้าที่ต่างๆอย่างชัดเจน

สืบสานภูมิปัญญาให้ยาวนาน...
ในอนาคตข้างหน้า กลุ่มของเราจะส่งเสริมให้แกนนำกลุ่มร่วมกิจกรรมลด ละ เลิก อบายมุข... บริหารจัดการกลุ่มโดยใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียง ค่อยเป็นค่อยไป อย่างพอประมาณ มีเหตุผล และสร้างภูมิคุ้มกัน... เราจะเป็นแหล่งเรียนรู้และศึกษาดูงานเรื่องขนมไทยของจังหวัดฉะเชิงเทรา... เราจะมีการส่งเสริมการฝึกอบรม และพัฒนาแกนนำกลุ่มอยู่เสมอ
และสุดท้ายเราจะส่งเสริมและสืบสานภูมิปัญญาไทยนี้ให้เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางต่อไป

แหล่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์...
ปัจจุบันจำหน่ายอยู่ที่ กลุ่มสตรีขนมหวานบ้านคลองผีขุด เลขที่ 38 หมู่ที่ 14 ตำบลบางปะกง อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา... ตลาดนัดสนามเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา ทุกวันอังคารและศุกร์... และตลาดนัด อย. สำนักงานอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ทุกวันศุกร์ต้นเดือน
หรือสั่งทำพิเศษ ติดต่อคุณสมเจตน์ ทัศนา โทร 08-9751-6281

ต้องการศึกษาเรียนรู้ดูงานหรือขอรายละเอียดเพิ่มเติม...ติดต่อ ผู้ใหญ่ชเอม ซิ้มเจริญ เลขที่ 38 บ้านคลองผีขุด หมู่ที่ 14 ตำบลบางปะกง อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา 24130 โทร :08-9751-6281 หรือที่สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดฉะเชิงเทรา โทร 038-511239 ...แล้วพบกันใหม่ฉบับหน้าครับ...

ขอบคุณ นิตยสาร "ที่นี่แปดริ้ว"
แหล่งที่มาของข้อมูล