วันอังคารที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

บุกโรงงาน “วรพร” ผู้ผลิตมะม่วงดองรายใหญ่ที่สุดในประเทศ

จังหวัดฉะเชิงเทราเป็นแหล่งผลิตมะม่วงชื่อดังของประเทศ มีการผลิตเพื่อบริโภคทั้งภายในประเทศและส่งออกขายต่างประเทศ มะม่วงส่วนหนึ่งถูกนำมาแปรรูปเป็นมะม่วงดอง มะม่วงกวน วันนี้ ผมจะพาท่านไปพบกับบริษัท ผลไม้แปรรูปวรพร จำกัด ผู้ผลิตมะม่วงดอง มะม่วงกวนรายใหญ่ที่สุดในประเทศ คุณชัยรัตน์ โสธรนพบุตร เจ้าของกิจการ จะเล่าให้เราฟังครับ
.
เติบโตจากธุรกิจหลังบ้าน...
กิจการของ “วรพร” เริ่มต้นจากธุรกิจหลังบ้าน
พ่อแม่เป็นคนทำมาก่อน ธุรกิจหลักของครอบครัวคือขายเสื้อผ้า รองลงมาคือดองผลไม้ขาย เป็นการดองตามฤดูกาล สถานที่ผลิตและจำหน่ายเริ่มที่อำเภอแปลงยาวซึ่งเป็นบ้านเกิด แล้วส่งขายต่อไปยังอำเภออื่นๆ กลายเป็นธุรกิจระดับจังหวัด ตอนแรกผมไม่ได้อยู่ในธุรกิจนี้ พ่อแม่บอกว่าเหนื่อย ผมจึงไปรับราชการเป็นครู หลังจากรับราชการได้สิบกว่าปี ได้ลาออกมาเลี้ยงกุ้ง แต่ไม่ประสบความสำเร็จ จึงหันกลับมาสนใจธุรกิจที่ครอบครัวเคยทำมา
.

เปลี่ยนการตลาดเพื่อขายห้าง...
เริ่มแรกก็ทำเป็นธุรกิจหลังบ้านเหมือนกัน แต่การตลาดเปลี่ยนไป คือตั้งใจทำขายให้นักท่องเที่ยว ไม่ใช่ขายเฉพาะในท้องถิ่น ต้องใส่น้ำตาล มีบรรจุภัณฑ์ที่สวยงาม ต้องทำแบรนด์ มียี่ห้อ ซึ่งประสบความสำเร็จ ขายดี การขายมะม่วงดองเมื่อ 20 กว่าปีก่อน มีแต่ในระดับล่าง ร้านขายของชำ รถเข็น ไม่มีขายในห้าง ถึงมีก็ต้องจิ้มพริกเกลือ ผมเป็นรายแรกที่ทำมะม่วงดองที่ไม่ต้องจิ้มพริกเกลือ ร้านที่ส่งขายแรก ๆ เป็นร้านแหล่งท่องเที่ยว เช่น คิงส์สโตร์ ตั้งเซ่งจั้ว ร้านริน ร้านเหล่านี้ มองว่ามะม่วงดองของผมแพง ลูกละ 10 บาท แต่รถเข็นลูกละ 5 บาท ไม่น่าขายได้ แต่ปรากฏว่าผมเตรียมมะม่วงไว้ขาย 1 ปี ขายจริง 3-4 เดือนหมดแล้ว ทำให้เราเติบโตเรื่อยมา จาก 1 เป็น 2 จาก 2 เป็น 4 จนกระทั่งปัจจุบันนี้ เราคือผู้ผลิตมะม่วงดองรายใหญ่ที่สุดในประเทศ ส่วนการส่งออก เราขายต่างประเทศถึง 40 % ของปริมาณการผลิต ประเทศที่ส่งไปขายมากที่สุด คือ จีน ซึ่งตลาดเติบโตเร็วมากจนเราผลิตไม่ทัน
.
ก้าวข้ามความเป็นสินค้าท้องถิ่น...
แนวคิดก่อนออกมาทำธุรกิจ ผมคิดว่าต้องทำรายได้ไม่น้อยกว่าเงินเดือนที่เคยได้ ต้องตั้งเป็นเป้าหมายแรก แล้วมุมานะ พยายามทำให้ได้ ผมทำได้ไม่ถึงปี ก็บรรลุเป้าหมายนี้ คือมีรายได้มากกว่าเงินเดือน ที่ประสบความสำเร็จเร็ว ส่วนหนึ่งเพราะอยู่ในยุคที่เศรษฐกิจเฟื่องฟู ประมาณปี 2529 ช่วงนั้นใครทำธุรกิจอะไรก็ประสบความสำเร็จ ขายอะไรก็ขายได้ เพราะคนมีสตางค์ และเป็นความโชคดี ที่เราได้รับการรับสนับสนุนจาก ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัฒน์ เขียนบทความลง น.ส.พ.มติชน ทำให้เราได้แบรนด์เชลล์ชวนชิม และตอนนั้นเจ้าหน้าที่ของเชลล์ชวนชิม กำลังเปิดร้านขายของในปั๊มน้ำมัน สินค้าที่ได้แบรนด์เชลล์ชวนชิมจึงได้รับการสนับสนุนด้วย ที่ประทับใจมากมีอยู่วันหนึ่ง ไปส่งของให้เขา กลับมาบ้านไม่ถึงชั่วโมง เขาโทรมาว่าให้ไปส่งใหม่ ที่ส่งมาขายหมดแล้ว ชั่วโมงเดียวหมดผมประทับใจมาก ตรงนั้นทำให้เราได้ชื่อเสียง เป็นการก้าวข้ามความเป็นสินค้าท้องถิ่นไปสู่สินค้าระดับประเทศ
.
การตัดสินใจครั้งสำคัญ...
ตอนนั้นต้องตัดสินใจว่า จะเป็นสินค้าท้องถิ่นหรือเป็นสินค้าอินเตอร์ ท้องถิ่นหรืออินเตอร์มันขึ้นอยู่กับการตั้งราคา ราคาของสินค้าท้องถิ่น คือ ถ้าซื้อที่ฉะเชิงเทราจะถูก ซื้อที่อื่นจะแพง ราคาของสินค้าอินเตอร์ คือ ไม่ว่าคุณจะซื้อที่ไหน ราคาเท่ากัน ส่วนวรพรตั้งเป้าหมายจะเติบใหญ่ ขายทั่วประเทศ เราต้องการเป็นสินค้าอินเตอร์ เมื่อตั้งเป้าอย่างนี้ เราก็มีสินค้ากระจายทั่วประเทศ การขายไกลๆ ต้องแบกรับค่าขนส่ง ทำให้เราได้กำไรต่อชิ้นน้อยลง แต่ปริมาณการขายจะมากขึ้น จุดหักเหอีกจุดหนึ่ง คือ ได้ไปเปิดตลาดที่จีน ประเทศนี้ไม่มีมะม่วงดอง แต่ชอบกินของเปรี้ยวๆ เค็มๆ เหมือนบ้านเรา ผมใช้เวลาบุกจีนมากกว่า 10 ปี ไม่ง่ายอย่างที่คิด เสียค่าใช้จ่ายไปมาก เกือบท้อใจ แต่สุดท้ายก็ได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่ากลับมา ปัจจุบันถือว่าเราเข้มแข็งระดับหนึ่งในประเทศจีน แต่อย่างไรก็ตามเรายังต้องเรียนรู้อีกเยอะ
.
ปลูกเพื่อการผลิต เป็นสิ่งที่ไม่คุ้มค่า...
การปลูกมะม่วงหรือสินค้าเกษตรอื่น เพื่อนำมาผลิตเป็นอุตสาหกรรม
เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เพราะเราต้องใช้ต้นทุนที่ถูกที่สุดเพื่อเอาไปแข่งขัน เราต้องเอาผลไม้ที่เหลือกินเหลือใช้ ไม่มีราคาแล้ว เอามาทำ ถ้าเราปลูกเอง แปลว่าเรามีต้นทุนการผลิต ปัจจุบันเราซื้อต่ำกว่าต้นทุนที่มีการผลิต ดังนั้น อย่าปลูกเพื่อนำมาแปรรูป มันไม่คุ้มค่า หน้าที่ของผมเวลานี้คือส่งเสริมให้ชาวสวนได้กำไรเยอะๆ เพราะถ้าไม่มีเขา เราอยู่ไม่ได้ และส่วนที่เหลือในตลาด เช่น ขายไม่ออกเพราะผิวลาย ดกเกินไป ผมเป็นหน่วยสุดท้ายที่รองรับ นี่คือหน้าที่ของโรงงานแปรรูปผลไม้
.สินค้าดี ต้องมีมาตรฐาน...กระแสโลกมีความห่วงใยในเรื่องสุขภาพกันมาก การขายสินค้าในประเทศต่างๆ จะต้องมีมาตรฐานรองรับ เราเองก็ให้ความสนใจในเรื่องนี้ ปัจจุบันนี้เราได้รับมาตรฐาน GMP และ HACCP แล้ว เป็น OTOP แปดริ้วรายแรกที่ได้รับมาตรฐาน HACCP( : Hazard Analysis Critical Control Point เป็นมาตรฐานระบบความปลอดภัยอาหารระดับนานาชาติ)
.
ฝากถึง OTOP คุณต้องตัดสินใจว่าคุณเป็นใคร...
ผู้ที่เป็น OTOP ต้องพิจารณาตัวเองว่า อยากจะยืนอยู่ในตำแหน่งใดในตลาด ไม่ใช่ว่าทุกคนจะต้องทำอย่างวรพร คุณต้องดูศักยภาพของตัวเอง บรรจุภัณฑ์ไม่ได้สะท้อนความสำเร็จ ถ้าทำดีแต่ขายในท้องถิ่นจะทำให้คุณเปลืองต้นทุน แต่ถ้าขายต่างจังหวัดไกลออกไป ต้องพัฒนาบรรจุภัณฑ์และแนวคิดเช่นเรื่องราคาอย่างที่ว่า ถ้าเลือกเป็นสินค้าท้องถิ่น แปลว่าเขาต้องมาที่นี่เท่านั้น ไม่มีที่อื่น ถ้าเป็นสินค้าอินเตอร์ เขาซื้อที่ไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องมาซื้อที่นี่ และซื้อในราคาที่เท่ากัน คุณต้องรู้ว่าคุณจะยืนอยู่ตรงไหน ไม่เช่นนั้นไม่มีทางประสบความสำเร็จ ผมขอฝากไว้ คุณต้องรู้จักตัวเองให้มากที่สุด

สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ
บริษัท ผลไม้แปรรูปวรพร จำกัด
20/5 หมู่ 6 ต.วังเย็น อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา
โทร. 038-813444
หรือ สนง.พัฒนาชุมชนจังหวัดฉะเชิงเทรา
โทร 038-511239...

ผลิตภัณฑ์ “วรพร” มีวางจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อ และห้างสรรพสินค้าชื่อดังทั่วประเทศ เป็นผลิตภัณฑ์ของผู้ประกอบการที่เป็นชาวแปดริ้วแท้ๆ

วันจันทร์ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2553

“พรมีคุณ” กุนเชียงซอสหอมของดีเมืองแปดริ้ว


“พรมีคุณ” เป็นแบรนด์ของผู้ประกอบการ OTOP ชื่อดังรายหนึ่งในแปดริ้ว คือ บริษัท อาหารดีมีคุณ จำกัด คุณสมศักดิ์ คุณลัดดาพร สื่อสวัสดิ์วณิชย์ เป็นเจ้าของ ที่ตั้ง 492/3 ถ.ศุภกิจ ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา ผลิตกุนเชียงซอสหอมหลากรส หมูแผ่นกรอบ หมูหยองฝอยกรอบ หมูสวรรค์แดดเดียว เมื่อตอนเด็กผมเคยร้องแหย่เพื่อน “หมูแผ่น หมูหยอง หมูกระป๋องจะลงสนาม” เยาะเย้ย ถากถาง ดูถูก ว่ากันเต็มที่ ไม่ดี เป็นหมู แพ้แน่ แต่รายนี้ไม่ใช่ ผมว่าเขาน่าจะเป็นผู้ผลิตกุนเชียง ที่ดีที่สุดของแปดริ้วในเวลานี้ ต่อจากนี้ คุณลัดดาพร เป็นคนเล่า และผมเป็นคนเขียนครับ

เดินทางพันลี้ต้องมีก้าวแรก...
ก่อนนี้เราค้าส่งอาหารสัตว์ รำ ปลายข้าว ข้าวโพด ส่งขายให้เล้าหมู ที่บ้านเลี้ยงหมูเป็นหมื่นตัว เลี้ยงแบบกงสี คุณสมศักดิ์ไปเรียนด้านการทำอาหารที่เกษตรศาสตร์ คิดว่าน่าจะทำเรื่องการแปรรูปอะไรสักอย่าง ที่ไม่เหมือนกงสี เลยคิดทำกุนเชียง ทำแล้วส่งแล้ว สู้ตลาดล่างที่โคราชไม่ได้ ราคาเราสูง เพราะเราใช้หมูดี ขายโลละสี่สิบ ในขณะที่หมูแดงโลละสี่สิบเข้าไปแล้ว

อยากรวยต้องเปลี่ยน...
เปลี่ยนตลาดใหม่ หันมาทำแคปหมู ห่อละ 10 บาท ขายดีที่สุด ขายละวัน 4-5 หมื่น ต่อมากรมส่งเสริมอุตสาหกรรมสนับสนุนให้ทำกุนเชียง ไม่ให้เหมือนชาวบ้านจะทำอย่างไร พวกถั่วงามันฟีเวอร์แล้ว ครั้งแรกจึงทำกุนเชียงกระเทียม งา สาหร่าย ออกบูธที่โรงแรมริเวอร์ซิตี้ ขายดีมาก หลังจากนั้นก็ออกบูธมาตลอด พอขายดี ก็ส่งร้านขายฝาก เพิ่มไลน์ทีละไลน์ ค่อยเพิ่มทีละอย่าง สมัยรัฐบาลชวน หลีกภัย พาไปออกร้านที่ต่างประเทศ ได้ลูกค้ามาจนถึงทุกวันนี้

มีชื่อเป็นคุณ...
ครั้งแรกใช้ชื่อ “พรแปดริ้ว” พรคำเดียวติดปากลูกค้า จำง่าย เปลี่ยนเป็น “พรมีคุณ” เพราะเปิดเว็บไซต์ มันตรงกับภาษาอังกฤษ porn ไม่ค่อยดี สับสน จึงเอา “มีคุณ” ใส่ด้วย เหมือนเป็นการรีแบรนด์ หมายถึง ลูกค้า แต่ยี่ห้อพรแปดริ้วก็ยังมีอยู่ จะขายในประเทศอย่างเดียว ส่วนพรมีคุณจะขายแฟรนไชน์ ขายต่างประเทศ และตลาดบน

ตัวการสำคัญ...
“เรื่องการตลาด” ส่วนใหญ่ออกบูธ เดินตลาดเอง ที่หลักๆ คือ งานไทยเฟกของสมาคมหอการค้าที่เมืองทอง ขายให้คู่ค้าเป็นหลัก ได้ประชาสัมพันธ์ ทุกห้างรู้จักเรา “เรื่องการผลิต” เราทำดีเหมือนเดิม ราคาสูง แตกต่างกับตลาดโคราช ลูกค้าชอบ บอกเจ้าอื่นกินไม่ได้ เราก็ภูมิใจ ชื่นใจ เราต้องทำอย่างดีและสะอาด ผลิตภัณฑ์ใหม่กุนเชียงหญ้าหวาน
สำหรับคนสูงอายุไม่ใส่น้ำตาล ทุกผลิตภัณฑ์เราส่งวิจัยก่อนที่กระทรวงวิทยาศาสตร์ ผลิตคิดสูตรเอง ได้ “เครือข่าย” ช่วยเรามาก หน่วยงานราชการ สถาบันการศึกษา เป็นสมาชิกเขา เราอยากได้อะไร เขาจะสนับสนุนเรา เขาได้ผลงาน พวกเราก็ได้ประโยชน์

นามบัตรมีค่าอย่าทิ้ง...
ลงทะเบียน OTOP เพราะอยากให้ฉะเชิงเทรามีชื่อเสียง กุนเชียงไม่มีใครทำ เราได้ชื่อเสียงมาตั้งเยอะ อยากให้สินค้าฉะเชิงเทรามีตัวนี้บ้าง การสมัครสมาชิกทุกเครือข่ายเราจะได้ประโยชน์ ได้ความรู้ด้านการตลาด การผลิต
ได้ขายที่เมืองทองซึ่งขายดีมาก ใครมีนามบัตรร้านพร มาซื้อหลังงานลด 10 % ถ้าสั่งกระเช้าสิบชุดลดให้ 20 %

หาซื้อที่ไหนดี...
จะขายของที ต้องย้อนดูสถิติปีที่แล้ว สมุดไม่เคยทิ้ง เดือนอะไร ที่ไหนขายดี ต้องเลี้ยงลูกน้องร่วมร้อยชีวิต ตอนนี้ขายประจำที่เสรีเซ็นเตอร์ ท็อปซุปเปอร์มาเก็ต บิ๊กซีส่งเดือนละหลายตันเป็นแบรนด์ของเขา ที่โรงงานขายทุกวัน อยู่ก่อนถึงตลาด 100 ปี บ้านใหม่ ประมาณ 100 เมตร อนาคตปีนี้ จะเพิ่มโรงงานที่บ้านโพธิ์ พื้นที่ 5 ไร่ ใกล้โตโยต้า เปิดเป็นร้านของฝาก

ฝากถึงชาวแปดริ้ว...
ช่วยสนับสนุนด้วย มาเที่ยวตลาด 100 ปี แวะที่ร้านพรได้ มีปัญหาอะไร ต่อว่ามาก็จะปรับปรุง จะจดไว้ว่าเดือนนี้ลูกค้าต่อว่ากี่ครั้ง ปัญหาอะไร มาจากไหน ขอต้อนรับทุกท่านด้วยความยินดี เบอร์โทรติดต่อ 0-3881-7862 ,0-3851-7249, 08-1865-4977, 08-6767-8808 หรือสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดฉะเชิงเทรา 0-3851-1239

วันอังคารที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2553

ธงทองโอสถ...ค้นคว้า พัฒนา ยาพื้นไทย...

บางครั้งการทำอะไรสักอย่าง ก็อยู่ที่ต้องการสนองความต้องการของตนเอง หลังจากค้นพบว่าตนเองต้องการอะไร ก็พยายามทำในสิ่งที่ตนเองต้องการให้ดีที่สุด ฉบับที่แล้วผู้ประกอบการเป็นเภสัชกร ฉบับนี้ก็เช่นกัน เภสัชกรธงชัย สีมาเอกรัตน์ เจ้าของห้างธงทองโอสถ จำหน่ายผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยหลายชนิด และเป็น OTOP ระดับ 5 ดาว ของแปดริ้ว จะมาเล่าเรื่องราวของห้างธงทองโอสถให้ฟัง ในวันนี้
.
ชอบการผลิต...
ผมเคยรับราชการเป็นเภสัชกรอยู่ รพ.บางน้ำเปรี้ยว ช่วงนั้นไม่ค่อยมีใครคิดผลิตยา มองว่ามันเพิ่มงานและไม่จำเป็นผมเป็นคนบุกเบิกการผลิตยาในชุมชน
เช่น ยาโรคกระเพาะ ยาน้ำเคลือบกระเพาะ แสดงว่าผมชอบการผลิตมาตั้งแต่ตอนนั้น เมื่อใช้ทุนหมด ผมออกไปอยู่บริษัทขายยาเอกชน และเปิดร้านขายยา “เภสัชกรธงชัย” อยู่ตรงข้ามธนาคารออมสิน สาขาฉะเชิงเทรา เปิดไม่นาน รู้สึกว่าอยากผลิตมากกว่า จึงเริ่มผลิตจากยาใช้ภายนอก คือ พิมเสนน้ำ จากประสบการณ์ขายยา สินค้าของผมจึงมีจุดขายแตกต่างจากคนอื่น พิมเสนน้ำในตลาด มีกลิ่นเดียว แต่ของผมมีหลายกลิ่นและหลายสี เมื่อก่อนพิมเสนน้ำทำกันมาก แต่เดี๋ยวนี้มีแต่ของผมกับตราโป๊ยเซียนเท่านั้นที่ขายมาก
.
กลยุทธ์มาจากร้านขายยา...
ผลิตที่ร้านขายยาเรื่อยมา มีพิมเสนน้ำ ยาหม่อง ยาสมุนไพรแคปซูล เครื่องมือมากขึ้น จึงหาที่ผลิตใหม่ข้างนอก
จนมาถึงยาน้ำเชื่อมแก้ไอมะขามป้อม ตัดสินใจอยู่ว่าจะทำมะขามป้อมหรือมะแว้งดี มองที่ตลาด ทำมะแว้งจะสู้เขาได้ไหม ส่วนมะขามป้อมมีคู่แข่งรายเดียว ผมมองว่าเขามีจุดอ่อนเรื่องการขาย แต่มีจุดแข็งที่นำเสนอได้ดี เป็นหัวหมู่ทะลวงฟัน เราก็ตามน้ำไปได้ สินค้าของเราขายได้ทุกตัว คือ เราได้ประสบการณ์มาจากร้านขายยา ว่ามีการเคลื่อนไหวของตลาดยังไง แล้วก็เอามาปรับกลยุทธ์ในการขายของเรา อย่างขมิ้น ผมขายที่โรงพยาบาลในภาคตะวันออก ผมเคยทำงานโรงพยาบาลมา รู้ว่าต้องมีงบประมาณส่วนหนึ่งสำหรับซื้อยาสมุนไพร
.
ผู้สร้างนวัตกรรม...
ผมเลือกผลิตยาสมุนไพร เพราะทำได้เลย
ถ้าเป็นยาแผนปัจจุบัน ต้องไปอยู่โรงงานใหญ่ๆ ธุรกิจหลักของผม ยังเป็นร้านยา ผมดูแลธุรกิจได้ พร้อมๆ กับการผลิตตามที่ผมชอบ ผมพึ่งรู้ตัวว่าเป็นคนชอบการผลิต ยังมีสินค้าอีกมากที่เตรียมผลิต จ่อคิวคอยว่าจะออกเมื่อไหร่ ซึ่งต้องดูตามกระแสความนิยมด้วย การขึ้นทะเบียนยา ขึ้นยากมาก แต่ถ้าไม่ได้ตัวหนึ่ง เราก็ยื่นตัวใหม่เข้าไป การผลิตยาสมุนไพร เอื้ออำนวยให้เราสร้างนวัตกรรมทางยาได้มาก เพราะมีความยืดหยุ่นในเรื่องสูตรการผลิตมากกว่าการผลิตยาแผนปัจจุบัน ขอเพียงปลอดภัยต่อผู้บริโภคและใช้ได้จริง
.
หลากหลายผลิตภัณฑ์...
ตอนนี้มีผลิตภัณฑ์ประมาณ 50 รายการ กลุ่มยาแคปซูล เช่น เพชรสังฆาต กระเทียม
ส้มแขก บอระเพ็ด ฟ้าละทายโจร ขมิ้นชัน ฯลฯ กลุ่มยาใช้ภายนอก เช่น ขี้ผึ้งไพล พิมเสนน้ำ ยาหม่อง น้ำมันไพล กลุ่มยาน้ำ เช่น ยาน้ำเชื่อมแก้ไอมะขามป้อม ยาธาตุน้ำขิง กลุ่มยาเม็ด เช่น ยาอมบรรเทาอาการไอมะขามป้อม (OTOP 5 ดาว)ตัวที่ขายดีที่สุด ในช่องทางร้านขายยา คือ ยาแก้ไอน้ำเชื่อมมะขามป้อมและยาอมแก้ไอ ผมวิเคราะห์ก่อนว่ายาแก้ไอบางอย่างทำไมขายดี ผมก็ทำตามนั้น ของเสีย ของเปลี่ยน ผมก็เปลี่ยนให้นี่คือ กลยุทธ์ที่ร้านอื่นไม่ทำ ช่องทางโรงพยาบาล คือ ยาในบัญชียาหลัก เช่น ขมิ้นชัน แก้โรคกระเพาะจะขายดี
.
อนาคตทำระบบสมาชิก...
วางเป้าหมาย คือ ขายให้ดีที่สุด เวลานี้ก็ขายทั่วประเทศ ทุกจังหวัด ประกอบด้วยสินค้าที่ต้องโฆษณาและสินค้าตลาดที่ขายจำนวนมากๆ ยืนอยู่หลายจุดทำให้มั่นคง โรงพยาบาลสั่งครั้งละมากๆ ทำให้อยู่ได้ ระบบขนส่ง คิดเอง เพราะไม่ชอบไปไหน เห็นพนักงานบริษัทขนส่งมาที่ร้าน
บอกเอาของผมกลับไปขายด้วย เพิ่มให้อีก 10 บาท/ชิ้น เขาโอเค ผมคุยกับบริษัทขนส่ง ก็ส่งได้ทั่วประเทศ ต่อไปจะทำระบบสมาชิก เพราะมีลูกค้ามาก อยากได้รับความสะดวก ขายต่างประเทศบ้างผ่านเซลล์ที่เขมร ลูกค้าส่งที่ญี่ปุ่นก็มี แต่ฝรั่งไม่เอายากิน ปัญหาบางอย่างยังจับทางไม่ถูก อย่างมะขามป้อมเสียค่าโฆษณาทางวิทยุทั่วประเทศ เดือนละเป็นแสน แต่ขายได้ไม่ดีกว่าเดิม กำลังหาวิธีล้วงความลับนี้อยู่ ตัวที่เลิก คือ เพ็จกิ้งไม่ติดตลาด สินค้ารายการมากเกินไป ก็เลิกบ้าง แต่ส่วนใหญ่เอาไว้
.
ที่มาของธงทองโอสถ…
ธง คือ ชื่อผมเอง
ธงทอง คือ ไม่อยากใช้ธงชัย เพราะร้านขายยาไม่อยากซื้อจากร้านขายยาด้วยกัน อีกอย่างธงทองเป็นสิ่งที่เป็นมงคล และไม่อยากใช้คำว่า ฟาร์มาซูติคอล ฟังดูมันไม่โบราณ ธงทองโอสถ ฟังดูง่ายๆ เป็นมงคล และดูโบราณดี
.
ฝากถึงคนแปดริ้ว...
ข้อหนึ่ง อยากจะทำให้เป็นศูนย์เรียนรู้เรื่องกระบวนการผลิตยาสมุนไพร คนมาดูงานได้ โดยมาเป็นหมู่คณะ ข้อสอง อยากให้มีการปลูกพืชสมุนไพรในแปดริ้วมากๆ เพราะสมุนไพรที่นี่ บางอย่างปลูกเอง บางอย่างต้องไปหามาจากที่อื่นๆ แถวทางเหนือหรือปราจีนบุรี ข้อสาม ยาสมุนไพรใช้ได้ผลจริง อย่างค่อยเป็นค่อยไป จะไปใช้ให้ได้ผลเร็วๆ อย่างยาลดน้ำมูก อย่างนี้สมุนไพรทำไม่ได้ สมุนไพรต้องเลือกตัวใช้ แต่มาตอบโจทย์ที่ว่าคนเบื่อยาปัจจุบัน อยากได้อะไรบางอย่างที่ให้ความรู้สึกว่า
ได้ช่วยเหลือตัวเองแล้ว และได้ผลเหมือนกัน ทั้งหมดนี้เพราะรู้ตัวว่าต้องการเป็นผู้ผลิตแท้ๆ เราจึงได้เห็นกิจการธงทองโอสถเกิดขึ้นในแปดริ้ว
ขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
ห้างธงทองโอสถ 17/3 ม.2 ต.วังตะเคียน อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา 24000
โทร.038-813710, 038-816685 โทรสาร 038-813711
http://www.thongtongosoth.com/

หรือ สนง.พัฒนาชุมชนจังหวัดฉะเชิงเทรา โทร 038-511239

วันเสาร์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2553

เรือนสมุนไพร...1 ใน 20 สปาต้นแบบของไทย...


ประเด็นวันนี้ คือ เราสนใจเรื่องสุขภาพไหม อยากมีชีวิตที่ยืนยาวหรือเปล่า เชื่อว่า คนปกติทั่วไป จะตอบว่าอยากมีชีวิตที่ยืนยาว แต่ความจริง คนส่วนใหญ่ปฏิบัติต่อสุขภาพ ผิดหลักการที่จะทำให้ชีวิตยืนยาว พิสูจน์จากสถิติคนทั่วโลก ที่ตายด้วยโรคหัวใจ และโรคมะเร็ง มากขึ้น ผมจึงขอแนะนำให้รู้จักกับผู้ประกอบการ OTOP รายหนึ่ง ที่ประกอบการเกี่ยวกับสปา ซึ่งไม่ใช่แค่นวดและอบสมุนไพร เท่านั้น แต่มีความรู้ในเรื่องการสร้างสุขภาพที่ดีด้วย...

ก่อนจะมาเป็นเรือนสมุนไพร...
เภสัชกรหญิงกิตติธร ปานเทศ หรือคุณมะเหมี่ยว เจ้าของกิจการ เล่าให้ฟัง ย้อนกลับไป 8 ปีก่อน หลังจากรับราชการมาได้ 4 ปี เรียนและทำงานด้านยามาตลอด พบปัญหาว่า บางครั้งการพึ่งพายาทำให้เกิดโรคเรื้อรัง คนไข้ที่โรงพยาบาลเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเป็นโรคแล้วรักษาไม่หาย จึงมีความสนใจเรื่องธรรมชาติบำบัด
คือ การรักษาสุขภาพ รักษาโรคโดยไม่ใช้ยา จากนั้นอ่านหนังสือ ค้นคว้าตำรับตำรา ทั้งของไทยและต่างประเทศมากขึ้น เข้าเรียนการนวด อบสมุนไพร และทดลองใช้องค์ความรู้ต่างๆ กับตัวเอง เมื่อได้ผลดี สุดท้ายมีแนวคิดว่า อยากให้ผู้อื่นได้สัมผัสกับความสุข สบาย สงบ รู้สึกผ่อนคลาย มีชีวิตชีวา และมีสุขภาพดี จึงก่อตั้งธุรกิจสปาขึ้น ชื่อว่า “เรือนสมุนไพรสปา” เมื่อวันที่ 19 ก.ค.2545

อัตลักษณ์ที่โดดเด่น...
เรามีดีที่ใช้ “หลักธรรมชาติบำบัดแบบองค์รวม”
ในการป้องกันและฟื้นฟูสุขภาพ องค์ความรู้ที่ใช้ ได้แก่
1. หัตถศาสตร์บำบัด คือ การนวดทั้งแบบสวีดิช ไทย และไทยผสมสวีดิช
2. วารีบำบัด คือ การอบไอน้ำสมุนไพร การแช่
3. สุคนธบำบัด คือ การใช้สมุนไพรสดในการบำบัดร่วมกับการอบสมุนไพร
4. โภชนาการบำบัด คือ การรับประทานอาหารที่ช่วยเพิ่มพลังให้กับร่างกาย
เรามีบริการนวดไทยที่มีเอกลักษณ์
และการทำทรีทเม้นต์จากเครื่องสำอางธรรมชาติ ช่วยล้างพิษออกจากร่างกาย ช่วยให้สุขภาพแข็งแรง ดูอ่อนกว่าวัย เรามีความเชี่ยวชาญในการดูแลทั้งทางร่างกายและจิตใจ ตามหลักการดูแลสุขภาพ 7 ประการ คือ ดื่มน้ำดี … อาหารดี … ขับถ่ายดี … อากาศดี … สมาธิดี … ออกกำลังกายดี … และนอนหลับดี...

ผลิตภัณฑ์และบริการ...
ผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ เรือนสมุนไพร ที่คิดค้นขึ้นมาเอง ได้แก่ ผลิตภัณฑ์จากว่านหางจระเข้ และสารสกัดจากถั่วเหลือง ได้รับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) จากกระทรวงอุตสาหกรรม และเป็น OTOP ระดับ 4 ดาว ปี 2552 บริการหลักในสปา ได้แก่ การนวดไทย การใช้ลูกประคบ การอบสมุนไพร การใช้สมุนไพรไทย สารสกัดจากธรรมชาติ อาหารไทย ผลไม้ไทย ดนตรีไทย ผสานกับการใช้น้ำเพื่อการบำบัด เช่น อบสมุนไพรและการแช่น้ำ

คุ้มค่าทุกบริการ...
ก่อนบริการ มีการวินิจปัญหาเบื้องต้น สอบถามพฤติกรรมการใช้ชีวิต และให้คำแนะนำที่ถูกต้อง การให้บริการมีหลายโปรแกรมให้เลือก เช่น โปรแกรมนวดบำบัดผิวกาย 2 ช.ม.20 นาที โปรแกรมอยู่ไฟหลังคลอด คอร์สเจ้าสาว นวดไทย หรือนวดหินร้อน รวม 27 โปรแกรม สนนราคาต่ำสุด 150 บาท สูงสุด 1,100 บาท
มีแถมอีกต่างหาก หลังบริการ เสริฟด้วยน้ำคั้นผักและผลไม้สด ช่วยล้างพิษในร่างกายอีก 1 ชุด คุณค่าที่ได้สุดคุ้ม ช่วยผ่อนคลาย มีความสุข และมีสุขภาพดี

สปาไทยไปนอก...
ตั้งแต่ทำมาสรุปบทเรียนได้ว่า
อยากมีสุขภาพดีต้องใกล้ชิดธรรมชาติ ในด้านธุรกิจ มีกำไรบ้าง ไม่มีบ้าง คุยกับแฟนว่าเราจะสู้ต่อไป เพื่อพิสูจน์ว่า เรามีความรู้ เราจะทำธุรกิจได้ไหม ส่วนแผนที่วางไว้ในอนาคต
1. จับคู่พันธมิตรธุรกิจกับประเทศจีน ส่งออกธุรกิจสปา พนักงานนวดไทยและผลิตภัณฑ์ไทย
2. เป็นที่ศึกษาดูงานสปาไทย
ทำให้จังหวัดฉะเชิงเทราเป็นที่รู้จักในต่างประเทศมากขึ้น
3. ตั้งโรงเรียนเรือนสมุนไพรสปาและธรรมชาติบำบัด
ซึ่งจะเปิดกิจการในเร็ว ๆ นี้

1 ใน 20 สปาต้นแบบของไทย...
ปัจจุบัน “เรือนสมุนไพรสปา” บริหารงานโดย
คุณมะเหมี่ยวและสามี คุณวราวิช ปานเทศ ลงทะเบียนครีมบำรุงผิวถั่วเหลือง เป็น OTOP ไว้กับจังหวัดฉะเชิงเทรา ตั้งอยู่เลขที่ 101 ถ.เรืองวุฒิ ต.หน้าเมือง อ.เมืองฉะเชิงเทรา อยู่ในเขตเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา ห่างจากศาลากลางจังหวัด ประมาณ 300 เมตร มีระบบมาตรฐานบริหารงานคุณภาพ ISO 9001 ติด 1 ใน 5 ของธุรกิจสปาในภาคตะวันออกและตะวันตกของไทย ที่มีศักยภาพโดดเด่น ด้านการออกตลาดทำธุรกิจในกลุ่มประเทศอาเซียน ได้รับคัดเลือกเป็นสปาต้นแบบ 1 ใน 20 แห่งทั่วประเทศ จากกรมส่งเสริมการส่งออก เพื่อจัดทำสื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ธุรกิจสปาไทยไปทั่วโลก

สนใจหาคำตอบเรื่องสุขภาพเพิ่มเติม...
โทร.038-535523 ,081-617-4409
หรือ www.lookyoungerspa.com
หรือ สนง.พัฒนาชุมชนจังหวัดฉะเชิงเทรา 038-511239

ใส่ใจต่อสุขภาพสักนิด ชีวิตจะได้ยืนยาวครับ...

วันอังคารที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2553

กลุ่มทำกระเป๋าหนังออนี่ : ลืมได้เลย...หลุยส์ วิตตอง...


หลุยส์ วิตตอง เป็นแบรนด์ที่กำเนิดขึ้นที่ปารีส ประเทศฝรั่งเศส…
เมื่อ ค.ศ. 1854 โดยหลุยส์ วิตตอง มัลเลเทียร์ …
ตอนนี้แบรนด์หลุยส์ วิตตองได้เป็นแบรนด์ยักษ์ใหญ่ที่คนทั่วโลกรู้จัก …
สินค้าที่แบรนด์นี้จำหน่ายได้แก่ กระเป๋าสะพาย กระเป๋าถือ …
หีบห่อบรรจุเสื้อผ้า เสื้อผ้า รองเท้า นาฬิกา และเครื่องประดับ…

รวมแบรนด์ดัง...
หลุยส์ วิตตอง จัดว่าเป็นแบรนด์เก่าแก่แบรนด์หนึ่ง…
คู่แข่งของ หลุยส์ วิตตอง ตอนนี้ก็น่าจะได้แก่ เวอร์ซาเช่...,
แอร์เมส, ดัลเช่แอนด์กับบาน่า, กุชชี่, เบอเบอร์รี่, ดิออร์...,
ชาแนล, เฟนดิ, อาร์มานี่, พราด้า…
บริษัทที่ได้ดูแลและครอบครองหลุยส์ วิตตองในตอนนี้ก็คือ LVMH …
และดีไซน์เนอร์คนปัจจุบันของหลุยส์ วิตตอง ก็คือ Marc Jacobs…

รีบซื้อก่อนดัง...เรื่องของหลุยส์ วิตตอง เป็นเรื่องของไฮโซ หรือคนมีเงิน…
ประเด็นก็คือ ถ้าเรามีเงินไม่มาก...
แต่อยากได้กระเป๋าถือ กระเป๋าสะพายดีๆ มาใช้บ้าง จะมีขายไหม...
วันนี้ ผมจึงขอแนะนำให้ท่านได้รู้จักกับกระเป๋าหนังยี่ห้อ “ออนี่” …
เป็นของดี มีคุณภาพ...
รับประกันด้วยใบประกาศนียบัตร OTOP ระดับ 5 ดาว ปี 2552…
ผลิตอยู่ที่บ้านกระบกเตี้ย หมู่ที่ 5 ต.ท่ากระดาน อ.สนามชัยเขต นี่เอง...

เส้นทางที่ยากลำบาก...
อำนวย แสงอภัย เด็กต่างจังหวัดจบการศึกษาเพียงชั้น ป.4 …
แล้วเดินทางมาขายแรงงานในเมืองหลวง ที่โรงงานกระเป๋าหนัง …
เริ่มตั้งแต่รับจ้างทากาว ตัดหนัง และช่างเย็บ …
ทำงานอยู่ 4 ปี ก็เริ่มรับงานเหมาเพราะได้เงินเป็นก้อนโต …
เก็บเงินได้สองแสนบาท ลงทุนเปิดร้านรับงานเอง …
แต่ความอ่อนด้อยเรื่องตลาด กิจการจึงไม่เป็นอย่างที่คิด...
สุดท้ายขาดทุนแทบหมดตัว …
เลยกลับไปรับจ้างในโรงงานเพื่อเก็บเงินมาลงทุนอีกครั้ง …
ตัดสินใจชวนทิพย์วัลย์ แสงอภัย ภรรยาคู่ใจกลับมาปักหลักที่บ้านเกิด …
อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา หวังมาทำกระเป๋าหนังส่งขายเมืองกรุง…

มุ่งสู่การเป็นเจ้าของกิจการ...
ปี 2544 มาจับจุดเกี่ยวกับธุรกิจได้จริง...
และเริ่มมีโครงการ OTOP เข้ามาช่วย…
มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ จึงทำให้กระเป๋ายี่ห้อ “ออนี่”...
สามารถทำตลาดได้อย่างจริงจัง …
ต่อมาเริ่มหาทุนจากสถาบันต่าง ๆ เพื่อขยายการผลิต …
และเริ่มรู้จักการจัดระบบการขาย...
การออกแสดงสินค้าตามสถานที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ …
ส่วนใหญ่สินค้าที่ขายได้จะเป็นงานขายปลีกและการสั่งออเดอร์ …
เช่น กระเป๋าใส่นามบัตร พวงกุญแจ กระเป๋าถือ กระเป๋าสะพาย …
ลูกค้าหลักของกระเป๋าออนี่ จะเป็นกลุ่มสาววัยทำงาน...
โดยราคาสินค้ามีตั้งแต่ 90 – 2,700 บาท…

อย่าผิดซ้ำซาก...
ปัจจุบันไม่มีหน้าร้าน...
เพราะมีความคิดว่าหากมีหน้าร้านคงต้องใช้เงินลงทุนสูง …
เนื่องจากเคยพลาดมาแล้วก็ไม่อยากซ้ำรอยเดิมอีก …
แต่จะมีการส่งเสริมการค้า...
โดยการนำเอาสินค้าออกจำหน่ายตามงานแสดงต่าง ๆ …
เพราะลูกค้าจะไม่ยึดติดกับแบรนด์ดัง ๆ...
แต่สนใจที่อายุการใช้งานมากกว่า …
ทางด้านราคาจะเช็คจากราคาหนัง...
วัตถุดิบให้ราคาต่ำกว่าท้องตลาดประมาณ 30% …
การดีไซน์หรือออกแบบจะดูจากกระเป๋าที่ใช้ทั่วไป...
แล้วจึงนำมาดัดแปลง…
ประยุกต์ให้มีความโดดเด่น สวยงามไม่แพ้ยี่ห้อดัง ๆ…

ต้องแตกต่าง แต่ดีกว่า...
เอกลักษณ์ของกระเป๋า ออนี่ คือ มีความคงทน สวยงาม น่าใช้ …
ที่สำคัญผู้ประกอบการรับซ่อมตลอดอายุการใช้งาน …
มีความแตกต่างจากยี่ห้ออื่น ๆ...
จะเน้นวัตถุดิบเป็นเครื่องหนังสลับเปลี่ยน …
คือกระเป๋า 1 ใบ จะมีหนังไม่เกิน 2 สี …
หนังที่ใช้จะเป็นหนังวัวฟอก 100% เกรด A ...
ให้ความคงทน นุ่ม ไม่กระด้าง...
การผลิตทำด้วยความประณีต วัสดุที่ใช้แข็งแรง...
ทนทานและมีบริการหลังการขาย…
แรงงานที่ใช้ผลิตเป็นแรงงานในชุมชนบ้านกระบกเตี้ย ต.ท่ากระดาน…
ซึ่งสร้างรายได้ให้กับชุมชนเป็นอย่างดี…

สนใจสั่งซื้อได้ในงานแสดงต่าง ๆ เช่น งาน OTOP ที่เมืองทองธานี…
งานนมัสการหลวงพ่อโสธร งานกาชาด หรืองานกิจกรรมต่าง ๆ ที่จังหวัดจัดขึ้น…
หรือติดต่อคุณทิพย์วัลย์ แสงอภัย เลขที่ 148 บ้านกระบกเตี้ย...
หมู่5 ตำบลท่ากระดาน อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา...
โทร 08-7940-4237…
หรือ สนง.พัฒนาชุมชนจังหวัดฉะเชิงเทรา โทร 0-3851-1239...

ก็ “ออนี่” ไง ที่ผมว่า...ลืมได้เลย...หลุยส์ วิตตอง...

วันพฤหัสบดีที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

ที่นี่ 5 ดาว...


ประเด็น ก็คือ คนทั่วไปจะรู้ไหม ทำไมผลิตภัณฑ์ OTOP ต้องให้ดาว…
5 ดาว กับ 4 ดาว หรือ 2 ดาว มันต่างกันอย่างไร...
เราควรเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีระดับดาวมาก ๆ หรือไม่...
แล้วพวกดาวน้อย ๆ จะทำอย่างไร...
วันนี้ ผมจะขอคุยเรื่องนี้สักหน่อย...
และตอนท้ายจะบอกว่า ที่แปดริ้วนี้ อะไรบ้างที่ได้ 5 ดาว...

ทำไมต้องให้ดาว...
เรื่องนี้มาจากโครงการที่ชื่อว่า การคัดสรรสุดยอด OTOP ไทย...
มีชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า OTOP Product Champion ชื่อย่อคือ OPC ...
เกิดขึ้นจากแนวคิดของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกฯ...
สมัย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ...
เพื่อเปิดโอกาสให้ผลิตภัณฑ์ชุมชนในระดับฐานราก ...
ได้มีโอกาสในการพัฒนาคุณภาพมาตรฐาน เพื่อสามารถส่งออกได้...

มากน้อยต่างกัน...
ผลิตภัณฑ์ที่ผู้ผลิต/ผู้ประกอบการส่งเข้าคัดสรร จะได้ระดับดาวที่ต่างกัน...
ระดับ 5 ดาว เป็นสินค้าที่มีคุณภาพมาตรฐานสูง ส่งออกได้ทันที ...
ระดับ 4 ดาว เป็นสินค้ามีศักยภาพสูง สามารถพัฒนาเพื่อส่งออกได้ ...
ระดับ 3 ดาว เป็นสินค้าระดับกลาง ที่สามารถพัฒนาสู่ระดับ 4 ดาวได้ ...
ระดับ 2 ดาว เป็นสินค้าที่มีศักยภาพต่ำ แต่สามารถพัฒนาไปสู่ 3 ดาวได้ ...
ระดับ 1 ดาว เป็นสินค้าที่มีจุดอ่อนมาก และยากต่อการพัฒนา ...

พิจารณาจากอะไร...
คณะกรรมการตัดสินมาจากหลายกระทรวง เช่น...
พาณิชย์ อุตสาหกรรม วิทยาศาสตร์ ศึกษา มหาดไทย เกษตร ฯลฯ...
เกณฑ์การพิจารณา ดูจาก ...
ด้านการผลิตและความเข้มแข็งของชุมชน...
ด้านตัวผลิตภัณฑ์และการตลาด สุดท้ายดูที่ด้านมาตรฐานผลิตภัณฑ์...
ทำดี มีมาตรฐานสูงก็ได้คะแนนมาก...
ทำไม่ดี มาตรฐานไม่มี คะแนนก็น้อย...


ประโยชน์ของดาว…
แต่ละระดับดาว จะได้รับการส่งเสริมสนับสนุนแตกต่างกัน...
พวก 5 ดาว สนับสนุนการส่งออก ...
พวก 3-4 ดาว สนับสนุนการขายในประเทศ...
พวก 1-2 ดาว จะได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้น ได้มาตรฐาน...
ใบเกียรติบัตร ผู้ผลิตใช้โฆษณาประชาสัมพันธ์เพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ได้...
ผู้บริโภคก็ง่าย ต่อการตัดสินใจ...

5 ดาว ของแปดริ้ว…
จากการคัดสรรเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2551 ...
มีทั้งหมด 13 ราย ดังนี้ครับ...
1.มะม่วงดองน้ำตาลทราย บริษัท ผลไม้แปรรูปวรพร จำกัด
20/5 หมู่ 6 ต.วังเย็น อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา 038-813444
2.ศิริพรครองแครงกรอบ นางภาพร วรรณแจ่ม
7/27 ต.หน้าเมือง อ.เมืองฉะเชิงเทรา จ.ฉะเชิงเทรา 038-514663
3.ข้าวตังหน้างา วิสาหกิจชุมชนโสธรพัฒนา (ร้านริน)
15/2 หมู่ 3 ต.โสธร อ.เมืองฉะเชิงเทรา จ.ฉะเชิงเทรา 038-515996
4.ขนมเปี๊ยะชุดคลาสสิก นายอรุพงษ์ อนิวรรตพงษ์ (อึ๊งมุ่ยเส็ง)
59 ต.ปากน้ำ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา 038-541165
5.มะม่วง กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตมะม่วงส่งออก อ.บางคล้า
121 หมู่ 3 ต.สาวชะโงก อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา 038-583734
6.กะปิ กลุ่มประมงชายฝั่งบ้านคลองเจริญวัย
16/3 หมู่ 2 ต.สองคลอง อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา 089-9387792
7.ปลากุเลาเค็ม กลุ่มแปรรูปปลากุเลา
174/29 หมู่ 2 ต.บางสมัคร อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา 089-9387523
8.ฝอยเงิน กลุ่มสตรีขนมหวานบางปะกง (บ้านคลองผีขุด)
38 หมู่ 14 ต.บางปะกง อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา 038-832054
9.ไข่ไก่สด สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่แปดริ้ว จำกัด
136/2 หมู่ 2 ต.เทพราช อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา 038-595627
10.มะม่วงน้ำดอกไม้ นายวิเชียร มงคล
93/1 หมู่ 3 ต.คลองเขื่อน อ.คลองเขื่อน จ.ฉะเชิงเทรา 089-9968294
11.กระเป๋าหนังสะพาย นางทิพวัลย์ แสงอภัย
148 หมู่ 5 ต.ท่ากระดาน อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา 087-9404237
12.ยาอมบรรเทาอาการไอมะขามป้อม ห้างธงทองโอสถ
17/3 หมู่ 2 ต.วังตะเคียน อ.เมืองฉะเชิงเทรา จ.ฉะเชิงเทรา 038-816685
13.มะม่วง วิสาหกิจชุมชนชมรมชาวสวนอำเภอแปลงยาว (เพชรสำโรง)
54 หมู่ 9 ต.หัวสำโรง อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา 038-589321

อาจแปลกใจนะครับ บางรายการเราไม่เคยรู้จักมาก่อน...
แต่นี่แหละของดีของบ้านเรา...
ส่วนระดับดาวอื่น ๆ ดูได้จากเว็บไซต์สำนักงานพัฒนาชุมชน จ.ฉะเชิงเทรา…
หรือจะขอหนังสือ OTOP แปดริ้ว ก็ได้ ติดต่อที่ 038-511239...

ชีวิตผม…รู้เรื่องเดียว ขนมเปี๊ยะ “ตั้ง-เซ่ง-จั้ว”


ผมประทับใจสโลแกนนี้...
ชีวิตผม…รู้เรื่องเดียว ขนมเปี๊ยะ “ตั้ง-เซ่ง-จั้ว”
บนเสื้อคุณชัยรัตน์ ตันคงคารัตน์ เจ้าของร้านตั้งเซ่งจั้ว…
หนึ่งในร้านขนมเปี๊ยะชื่อดังของจังหวัดฉะเชิงเทรา…
เขาคุยว่าเขารู้เรื่องเดียว คือ ขนมเปี๊ยะ...
ต่อไปนี้ คุณชัยรัตน์ จะเล่าเรื่องขนมเปี๊ยะตั้งเซ่งจั้ว ให้เราฟังครับ...

มองข้ามความรวย...
เตี่ยผมนั่งเรือสำเภามาจากเมืองจีน มาอยู่แปดริ้วตั้งแต่ปี 2475...
มาทำขนมเปี๊ยะ ความรู้ที่ได้... รับการถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษ...
วางขายที่หน้าบ้าน ขายไม่ดี มีขนม 3-4 อย่าง ชิ้นใหญ่ กลาง เล็ก...
อายุ 13 หน้าที่หลักของผม ติดเตา เฝ้าเตาอบ ไม่หนักแต่ร้อนมาก...
อายุ 18 เตี่ยบอกว่างานขนมเปี๊ยะมันเหนื่อย ไม่อดทนอยู่ไม่ได้...
ถ้ามีงานไหนดีกว่า ชอบกว่า ไปเลย...
เตี่ยบอก ผมก็ไป...
เป็นลูกจ้างส่งใบชาที่กรุงเทพฯ 2 ปี ส่งยา 1 ปี ทำโรงสี 8 ปี...
โรงสีรายได้ดี แต่อยู่ไม่ได้เพราะแพ้ละอองข้าว...

ชีวิตต้องสู้...
กลับมารับขนมเปี๊ยะของพี่ชายมากระจายขาย...
หักลบกลบหนี้แล้ว ไม่คุ้มค่าเหนื่อย คิดว่าจะอยู่รอดต้องทำเอง...
ปี 2526 ผมทุ่มเงินเก็บทั้งหมดที่มี 14,500 บาท ทำขนมเปี๊ยะเอง...
ซื้อเตา ซื้อวัตถุดิบ วันแรกขายได้ร้อยเดียว แทบร้องไห้...
คิดมุมกลับ ขี่หลังเสือลงมาก็ตาย ผมสู้ทน ทำต่อไป...
ผมส่งของมาขายบ้านแม่ยายเพราะทำเลดีกว่า...
ได้วันละพัน สองพัน ไม่พอ แค่นี้อยู่ไม่ได้...

จุดเปลี่ยน...
กรมการค้าภายในมาช่วยชีวิต สมัยก่อนมีโครงการธงฟ้า สินค้าราคาถูก...
จัดงานจังหวัดต่าง ๆ ที่ละ 2 วัน แถวภาคตะวันออกขายดีมาก...
ได้ครั้งละ 3,000-5,000 บาท จึงขายแบบนี้เรื่อยมา...
ประทับใจเมื่อไปขายที่อยุธยา ไปถึง 5 โมงเย็น ฝนมา ฟ้ามืด...
ตกจนถึงหนึ่งทุ่ม น้ำท่วม ของเต็มรถทำไง ต้องขายไม่ขนกลับแน่...
ไม่น่าเชื่อ ผมเอาของมาขายกลางน้ำ คนซื้อลุยน้ำมาซื้อใฃ...
สามทุ่มขายหมดเกลี้ยง...
เมื่อไปหลายที่ คนเริ่มรู้จัก เริ่มขายง่าย ขายดี มีคนโทรมาสั่ง...

ค้าขายต้องปรับตัว...
ทำขนม ถ้าไม่หลากหลาย ก็ขายได้น้อย...
ผมคิดทำขนมเปี๊ยะขึ้นมาเรื่อยๆ ปีละ 1-2 อย่าง...
ตอนนี้ที่ขายดี คือ บัวหิมะ ไส้ทุเรียน ถั่วเขียว ถั่วดำ งาดำ มะตูม...
กว่าจะคิดได้ ทำเสีย ทำทิ้งไปเยอะ...
ส่วนขนมเปี๊ยะมีหลายไส้...
ถั่วไข่เค็ม ถั่วงาดำ สัปปะรด พุทราจีน ฟัก ทุเรียน ฯลฯ...
ขนมที่นี่ทำสดทุกวัน ไม่ใส่สารกันบูด เก็บปกติได้ 1 สัปดาห์...
เก็บในตู้เย็นได้ 2 สัปดาห์ อยู่ได้เพราะเราใส่ซองดูดความชื้น...

พัฒนาไม่สิ้นสุด...
ขนมดีต้องมีกล่องสวย ซื้อฝากใครไม่อายกัน...
ที่นี่กล่องสวย ฝีมือลูกๆ หลาน ๆ ผมมีวิธีลดต้นทุนบรรจุภัณฑ์...
จะรวมกับพี่ชาย สั่งครั้งละมากๆ ราคาก็ถูกลง...
ขนมที่นี่ 90 % ขายหน้าร้าน ขายหมดทุกวัน...
เมื่อก่อนใช้แรงงานคนปั้น ไม่ทันขาย ทุกวันนี้ต้องใช้เครื่องมาช่วย...
มีห้างใหญ่ๆ ติดต่อให้ไปขาย สนใจนะ แต่ติดปัญหาเรื่องกำลังการผลิต...

เรียนรู้จุดเด่น แก้ไขจุดด้อย...
ขนมเปี๊ยะจะอร่อยอยู่ที่ทุกอย่าง แป้งดี ไส้มีคุณภาพ มีความสด ใหม่...
ผมเน้นว่าต้องทำให้พอดี ขายหมดวันต่อวัน ต้องเตรียมของให้พอขาย...
ขายของกินต้องรู้จักสังเกต ต้องเตรียมตัว ช่วงไหนขายดี ช่วงไหนเงียบ...
ช่วงเงียบ อย่าตุน เงินจะได้ไม่จม...
ช่วงขายดี ปีใหม่ ตรุษจีน ไหว้พระจันทร์ ต้องเตรียมให้พอ...
ปีใหม่ขายดีมาก เพราะขนมเปี๊ยะดีกว่า ทนกว่า...
หยิบกระแทก หน้าไม่เละเหมือนเค้ก...

ชีวิตผม รู้เรื่องเดียว ขนมเปี๊ยะ...
สโลแกนนี้ ลูกสาวคิด สั้นๆ แต่ได้ใจความ...
มนุษย์เรานั้นขอให้มีความชำนาญหรือเชี่ยวชาญในแค่เรื่องใดเรื่องหนึ่ง...
ก็เพียงพอแล้วสำหรับการทำมาหาเลี้ยงชีพ...
ดังบทกลอนส่วนหนึ่งของพระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร) ที่ว่า…
อย่าเกียจคร้านการเรียนเร่งอุตส่าห์ มีวิชาเหมือนมีทรัพย์อยู่นับแสน...
จะตกถิ่นฐานใดคงไม่แคลน ถึงคับแค้นก็พอยังประทังตน…
อันความรู้รู้กระจ่างแต่อย่างเดียว แต่ให้เชี่ยวชาญเถิดคงเกิดผล…
อาจจะชักเชิดชูฟูสกนธ์ ถึงคนจนพงศ์ไพร่คงได้ดี...

ภูมิใจสร้างตัวได้...
คุณชัยรัตน์ แห่งร้านตั้งเซ่งจั้ว ก็เข้าตำรานี้ครับ...
เขาบอกภูมิใจเรื่องความรู้เรื่องขนมเปี๊ยะ จนกลายมาเป็นสโลแกนประจำตัว...
อีกอย่างที่เขาภูมิใจมาก...
คือ การสร้างเนื้อสร้างตัวจากเงินเพียง 14,500 บาท เท่านั้น...
ปัจจุบันร้านนี้มีอยู่ 2 แห่ง...
ตั้งอยู่ตรงข้ามสถานีรถไฟฉะเชิงเทราและที่ปากทางเข้าวัดผาณิตาราม...
หรือจะซื้อที่ร้านโกลเด้น เพลส กรุงเทพฯ เขาก็มีขายเช่นกัน...
ส่วนร้านเก๋งจีนที่บางคล้า และร้านที่ถนนมอเตอร์เวย์บางปะกง เป็นของพี่ชาย...
ใครสะดวกจุดไหนก็แวะมาเลือกซื้อได้ครับ...
ติดต่อข้อมูลเพิ่มเติม 275/1 ถ.มหาจักรพรรดิ อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา…
โทร.0-3851-5395 , 0-3851-1139
หรือ สนง.พัฒนาชุมชนจังหวัดฉะเชิงเทรา โทร.0-3851-1239...