วันอังคารที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2553

"เนรัญชลา" ผลไม้แปรรูปของดีอำเภอบางคล้า

ผมคิดว่าแปดริ้วเรา เป็นจังหวัดหนึ่งในประเทศไทยที่มีผลผลิตทางการเกษตรมาก ทั้งพืช ผัก ผลไม้ และฟาร์มปศุสัตว์ เวลาที่ผลผลิตทางการเกษตรเหล่านี้ล้นตลาด เกินความต้องการแล้ว กระบวนการหนึ่งที่ช่วยได้มากเลย ก็คือเรื่องของการแปรรูป... ถ้าไม่มีการถนอมอาหารด้วยการแปรรูปแล้ว คิดว่าเกษตรกรคงจะเสียมากทีเดียว การแปรรูปอาหารนอกจากจะช่วยเกษตรกรเรื่องผลผลิตล้นตลาดแล้ว ยังช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับชุมชนด้วย ซึ่งในวันนี้ ผมจะพาท่านไปรู้จักกับกลุ่มแปรรูปผลไม้กลุ่มหนึ่งที่อำเภอบางคล้า เป็นกลุ่มที่ช่วยรับซื้อผลผลิตที่ล้นตลาดนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ ภายใต้ยี่ห้อ สวนเนรัญชลา และปัจจุบันได้รับการคัดสรรให้เป็น OTOP ระดับ ๕ ดาว ของแปดริ้วครับ...

ประวัติการก่อตั้งกลุ่ม... กลุ่มนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๕ ในชื่อ กลุ่มแปรรูปผลไม้อำเภอบางคล้า ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอบางคล้า มี คุณเกี๋ยงคำ แจ้งสุคนธ์ เป็นประธานกลุ่ม มีสมาชิกจำนวน ๑๖ คน ที่ทำการกลุ่มตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่ ๔/๒ หมู่ที่ ๓ ตำบลปากน้ำ อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา องค์ความรู้ในการแปรรูปผลไม้ได้รับการถ่ายทอดภูมิปัญญามาจากคนดั้งเดิมในท้องถิ่น และสมาชิกภายในกลุ่มร่วมกันต่อยอดภูมิปัญญาดังกล่าว ด้วยการแปรรูปผลไม้ที่มีอยู่มากในชุมชน เช่น มะม่วง มะขาม มะดัน มะกอก สัปปะรด และคิดริเริ่มสร้างสรรค์นำการตลาดสมัยใหม่มาพัฒนาให้ผลิตภัณฑ์ที่ผลิต มีอายุการเก็บรักษานานขึ้น ได้คุณภาพมาตรฐาน และเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าโดยใช้บรรจุภัณฑ์ที่ดี ซึ่งเป็นการสร้างอาชีพให้กับคนภายในชุมชน

เป็นแหล่งรับซื้อผลไม้... กลุ่มเป็นแหล่งรับซื้อผลไม้ในท้องถิ่นเมื่อผลผลิตของเกษตรกรล้นตลาด เช่น มะม่วง สับปะรด และผลไม้ตามฤดูกาล โดยให้ราคาสูงเมื่อเปรียบเทียบกับแหล่งรับซื้อทั่วไป โดยนำมาทำการแปรรูป ช่วยลดปัญหาการขาดทุนของเกษตรกรในชุมชน นอกจากนี้ ยังสนับสนุนเกษตรกรที่มีความสนใจในเรื่องการทำปุ๋ยหมักชีวภาพนำเปลือกของผลไม้ต่างๆ ไปใช้ในการผลิตปุ๋ย หรือเลี้ยงสัตว์โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น

ผลิตผลไม้แปรรูปหลายชนิด... กลุ่มนี้แปรรูปผลไม้หลายชนิดมาก เช่น มะม่วงกวน สัปปะรดกวน ผลไม้แช่อิ่ม ทั้งมะม่วง มะขาม มะดัน มะกอก กระท้อน เป็นต้น จนมีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป พร้อมทั้งได้รับรางวัลต่าง ๆ มากมาย กลุ่มได้ส่งสินค้าไปขายในตลาดใกล้เคียงและร้านขายของฝากภายในจังหวัดและต่างจังหวัด ทำให้เพิ่มรายได้ให้กับสมาชิก ตั้งแต่ ๕,๐๐๐-๖,๐๐๐ บาทต่อคนต่อเดือน

ได้มาตรฐานและไม่กระทบสิ่งแวดล้อม... ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มพัฒนามาจากภูมิปัญญาดั้งเดิมของคนในชุมชน เป็นการต่อยอดวิธีการถนอมอาหารแปรรูปผลไม้ที่มีอยู่ภายในท้องถิ่น สร้างสรรค์จนเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน ในบรรจุภัณฑ์ที่ดี ถูกตา ต้องใจ โดยใช้ตรา “สวนเนรัญชลา” เป็นยี่ห้อสินค้าทำการตลาด ซึ่งได้มาจากชื่อสวนผลไม้ของคุณเกี๋ยงคำประธานกลุ่ม...สำหรับกระบวนการผลิต... กลุ่มจะทำการผลิตโดยไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมภายในชุมชน ปัจจุบันกลุ่มได้รับการรับรองมาตรฐานอาหารและยา (อย.) มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) เครื่องหมาย “เชลล์ชวนชิม” และได้รับการคัดสรรเป็นผลิตภัณฑ์ระดับ 5 ดาว ของจังหวัดฉะเชิงเทรา ในปี พ.ศ.๒๕๕๓

สร้างจุดเด่นให้กับผลิตภัณฑ์... จุดเด่นของผลิตภัณฑ์ของกลุ่มนี้อยู่ที่ รสชาติความอร่อย และความสะอาด ถูกหลักอนามัย เช่น สัปปะรดกวน เนื้อของสับปะรดจะมีความหอม เหนียว แห้ง มีเส้นใยทางอาหารสูง รสชาติอร่อยเป็นที่ยอมรับของลูกค้า และมีการสร้างกล่องกระดาษห่อหุ้มตัวกล่องชั้นในอีกชั้นหนึ่ง เพื่อสร้างความแข็งแรงในการขนส่ง เพิ่มรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ให้หน้าจับต้อง ดึงดูดความสนใจของลูกค้ามากขึ้น ซึ่งในผลิตภัณฑ์ชนิดอื่น ๆ ภายใต้ตรา สวนเนรัญชลา ก็เน้นจุดเด่นในลักษณะนี้เช่นกัน

สร้างสัมพันธ์ที่ดีกับชุมชน... กลุ่มแปรรูปผลไม้อำเภอบางคล้าได้ก่อตั้งมาเป็นเวลากว่า ๘ ปี มีการสร้างงานให้กับสมาชิกภายในชุมชน จัดเป็นแหล่งศึกษา ดูงาน ให้ความรู้ในด้านการถนอมอาหารแปรรูปผลไม้ต่างๆ มีผู้ที่สนใจแวะเวียนเข้ามาเยี่ยมชม ศึกษาเรื่องการแปรรูป หรือขอข้อมูลต่าง ๆ ไปประกอบการทำรายงาน ซึ่งทางกลุ่มมีความยินดีเป็นอย่างมากในการมีส่วนร่วมให้ความรู้กับชุมชน นอกจากนี้ยังมีการแบ่งปันผลกำไรคืนสู่ชุมชนทุกปี โดยประธานกลุ่มจะเป็นผู้นำเงินไปซื้อของบริจาค เป็นอาหารและขนมให้กับโรงเรียนในท้องถิ่นเสมอ

แหล่งจำหน่าย... ผู้ที่สนใจซื้อผลิตภัณฑ์ของกลุ่ม สามารถซื้อได้ที่บ้านสวนเนรัญชลา ตำบลปากน้ำ อำเภอบางคล้า ,ร้านเนรัญชลา ถนนฤทธิ์ประศาสน์ ตำบลบางคล้า ,ร้านจำหน่ายของฝากในจังหวัดฉะเชิงเทรา เช่น ร้านตั้งเซ่งจั๊ว, ร้านริน, ร้านถาวร ,ร้านขายของฝากบนทางด่วนมอเตอร์เวย์ จังหวัดชลบุรี (ทั้งสองฝั่ง) ,โครงการสินค้า OTOP สู่โรงงานในจังหวัดฉะเชิงเทรา และจังหวัดใกล้เคียง ,โครงการคาราวานการแก้ไขปัญหาความยากจนของจังหวัด (จังหวัดเคลื่อนที่) ทุกเดือน ,งานแสดงสินค้า OTOP ที่เมืองทองธานีและงานทั่วไปในจังหวัดและจังหวัดใกล้เคียง ,ห้างสรรพสินค้า อาทิ ห้างเดอะมอลล์ ห้างแฟชั่นไอแลนด์ และตลาดน้ำบางคล้า วันเสาร์-วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์...

หมดพื้นที่เขียนแล้วครับ ต้องยุติเพียงเท่านี้ ...สนใจขอข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ประธานกลุ่ม : คุณเกี๋ยงคำ แจ้งสุคนธ์ บ้านเลขที่ ๔/๒ หมู่ที่ ๓ ตำบลปากน้ำ อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา ๒๔๑๑๐ โทร.๐๓๘-๘๒๕๓๐๘ หรือคุณวาสิณี แจ้งสุคนธ์ โทร.๐๘๗-๘๒๗๒๘๕๕ หรือที่สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดฉะเชิงเทรา โทร ๐๓๘-๕๑๑๒๓๙

วัดโสธรวรารามวรวิหาร



วัดโสธรวรารามวรวิหาร ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา เป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองฉะเชิงเทรา เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อพุทธโสธร พระพุทธรูปอันเป็นที่เคารพสักการะของชาวแปดริ้วและคนต่างบ้านต่างเมืองมาแต่ อดีตกาล ตั้งอยู่บนถนนสายมรุพงษ์ ห่างจากตลาดกลางเมืองประมาณ 2 กิโลเมตร วัดนี้แต่เดิมเป็นวัดราษฎร์ สร้างขึ้นตอนปลายของกรุงศรีอยุธยา ตามประวัตินั้น แต่แรกมีชื่อว่า “วัดหงส์” เพราะมี “เสาหงส์” อยู่ในวัด เป็นเสาสูงมียอดเป็นตัวหงส์อยู่บนปลายเสา ต่อมาหงส์บนยอดเสาหักตกลงมาเหลือแต่เสา และมีผู้เอาธงขึ้นไปแขวนแทน จึงได้ชื่อว่า “วัดเสาธง” ครั้นเมื่อเสาธงหักเป็นสองท่อน จึงเรียกชื่อใหม่ว่า “วัดเสาธงทอน” ส่วนชื่อ “วัดโสธร” อันมีความหมายว่า “บริสุทธิ์” และ “ศักดิ์สิทธิ์” นั้น เรียกตามพระนามของพระพุทธโสธรหรือหลวงพ่อโสธรซึ่งได้มาประดิษฐานในวัดนี้ ในภายหลังวัดโสธรได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลย เดช ยกขึ้นเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร มีนามว่า “วัดโสธรวรารามวรวิหาร” เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ.2501


พระพุทธโสธรหรือหลวงพ่อโสธรเป็นพระพุทธรูปปูนปั้น ปางสมาธิ หน้าตักกว้าง 1.65 เมตร สูง 1.48 เมตร ฝีมือช่างล้านช้าง สันนิษฐานว่าได้มาประดิษฐานอยู่ที่วัดนี้ประมาณปี พ.ศ.2313 อันเป็นสมัยต้นกรุงธนบุรี ตามประวัติเล่าว่า แต่เดิมเป็นพระพุทธรูปหล่อทองสำริด ปางสมาธิ หน้าตักกว้างศอกเศษ แต่พระสงฆ์ในวัดเกรงว่าจะมีผู้มาลักขโมยไปจึงได้เอาปูนพอกเสริมหุ้มองค์เดิม ไว้ จนมีลักษณะดังที่เห็นปัจจุบัน

ประวัติจังหวัดฉะเชิงเทรา


จังหวัดฉะเชิงเทราหรือที่นิยมเรียกกันว่า "แปดริ้ว" เคยเป็นเมืองหนึ่งที่อยู่ในอำนาจการปกครองของขอมมาก่อน ในสมัยอิทธิพลของอาณาจักรลพบุรี (ขอม) เมืองฉะเชิงเทราตั้งอยู่สองฝั่งแม่น้ำบางปะกง เป็นไปได้ว่าชาวเมืองสมัยโบราณอาจจะเรียกชื่อแม่น้ำบางปะกงว่า คลองลึกหรือคลองใหญ่ ตามลักษณะที่มองเห็นแต่ด้วยอิทธิพลเขมรจึงได้เรียกชื่อแม่น้ำ เป็นภาษาเขมรว่า "สตึงเตรง หรือ ฉทรึงเทรา" ซึ่งแปลว่า คลองลึก นั่นเอง ครั้นเรียกกันไปนาน ๆ เสียงเลยเพี้ยนกลายเป็น "ฉะเชิงเทรา" แต่ก็มีความเห็นอื่นที่แตกต่างออกไปว่าชื่อ "ฉะเชิงเทรา" น่าจะเพี้ยนมาจาก "แสงเชรา" หรือ "แซงเซา" หรือ "แสงเซา" อันเป็นชื่อเมืองที่สมเด็จพระบรมราชาธิราช เสด็จไปตีได้ตามที่พระราชพงศาวดารฉบับหลวงประเสริฐกล่าวไว้มากกว่า

ความเป็นมาของคำว่าแปดริ้ว


ความเป็นมาของชื่อ "แปดริ้ว" มีเล่าขานกันมาหลายกระแส บ้างก็ว่าที่ได้ชื่อว่าเมืองแปดริ้ว ก็เพราะขนาดอันใหญ่โตของปลาช่อนที่ชุกชุมเมื่อนำมาแล่ จะต้องแล่ถึงแปดริ้ว หรือไม่ก็ว่ามาจากนิทานพื้นบ้านเรื่อง "พระรถเมรี" เล่าว่ายักษ์ฆ่านางสิบสองแล้วชำแหละศพออกเป็นชิ้น ๆ รวมแปดริ้ว ทิ้งลอยไปตามลำน้ำท่าลาด

สำหรับข้อสันนิษฐานการตั้งเมืองฉะเชิงเทรา ปรากฏครั้งแรกในสมัยกรุงศรีอยุธยา ในฐานะหัวเมืองชั้นในหรือเมืองจัตวา ในแผ่นดินของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ (พ.ศ.1991-2031) แต่สำหรับหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ปรากฏชัดเจนในสมัยพระนเรศวรมหาราชที่ใช้เมืองฉะเชิงเทราเป็นที่รวบรวมไพร่พล เมื่อ พ.ศ.2136 ด้วยชัยภูมิของเมืองที่เหมาะแก่การทำสงครามกองโจร ทำให้ฉะเชิงเทราเป็นเมืองหน้าด่านที่ใช้ป้องกันศัตรู ปกป้องเมืองหลวง 

จวบจนสู่การปกครองระบบประชาธิปไตยในปี พ.ศ.2475 และในปี พ.ศ.2476 มีการกระจายอำนาจจากส่วนกลางสู่ส่วนภูมิภาค คำว่าเมืองเปลี่ยนเป็นจังหวัด มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้ครองเมือง หลังจากนั้นในปี พ.ศ. 2495 ซึ่งเป็นปีที่มีการตั้งภาคครั้งสุดท้ายของไทย ฉะเชิงเทราได้รับเลือกเป็นสถานที่ภาคมีเขตความรับผิดชอบ 8 จังหวัด ซึ่งนับเป็นบทบาทที่สำคัญทางประวัติศาสตร์การปกครองของจังหวัดฉะเชิงเทรา

สภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศ จังหวัดฉะเชิงเทรา


สภาพภูมิประเทศ
ลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไปของจังหวัด ประกอบด้วย ที่ราบเชิงเขามีลักษณะเป็นที่ราบลูกฟูก และที่ราบลุ่มแม่น้ำจากด้านตะวันออกสุดไปจรดด้านตะวันตก ดังนั้น พื้นที่เกษตรกรรมจึงแบ่งออกเป็นสองส่วน คือ ส่วนที่เป็นที่ราบลูกฟูก เหมาะแก่การทำไร่และปลูกหญ้าเลี้ยงสัตว์ ตั้งอยู่เฉพาะในเขตอำเภอพนมสารคามและอำเภอแปลงยาว ส่วนในเขตที่ราบลุ่มแม่น้ำบางปะกง ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกของจังหวัด บริเวณอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา อำเภอบางคล้า อำเภอบางน้ำเปรี้ยว อำเภอบ้านโพธิ์ และอำเภอบางปะกง พื้นที่ส่วนนี้อยู่ในเขตชลประทานเหมาะแก่การทำนาข้าว ปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์

สภาพภูมิอากาศ
จังหวัดฉะเชิงเทรามีลักษณะร้อนชื้นเขตศูนย์สูตร โดยมีลมมรสุมพัดปกคลุมเกือบตลอดปีแบ่งออกตามฤดูกาลได้ 3 ฤดู ดังนี้

ฤดูร้อน... เริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนพฤษภาคม โดยมีลมตะวันออกและลมใต้พัดปกคลุม ทำให้มีอากาศร้อนอ้าวและอากาศร้อนจัดเป็นบางวันบางครั้งอาจมีพายุฤดูร้อน ลักษณะเป็นฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงอุณหภูมิอากาศสูงสุดเฉลี่ย 35-38 องศาเซลเซียส ปริมาณฝนเฉลี่ย 200-300 มิลลิเมตร เป็นช่วงที่เหมาะแก่การปลูกพืชไร่

ฤดูฝน... เริ่มตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนตุลาคม โดยมีลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุม ประกอบกับมีร่องความกดอากาศต่ำ พาดผ่านภาคกลางและภาคตะวันออก ทำให้มีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไปและตกหนักบางพื้นที่ อาจก่อให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันในที่ราบลุ่มแม่น้ำบางปะกง โดยมีปริมาณฝนเฉลี่ย 1,000 – 1,200 มิลลิเมตร เป็นช่วงที่เหมาะแก่การทำงานและปลูกผลไม้

ฤดูหนาว... เริ่มตั้งแต่กลางเดือนตุลาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ โดยมีลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุม ประกอบกับบริเวณความกดอากาศสูงพัดผ่าน ทำให้ท้องฟ้าโปร่งใสอากาศเย็นมีหมอกในตอนเช้า และมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน อุณหภูมิอากาศต่ำสุดเฉลี่ย 18-21 องศาเซลเซียส ปริมาณฝนเฉลี่ย 50-100 มิลลิเมตร เป็นช่วงที่เหมาะแก่การปลูกพืชผักสวนครัว ไม้ดอกและไม้ประดับ

วันอังคารที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

มะม่วงติดบาร์โค้ด


การลงทะเบียนผู้ผลิต/ผู้ประกอบการ OTOP ของจังหวัดฉะเชิงเทรา ในปีนี้ สรุปผล มีจำนวน 292 ราย 759 ผลิตภัณฑ์ มากกว่าเมื่อครั้งปี 2551 ที่มีจำนวน 267 ราย 591 ผลิตภัณฑ์ ส่วนการคัดสรรสุดยอด OTOP ไทย ของจังหวัดฉะเชิงเทรา มีจำนวน 96 ราย 96 ผลิตภัณฑ์ ผลการคัดสรรจะแจ้งให้ทราบในเดือนกันยายนนี้ ในการลงทะเบียนคราวนี้ มีผลิตภัณฑ์หนึ่งที่น่าสนใจ คือ มะม่วงติดบาร์โค้ด ของสหกรณ์ชมรมชาวสวนมะม่วงจังหวัดฉะเชิงเทรา จำกัด นอกจากจะเป็นผู้ส่งออกมะม่วงรายใหญ่แล้ว เขายังมีนวัตกรรมที่น่าทึ่งอีกด้วย ต่อไปนี้ คุณศักดิ์ดา ขันติพะโล ประธานคณะผู้บริหารสหกรณ์ฯ จะเล่าให้เราฟังครับ...


รวมตัวเข้มแข็ง ดำเนินการมั่นคง…
ชมรมชาวสวนจังหวัดฉะเชิงเทรา ก่อตั้งขึ้นเมื่อ 15 ปีก่อน ต่อมาปี 2541 ได้มีการรวมตัวกันอย่างจริงจัง และเริ่มผลิตมะม่วงส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่น ในปี 2549 ชมรมฯ ได้จดทะเบียนเป็นสหกรณ์ชมรมชาวสวนมะม่วงจังหวัดฉะเชิงเทรา มุ่งเน้นการผลิตมะม่วงให้มีคุณภาพ ปลอดภัยจากสารพิษตกค้าง ปัจจุบันมีสมาชิก 176 คน พื้นที่ปลูกมะม่วงของสมาชิก กว่า 10,000 ไร่ แยกเป็น สายพันธุ์น้ำดอกไม้เบอร์ 4 และสีทอง 7,000 ไร่ เขียวเสวย 2,000 ไร่ อื่น ๆ 1,000 ไร่ ผลผลิตที่ผลิตได้ปีละ ประมาณ 7,000 ตัน สหกรณ์ฯ มีการสร้างสำนักงานเพื่อเป็นศูนย์กลางรวบรวมผลผลิตมะม่วง ที่จะจัดส่งให้กับบริษัทผู้ส่งออกต่างๆ และเป็นแหล่งบริการข้อมูล มีการซื้อขายกับบริษัทต่างๆ มากกว่า 15 บริษัท ที่จัดส่งมะม่วงไปยังประเทศญี่ปุ่น จีน เกาหลี ยุโรป และอเมริกา ส่วนในประเทศมีการจำหน่ายให้กับห้างสรรพสินค้า เช่น เดอะมอลล์ ภายใต้ชื่อการค้าว่า “ทองแปดริ้ว” และจำหน่ายทั่วไป ภายใต้ชื่อมะม่วง QM และตะวัน


คุณภาพมาตรฐานเพื่อการส่งออก…
สหกรณ์ฯ มีการพัฒนาสมาชิกเกษตรกร ด้วยการให้ความรู้ การพัฒนาผลผลิต พัฒนาองค์กรด้วยหลักธรรมาภิบาล และพัฒนาบรรจุภัณฑ์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ได้ผลผลิตและการบริหารจัดการที่มีคุณภาพสูง โดยเฉพาะการผลิตเพื่อการส่งออก เกษตรกรต้องปฏิบัติดูแลสวนถูกต้องตามหลักวิชาการระบบเกษตรดีที่เหมาะสม (EUREP GAP) ห่อผลด้วยวัสดุที่เหมาะสมในช่วงระยะ 2 เดือนก่อนเก็บเกี่ยวผลผลิต น้ำหนักของผลจะต้องได้ตามมาตรฐานที่กำหนดร่วมกัน ลักษณะของผิวต้องไม่มีรอยแผลที่เกิดจากโรคและแมลง คราบยาง รอยช้ำจากการกระแทก ลักษณะของผลมะม่วงต้องตรงตามพันธุ์ การเก็บมะม่วงที่ความแก่ 85-90 % ตามดัชนีการเก็บเกี่ยวมะม่วง ห่อหุ้มผลมะม่วงด้วยตาข่ายโฟมก่อนบรรจุลงภาชนะ


วิธีรับประทานมะม่วงให้ได้ รสชาดหวาน…
มะม่วงน้ำดอกไม้ที่ไม่สุกจะมีรสเปรี้ยว ถ้าสุกแล้วจะมีรสหวาน มีปัญหาว่า จะรับประทานได้ในวันที่เท่าไร วิธีแก้ปัญหานี้ สหกรณ์ได้คิดสติกเกอร์เพื่อเทียบสีผิวมะม่วงขึ้น โดยติดไว้ที่ผลมะม่วงทุกผล ถ้าต้องการรับประทานทันที ให้เลือกผลที่นิ่มมือและสีผิวเป็นแบบสีเหลืองส้ม ถ้าต้องการเป็นของฝาก ให้เลือกผิวสีเหลืองนวล วิธีนี้จะทำให้ผู้บริโภคทราบได้ทันทีว่า จะทานเมื่อไร จึงจะได้รสชาดหวาน

ตรวจสอบข้อมูลย้อนกลับได้ทุกผล…
สหกรณ์ฯ มุ่งเน้นผลิตมะม่วงให้มีคุณภาพปลอดภัยจากสารพิษตกค้าง และตระหนักถึงสุขอนามัยของผู้บริโภคเป็นอย่างยิ่ง จึงพัฒนาระบบการตรวจสอบย้อนกลับถึงเกษตรกรผู้ผลิต ว่ามะม่วงผลนี้มีประวัติ ความเป็นมาอย่างไร ใครคือผู้ผลิต แหล่งผลิตอยู่ที่ไหน วิธีการผลิต การใส่ปุ๋ยและสารเคมี เป็นอย่างไร ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบแหล่งผลิตได้ จากสติกเกอร์ที่มีหมายเลขรหัสสมาชิกที่ติดบนผลมะม่วงโดยนำรหัสนี้พิมพ์ตรวจสอบบนเว็บไซต์
www.coopthai.com/mangoccs ซึ่งสหกรณ์ฯ พัฒนาให้มีข้อมูลทั้งภาษาไทยและภาษาญี่ปุ่น เป็นระบบข้อมูลสาธารณะ ตรวจสอบได้ทั่วโลก
กิจกรรมเสริมให้กับสมาชิก...
ปัจจุบัน สหกรณ์ฯ มีบริการจำหน่ายปุ๋ย และสารเคมีให้แก่สมาชิก ซึ่งราคาถูกกว่าท้องตลาด เนื่องจากสหกรณ์ฯ สั่งซื้อมาครั้งละมากๆ นอกจากนี้สมาชิกยังได้รับเงินเฉลี่ยคืนจากสหกรณ์อีกทางหนึ่งด้วย ส่วนอนาคต สหกรณ์ฯ กำลังให้ความสนใจศึกษาผลิตภัณฑ์ยางพารา ซึ่งอาจจะดำเนินการร่วมกันไปกับมะม่วงก็ได้

ต้องการเยี่ยมชมกิจการ หรือติดต่อซื้อผลผลิต หรือขอรายละเอียดเพิ่มเติม
ติดต่อที่ สหกรณ์ชมรมชาวสวนมะม่วงจังหวัดฉะเชิงเทรา จำกัด
97/5 ม.1 ต.เขาหินซ้อน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา 24120
โทร. 081-930-5052 , 085-437-2029 แฟ็กซ์ 038-502198
หรือที่สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดฉะเชิงเทรา โทร.038-511239

ผมไปเยี่ยมบริษัท กลุ่ม องค์กรมาหลายแห่ง ประทับใจที่นี่มาก มีความเข้มแข็ง มีนวัตกรรมที่น่าสนใจ ข้อมูลและการนำเสนอของเขาดีและหลากหลาย ทั้งวีดิทัศน์ PowerPoint แผ่นพับ เอกสาร บอร์ดประชาสัมพันธ์ต่างๆ ผมว่านี่เป็นอีกองค์กรหนึ่งที่น่าภาคภูมิใจ สำหรับชาวแปดริ้วครับ...

วันอังคารที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

บุกโรงงาน “วรพร” ผู้ผลิตมะม่วงดองรายใหญ่ที่สุดในประเทศ

จังหวัดฉะเชิงเทราเป็นแหล่งผลิตมะม่วงชื่อดังของประเทศ มีการผลิตเพื่อบริโภคทั้งภายในประเทศและส่งออกขายต่างประเทศ มะม่วงส่วนหนึ่งถูกนำมาแปรรูปเป็นมะม่วงดอง มะม่วงกวน วันนี้ ผมจะพาท่านไปพบกับบริษัท ผลไม้แปรรูปวรพร จำกัด ผู้ผลิตมะม่วงดอง มะม่วงกวนรายใหญ่ที่สุดในประเทศ คุณชัยรัตน์ โสธรนพบุตร เจ้าของกิจการ จะเล่าให้เราฟังครับ
.
เติบโตจากธุรกิจหลังบ้าน...
กิจการของ “วรพร” เริ่มต้นจากธุรกิจหลังบ้าน
พ่อแม่เป็นคนทำมาก่อน ธุรกิจหลักของครอบครัวคือขายเสื้อผ้า รองลงมาคือดองผลไม้ขาย เป็นการดองตามฤดูกาล สถานที่ผลิตและจำหน่ายเริ่มที่อำเภอแปลงยาวซึ่งเป็นบ้านเกิด แล้วส่งขายต่อไปยังอำเภออื่นๆ กลายเป็นธุรกิจระดับจังหวัด ตอนแรกผมไม่ได้อยู่ในธุรกิจนี้ พ่อแม่บอกว่าเหนื่อย ผมจึงไปรับราชการเป็นครู หลังจากรับราชการได้สิบกว่าปี ได้ลาออกมาเลี้ยงกุ้ง แต่ไม่ประสบความสำเร็จ จึงหันกลับมาสนใจธุรกิจที่ครอบครัวเคยทำมา
.

เปลี่ยนการตลาดเพื่อขายห้าง...
เริ่มแรกก็ทำเป็นธุรกิจหลังบ้านเหมือนกัน แต่การตลาดเปลี่ยนไป คือตั้งใจทำขายให้นักท่องเที่ยว ไม่ใช่ขายเฉพาะในท้องถิ่น ต้องใส่น้ำตาล มีบรรจุภัณฑ์ที่สวยงาม ต้องทำแบรนด์ มียี่ห้อ ซึ่งประสบความสำเร็จ ขายดี การขายมะม่วงดองเมื่อ 20 กว่าปีก่อน มีแต่ในระดับล่าง ร้านขายของชำ รถเข็น ไม่มีขายในห้าง ถึงมีก็ต้องจิ้มพริกเกลือ ผมเป็นรายแรกที่ทำมะม่วงดองที่ไม่ต้องจิ้มพริกเกลือ ร้านที่ส่งขายแรก ๆ เป็นร้านแหล่งท่องเที่ยว เช่น คิงส์สโตร์ ตั้งเซ่งจั้ว ร้านริน ร้านเหล่านี้ มองว่ามะม่วงดองของผมแพง ลูกละ 10 บาท แต่รถเข็นลูกละ 5 บาท ไม่น่าขายได้ แต่ปรากฏว่าผมเตรียมมะม่วงไว้ขาย 1 ปี ขายจริง 3-4 เดือนหมดแล้ว ทำให้เราเติบโตเรื่อยมา จาก 1 เป็น 2 จาก 2 เป็น 4 จนกระทั่งปัจจุบันนี้ เราคือผู้ผลิตมะม่วงดองรายใหญ่ที่สุดในประเทศ ส่วนการส่งออก เราขายต่างประเทศถึง 40 % ของปริมาณการผลิต ประเทศที่ส่งไปขายมากที่สุด คือ จีน ซึ่งตลาดเติบโตเร็วมากจนเราผลิตไม่ทัน
.
ก้าวข้ามความเป็นสินค้าท้องถิ่น...
แนวคิดก่อนออกมาทำธุรกิจ ผมคิดว่าต้องทำรายได้ไม่น้อยกว่าเงินเดือนที่เคยได้ ต้องตั้งเป็นเป้าหมายแรก แล้วมุมานะ พยายามทำให้ได้ ผมทำได้ไม่ถึงปี ก็บรรลุเป้าหมายนี้ คือมีรายได้มากกว่าเงินเดือน ที่ประสบความสำเร็จเร็ว ส่วนหนึ่งเพราะอยู่ในยุคที่เศรษฐกิจเฟื่องฟู ประมาณปี 2529 ช่วงนั้นใครทำธุรกิจอะไรก็ประสบความสำเร็จ ขายอะไรก็ขายได้ เพราะคนมีสตางค์ และเป็นความโชคดี ที่เราได้รับการรับสนับสนุนจาก ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัฒน์ เขียนบทความลง น.ส.พ.มติชน ทำให้เราได้แบรนด์เชลล์ชวนชิม และตอนนั้นเจ้าหน้าที่ของเชลล์ชวนชิม กำลังเปิดร้านขายของในปั๊มน้ำมัน สินค้าที่ได้แบรนด์เชลล์ชวนชิมจึงได้รับการสนับสนุนด้วย ที่ประทับใจมากมีอยู่วันหนึ่ง ไปส่งของให้เขา กลับมาบ้านไม่ถึงชั่วโมง เขาโทรมาว่าให้ไปส่งใหม่ ที่ส่งมาขายหมดแล้ว ชั่วโมงเดียวหมดผมประทับใจมาก ตรงนั้นทำให้เราได้ชื่อเสียง เป็นการก้าวข้ามความเป็นสินค้าท้องถิ่นไปสู่สินค้าระดับประเทศ
.
การตัดสินใจครั้งสำคัญ...
ตอนนั้นต้องตัดสินใจว่า จะเป็นสินค้าท้องถิ่นหรือเป็นสินค้าอินเตอร์ ท้องถิ่นหรืออินเตอร์มันขึ้นอยู่กับการตั้งราคา ราคาของสินค้าท้องถิ่น คือ ถ้าซื้อที่ฉะเชิงเทราจะถูก ซื้อที่อื่นจะแพง ราคาของสินค้าอินเตอร์ คือ ไม่ว่าคุณจะซื้อที่ไหน ราคาเท่ากัน ส่วนวรพรตั้งเป้าหมายจะเติบใหญ่ ขายทั่วประเทศ เราต้องการเป็นสินค้าอินเตอร์ เมื่อตั้งเป้าอย่างนี้ เราก็มีสินค้ากระจายทั่วประเทศ การขายไกลๆ ต้องแบกรับค่าขนส่ง ทำให้เราได้กำไรต่อชิ้นน้อยลง แต่ปริมาณการขายจะมากขึ้น จุดหักเหอีกจุดหนึ่ง คือ ได้ไปเปิดตลาดที่จีน ประเทศนี้ไม่มีมะม่วงดอง แต่ชอบกินของเปรี้ยวๆ เค็มๆ เหมือนบ้านเรา ผมใช้เวลาบุกจีนมากกว่า 10 ปี ไม่ง่ายอย่างที่คิด เสียค่าใช้จ่ายไปมาก เกือบท้อใจ แต่สุดท้ายก็ได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่ากลับมา ปัจจุบันถือว่าเราเข้มแข็งระดับหนึ่งในประเทศจีน แต่อย่างไรก็ตามเรายังต้องเรียนรู้อีกเยอะ
.
ปลูกเพื่อการผลิต เป็นสิ่งที่ไม่คุ้มค่า...
การปลูกมะม่วงหรือสินค้าเกษตรอื่น เพื่อนำมาผลิตเป็นอุตสาหกรรม
เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เพราะเราต้องใช้ต้นทุนที่ถูกที่สุดเพื่อเอาไปแข่งขัน เราต้องเอาผลไม้ที่เหลือกินเหลือใช้ ไม่มีราคาแล้ว เอามาทำ ถ้าเราปลูกเอง แปลว่าเรามีต้นทุนการผลิต ปัจจุบันเราซื้อต่ำกว่าต้นทุนที่มีการผลิต ดังนั้น อย่าปลูกเพื่อนำมาแปรรูป มันไม่คุ้มค่า หน้าที่ของผมเวลานี้คือส่งเสริมให้ชาวสวนได้กำไรเยอะๆ เพราะถ้าไม่มีเขา เราอยู่ไม่ได้ และส่วนที่เหลือในตลาด เช่น ขายไม่ออกเพราะผิวลาย ดกเกินไป ผมเป็นหน่วยสุดท้ายที่รองรับ นี่คือหน้าที่ของโรงงานแปรรูปผลไม้
.สินค้าดี ต้องมีมาตรฐาน...กระแสโลกมีความห่วงใยในเรื่องสุขภาพกันมาก การขายสินค้าในประเทศต่างๆ จะต้องมีมาตรฐานรองรับ เราเองก็ให้ความสนใจในเรื่องนี้ ปัจจุบันนี้เราได้รับมาตรฐาน GMP และ HACCP แล้ว เป็น OTOP แปดริ้วรายแรกที่ได้รับมาตรฐาน HACCP( : Hazard Analysis Critical Control Point เป็นมาตรฐานระบบความปลอดภัยอาหารระดับนานาชาติ)
.
ฝากถึง OTOP คุณต้องตัดสินใจว่าคุณเป็นใคร...
ผู้ที่เป็น OTOP ต้องพิจารณาตัวเองว่า อยากจะยืนอยู่ในตำแหน่งใดในตลาด ไม่ใช่ว่าทุกคนจะต้องทำอย่างวรพร คุณต้องดูศักยภาพของตัวเอง บรรจุภัณฑ์ไม่ได้สะท้อนความสำเร็จ ถ้าทำดีแต่ขายในท้องถิ่นจะทำให้คุณเปลืองต้นทุน แต่ถ้าขายต่างจังหวัดไกลออกไป ต้องพัฒนาบรรจุภัณฑ์และแนวคิดเช่นเรื่องราคาอย่างที่ว่า ถ้าเลือกเป็นสินค้าท้องถิ่น แปลว่าเขาต้องมาที่นี่เท่านั้น ไม่มีที่อื่น ถ้าเป็นสินค้าอินเตอร์ เขาซื้อที่ไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องมาซื้อที่นี่ และซื้อในราคาที่เท่ากัน คุณต้องรู้ว่าคุณจะยืนอยู่ตรงไหน ไม่เช่นนั้นไม่มีทางประสบความสำเร็จ ผมขอฝากไว้ คุณต้องรู้จักตัวเองให้มากที่สุด

สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ
บริษัท ผลไม้แปรรูปวรพร จำกัด
20/5 หมู่ 6 ต.วังเย็น อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา
โทร. 038-813444
หรือ สนง.พัฒนาชุมชนจังหวัดฉะเชิงเทรา
โทร 038-511239...

ผลิตภัณฑ์ “วรพร” มีวางจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อ และห้างสรรพสินค้าชื่อดังทั่วประเทศ เป็นผลิตภัณฑ์ของผู้ประกอบการที่เป็นชาวแปดริ้วแท้ๆ