วันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2558

พรมเช็ดเท้าบ้านห้วยตะปอก กับบทเรียนที่ต้องคิดเอง ทำเอง

วันนี้ เราไปเยี่ยมกลุ่ม OTOP ไกลถึงบ้านห้วยตะปอก หมู่ที่ 9 ตำบลคลองตะเกรา อำเภอท่าตะเกียบ ระยะทางห่างจากศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา ถึงที่ทำการกลุ่มพรมเช็ดเท้า ประมาณ 110 กิโลเมตร ไกลกว่าเดินทางไปกรุงเทพมหานครซะอีก คิดดูว่าเวลาเขาเอาผลิตภัณฑ์พรมเช็ดเท้ามาขายที่ตัวจังหวัดจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเท่าไร ท้ายบทความเราจะคุยกันเรื่องของลิขสิทธิ์สักนิด เป็นอุทาหรณ์สอนใจที่กลุ่มนี้เอามาฝาก เอาล่ะ...เราจะไปคุยกับคุณอัมพร กานต์วิศิษฎ์ ประธานกลุ่มพรมเช็ดเท้าบ้านห้วยตะปอก กันครับ... 

ประวัติความเป็นมา...กลุ่มของเราเป็นกลุ่มของชาวบ้านในหมู่บ้านห้วยตะปอก หมู่ที่ 9 ตำบลคลองตะเกรา อำเภอท่าตะเกียบ จังหวัดฉะเชิงเทรา ตั้งขึ้นมาเมื่อปี พ.ศ.2539 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้แก่สมาชิกและชุมชน มีอาชีพ มีงานทำอย่างต่อเนื่อง สมาชิกเริ่มแรกมีเพียง 18 คน ปัจจุบันมีสมาชิก 29 คน เป็นชาย 5 คน หญิง 24 คน เริ่มแรกนั้นทำพรมเช็ดเท้าด้วยวิธีการทอ จนกระทั่งปี พ.ศ. 2541 เปลี่ยนมาเป็นใช้วิธีการเย็บ เพื่อความแข็งแรง ทนทาน และสร้างจุดเด่นให้กับผลิตภัณฑ์ และออกแบบเป็นลวดลายต่างๆ ที่ไม่เหมือนใคร ปัจจุบันกลุ่มได้จดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชนแล้ว และกำลังมองหาช่องทางตลาดใหม่ๆ เพื่อขยายฐานการผลิตออกไปอีก รวมทั้งตั้งเป็นศูนย์ถ่ายทอดความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการผลิตพรมเช็ดเท้าให้กับสมาชิกในชุมชนและในหมู่บ้านอื่นๆ ที่สนใจ... 

กระบวนการ/ขั้นตอนการผลิต...กลุ่มของเรามีขั้นตอนการผลิต ดังนี้...
1.      ซื้อวัสดุ คือ เศษผ้า ด้ายจากโรงงานในกรุงเทพมหานคร
2.      ซื้อแผ่นยางจากภายในจังหวัดฉะเชิงเทรา และจังหวัดใกล้เคียง
3.      ตัดเศษผ้าให้เป็นรูปสี่เหลี่ยม กว้าง 1 นิ้ว ยาว 2.5 นิ้ว
4.      ตัดแผ่นยางให้เป็นรูปแบบต่างๆ ต้องความต้องการ เช่น รูปสี่เหลี่ยม วงกลม แตงโม รูปการ์ตูน เป็นต้น
5.      นำปากกาเมจิกมาขีดเส้นบนแผ่นยางที่ตัดไว้เป็นแถวๆ ระยะห่าง 1 ซ.ม.
6.      นำเศษผ้าที่ตัดเป็นรูปสี่เหลี่ยมแล้วมาวางบนเส้นที่ขีดไว้แล้วทำการเย็บตามรูปแบบที่ต้องการ… 

จุดเด่นของผลิตภัณฑ์...ผลิตภัณฑ์ของเราใช้วิธีการเย็บ ไม่ใช้การทอเหมือนกลุ่มอื่นๆ ดังนั้น จึงมีจุดเด่นแตกต่างออกไป ดังนี้...
1.      ใช้ได้ทนทาน มีระยะเวลาการใช้งานนานมากกว่า 3 ปี
2.      สีสันสดใส น่าใช้ มีแบบให้เลือกซื้อมากกว่า 30 แบบ
3.      สามารถซักล้าง ทำความสะอาด ด้วยมือหรือเครื่องซักผ้าได้ 

ปริมาณการผลิตและราคา...ผู้ผลิตของเราทั้งหมดเป็นชาวบ้านห้วยตะปอก ร่วมมือร่วมใจกันทำงาน ฝ่ายผลิตก็ผลิตเกือบทุกวัน ฝ่ายขายก็ทำหน้าที่ขายเป็นประจำเช่นกัน...
  •       ปริมาณการผลิต ผลิตได้เดือนละ 6,000 – 10,000 ชิ้น
  •        ราคาจำหน่าย

          - ขายปลีก ชิ้นละ 39 บาท ,79 บาท และ 99 บาท ตามขนาด
          - ขายส่ง ชิ้นละ 20 บาท ,50 บาท และ 60 บาท ตามขนาด
มาตรฐานผลิตภัณฑ์และรางวัลที่ได้รับกลุ่มของเราได้รับการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์และรางวัลต่างๆ ซึ่งเป็นเครื่องมือสร้างความมั่นใจในคุณภาพสินค้า ดังนี้
1.      ได้รับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) จากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม
2.      ได้รับการคัดสรรเป็นผลิตภัณฑ์ OTOP ระดับสามดาว ประเภทของใช้ ของตกแต่ง ของที่ระลึก จากโครงการคัดสรรสุดยอดหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ไทย ปี พ.ศ. 2555 (OTOP Product Champion)
3.      ได้รับรางวัลที่ 3 จากการประกวดวิสาหกิจชุมชนดีเด่น จังหวัดฉะเชิงเทรา ประจำปี 2557 ของคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน จังหวัดฉะเชิงเทรา
4.      ได้รับประกาศเกียรติบัตรด้านภูมิปัญญาท้องถิ่น จากกระทรวงพาณิชย์

สถานที่จำหน่าย...เรามีช่องทางการตลาด ดังนี้
1.      ที่ทำการกลุ่มพรมเช็ดเท้าบ้านห้วยตะปอก เลขที่ 553 หมู่ที่ 9 ตำบลคลองตะเกรา อำเภอท่าตะเกียบ จังหวัดฉะเชิงเทรา 24160 เปิดจำหน่ายเป็นประจำทุกวัน ทั้งขายปลีกและขายส่ง
2.      สถานที่จัดงานโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ของอำเภอและจังหวัด รวมทั้งงาน OTOP ที่ศูนย์แสดงสินค้าอิมแพ็ค เมืองทองธานี เปิดจำหน่ายตามโอกาสที่มีการจัดงาน
3.      วัดสมานรัตนาราม เปิดจำหน่ายทุกวัน ไม่เว้นวันหยุด
4.      ห้างสรรพสินค้าเทสโก้ โลตัส สาขาพนมสารคาม เดือนละ 3,000 ชิ้น เปิดจำหน่ายทุกวัน
บทเรียนเรื่องลิขสิทธิ์...บทเรียนที่น่าจะเป็นอุทาหรณ์ให้กับกลุ่มอื่นๆ จากประสบการณ์ของกลุ่มพรมเช็ดเท้า คือ เรื่องของลิขสิทธิ์ ทางกลุ่มเคยผลิตสินค้าที่เป็นลายการ์ตูนดังๆ เช่น โดเรมอน ปลานีโม กบเคโระ โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ว่านั่นคือการละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น กลุ่มจึงถูกดำเนินการและถูกปรับค่าเสียหายจากเจ้าของลิขสิทธิ์ เรื่องนี้จึงเป็นบทเรียนให้กลุ่มได้ดำเนินการออกแบบผลิตภัณฑ์ด้วยความระมัดระวังในเวลาต่อมา โดยกลุ่มจะออกแบบผลิตภัณฑ์เองทั้งหมด ซึ่งมีคุณชลทรัพย์ กานต์วิศิษฎ์ (ลูกชายของคุณอัมพร) เป็นผู้รับผิดชอบ ก็ขออนุญาตบอกเตือนไปยังกลุ่มอื่นๆ ด้วยความหวังดีว่า อย่าไปละเมิดลิขสิทธิ์ของคนอื่นเขาเด็ดขาด ควรคิดออกแบบเองจะดีที่สุด...

สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ...
กลุ่มผู้ผลิต : กลุ่มพรมเช็ดเท้าบ้านห้วยตะปอก
สถานที่ผลิต : เลขที่ 553 หมู่ที่ 9 ตำบลคลองตะเกรา อำเภอท่าตะเกียบ จังหวัดฉะเชิงเทรา 24160
โทร : 089-0717891 และ 093-5815091
ประธานกลุ่ม : คุณอัมพร  กานต์วิศิษฎ์

หรือติดต่อที่สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดฉะเชิงเทรา โทร 038-511239 ยินดีรับใช้ครับ...

วันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2558

เอก&ออย เบเกอรี่ ดาวรุ่ง OTOP แปดริ้ว

เขียนถึง OTOP ที่เด่นดังมามากแล้ว วันนี้ มาติดตามดูดาวรุ่ง OTOP แปดริ้วกันหน่อยนะครับ เป็นผู้ประกอบการทำเบเกอรี่ในอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา เพิ่งเข้าสู่วงการ OTOP ประมาณ 4 - 5 ปีนี้เอง แล้วก็มีท่าทีว่าจะไปได้ไกล เพราะมีความตั้งใจที่จะเป็นผู้ประกอบการธุรกิจที่ดีให้ได้ ฟังคุณรวิพร หอยสังข์ หรือคุณออย เจ้าของกิจการเอก&ออย เบเกอรี่ เล่าให้ฟังนะครับ...
ตั้งใจทำอย่างหนึ่ง กลับได้อีกอย่างหนึ่ง...เริ่มแรกปี 2549 คุณเอกวิทย์ ชุ่มชื่น (สามี) และดิฉันทำงานประจำ แต่คุณเอกวิทย์อยากเรียนเพิ่มเติมด้านซ่อมโทรศัพท์และคิดจะเปิดร้านขายโทรศัพท์จึงได้ไปสมัครเรียนที่โรงเรียนสารพัดช่างฉะเชิงเทรา ช่วงที่ดิฉันรอเขาอยู่ ได้ไปดูอาจารย์สอนทำขนม ซึ่งดิฉันมีความชอบเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และได้สมัครเรียนทำขนมเบเกอรี่ ส่วนคุณเอกวิทย์นั้นรออาจารย์มา 3 วัน ก็ไม่มีการเปิดสอนเพราะมีผู้สมัครไม่ครบตามจำนวน อาจารย์ที่สอนทำเบเกอรี่ เลยชวนมาเรียนด้วยกันพร้อมกับดิฉัน จากนั้นมาประมาณหนึ่งสัปดาห์ ก็ได้ลงทุนซื้อเครื่องตี เตาอบ และอุปกรณ์ต่างๆ มาเพื่อทำขนม...
ครั้งแรกคิดทำแค่ทาน... ไม่ได้คิดถึงเรื่องขาย แต่พอทำและรู้สึกว่าอร่อยก็เลยทำแจกญาติพี่น้อง และกระแสตอบรับดี ก็เลยทำออกมาขายที่ทำงานและตลาดนัด ขายดีและมีลูกค้าสั่งเพิ่มในปริมาณที่มากขึ้น  แล้วก็เริ่มมองหาตลาดเพิ่ม มาลงตัวที่ตลาดโบราณนครเนื่องเขต และเปิดเป็นร้านเบเกอรี่เจ้าแรกของตลาด
สาลี่ทิพย์ไม่ใช่ขนมไข่...ย้อนไปในสมัยรัชกาลที่ 5  ได้มีการนำขนมอบ เข้ามาในกรุงสยาม หรือเรียกอีกอย่างว่า ขนมฝรั่ง หรือขนมกุฏีจีน” ซึ่งมีลักษณะกรอบนอกนุ่มใน เวลาทานจะรู้สึกว่ากรอบนอก นุ่มลิ่น ไม่ฝืดคอเหมือนขนมไข่ทั่วไป ที่กินแล้วรู้สึกติดคอ กระหายน้ำขึ้นมา แต่ลักษณะของขนมสาลี่ทิพย์นั้น คนไทยได้นำมาปรับปรุง โดยการใส่เนื้อมะพร้าวขูดลงไปในเนื้อของขนม เพื่อเพิ่มความหอมมันของเนื้อมะพร้าว ซึ่งส่วนใหญ่คนไทยจะนิยมนำมะพร้าวมาใช้ในการประกอบอาหารหวานคาว เพราะเป็นผลไม้ที่อยู่คู่กับคนไทยมาช้านานตั้งแต่สมัยโบราณ และได้ตั้งชื่อขนมชนิดใหม่ว่าขนมสาลี่ทิพย์”
ผสมดอกอัญชัน ดีและแตกต่าง...ต่อมาทางร้าน ได้มีการคิดค้นและนำมาปรับปรุงต่อยอดของผลิตภัณฑ์ โดยได้นำ ดอกอัญชันพืชสมุนไพรที่มี สรรพคุณ คือ มีเบต้าแคโรทีนสูง เป็นตัวแอนติออกซิแดนท์ ช่วยต่อต้านสารก่อมะเร็ง  สารแอนโธไซยานินที่มีอยู่มากในดอกอัญชัน มีประโยชน์มากมายต่อสุขภาพ เช่น ช่วยเพิ่มความสามารถในการมองเห็น เนื่องจากสารตัวนี้จะไปเพิ่มการไหลเวียนในหลอดเลือดเล็กๆ เช่น หลอดเลือดส่วนปลาย ทำให้กลไกที่ทำงานเกี่ยวกับการมองเห็นแข็งแรงขึ้น เพราะมีเลือดไหลเวียนมาเลี้ยงมากขึ้น ในขณะนี้ก็มีการศึกษาวิจัยทางคลินิก เกี่ยวกับความสามารถของสารแอนโธไซยานิน ในการเพิ่มประสิทธิภาพของตา เช่น ตาเสื่อมจากโรคเบาหวาน โรคต้อหิน โรคต้อกระจก  เป็นต้น และสารแอนโธไซยานินที่ว่านี้ ก็ยังมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระจากธรรมชาติอีกด้วย นอกจากนั้น ในตำรายาไทยยังได้กล่าวถึง สรรพคุณของอัญชันไว้ว่า รากใช้เป็นยาขับปัสสาวะ เป็นยาระบาย ช่วยบำรุงสายตา แก้ตาอักเสบ ตาฟาง ตาแฉะ นอกจากนี้ ยังมีการนำรากอัญชันมาถูฟันแก้ปวดฟัน ทำให้ฟันคงทนแข็งแรงได้ด้วย เรียกได้ว่าเป็นดอกไม้ไทยๆ อีกชนิดหนึ่งที่มีคุณค่าไม่น้อยเลยทีเดียว เวลานำมาทำขนมจะทำให้มีกลิ่นหอมและหวานมันจากเนื้อมะพร้าวและดอกอัญชัน ทางร้านได้ตั้งชื่อขนมใหม่ว่า “สาลี่ทิพย์ดอกอัญชันกรอบ” โดยยังมีหน้ากรอบนอก นิ่มในดั้งเดิมด้วย...
กรอบนอกนุ่มใน อร่อยได้มาตรฐาน... ลักษณะที่โดดเด่นของขนมสาลี่ทิพย์ คือ เนื้อขนมจะกรอบนอกนุ่มข้างใน เวลาทานจะนุ่มลิ้น ไม่ฝืดคอ เพราะเนื้อขนมจะมีเนื้อมะพร้าวผสมดอกอัญชัน อยู่ข้างในเวลาทานจะทำให้รู้สึกว่ามีความหอมและมันของเนื้อมะพร้าวและดอกอัญชัน ที่สำคัญดิฉันจะเลือกมะพร้าวจากสวนในพื้นที่เท่านั้น ส่วนดอกอัญชันทางร้านนั้นปลูกเองเพราะมั่นใจว่าไม่มีสารยาฆ่าแมลง เคล็ดลับความอร่อยของเรา อยู่ที่การยีมะพร้าวแบบโบราณ (ความลับเฉพาะทางร้าน) เพื่อให้เนื้อขนมมีความนิ่มและหอมหวานไม่กระด้าง สำหรับมาตรฐานผลิตภัณฑ์นั้น ทางร้านได้เครื่องหมาย มผช. (มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน) จากกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นเครื่องรับรองมาตรฐาน และได้รับประกาศเป็น OTOP ระดับ 4 ดาว ในปี 2555 จากกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ทางร้านจึงมีความมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์นี้อร่อยแล้วก็ได้มาตรฐานด้วย
หนึ่งในใจของผู้บริโภค คือ ความฝันของเรา... เราต้องการเป็นผู้นำที่ผลิตและจำหน่าย ขนมสาลี่ทิพย์ดอกอัญชันกรอบ” ที่เป็นเจ้าแรกในจังหวัดฉะเชิงเทรา และเป็นที่ยอมรับของลูกค้า โดยเราจะเน้นคุณภาพมาตรฐาน รสชาติที่อร่อย เนื้อหอม กรอบนอกนุ่มในคงเดิม ทำให้เวลาที่ลูกค้าอยากทานจะนึกถึงแบรนด์ เอก & ออย เบเกอรี่”...  เราต้องการเข้าถึงลูกค้าทุกกลุ่มเป้าหมายทั้งระดับบน กลาง และล่าง สิ่งที่เราต้องทำเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย คือ...
1.       คัดสรรวัตถุดิบที่มีคุณภาพในการผลิตสินค้า
2.       เน้นความสะอาด ปลอดภัย ต่อผู้บริโภค
3.       สร้างความน่าเชื่อถือให้แก่ลูกค้า
4.       ผลิตสินค้าที่ได้มาตรฐานอย่างต่อเนื่อง
5.       ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่หลากหลายรสชาติ
6.       ราคาไม่แพง
ช่องทางการจำหน่าย... ขณะนี้เปิดหน้าร้าน 2 แห่ง อยู่ที่ตลาดโบราณนครเนื่องเขต และตลาดปองพล อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา นอกนั้นก็จะมีออกบูธตามกลุ่มโรงงานนิคมอุตสาหกกรม บูธร่วมกับหน่วยงานราชการ / หน่วยงานเอกชน และฝากขายกับโรงเรียน พนักงานบริษัท ร้านกาแฟสด และเครือข่าย OTOP แปดริ้ว สินค้าของเราไม่ได้ขายเฉพาะขนมสาลี่ทิพย์นะคะ เรามีขนมเบเกอรี่อย่างอื่นด้วย เช่น ขนมปังปอนด์ ขนมปังกรอบ และมีวุ้นมะพร้าวอ่อนด้วย ทั้งนี้ เพื่อให้สินค้าดูหลากหลายน่าสนใจขึ้นค่ะ...
ถ่ายภาพกับนายเริงศักดิ์ มหาวินิจฉัยมนตรี อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา
สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ...
กลุ่มผู้ผลิต : ร้านเอก & ออย เบเกอรี่
สถานที่ผลิต : เลขที่ 63 หมู่ 10 ตำบลคลองนครเนื่องเขต อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา 24000
โทร : 081-1528866 ,089-5409412
ประธานกลุ่ม : คุณรวิพร  หอยสังข์
หรือติดต่อที่สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดฉะเชิงเทรา โทร 038-511239 ยินดีรับใช้ครับ...

วันศุกร์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2558

หมี่กรอบ “คุณย่าพูล” อร่อย 5 ดาว

ยอดขายดีมากนะครับ สำหรับหมี่กรอบตรา “คุณย่าพูล” ...ในระยะ 4 – 5 ปีมานี้ ต้องบอกว่ายอดขายสูงขึ้นต่อเนื่องทุกปี สวนทางอย่างผิดหูผิดตากับกระแสเศรษฐกิจที่กำลังซบเซาลง ผมคิดว่ามาจากปัจจัยหลายอย่างผสมผสานกัน หนึ่งคือผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นและมีคุณภาพดี ได้มาตรฐาน ถูกใจตลาด สองคือการประชาสัมพันธ์แบบบอกต่อ ปากต่อปาก เป็นการประชาสัมพันธ์ที่ใช้ทุนน้อยแต่ได้ผลมาก และสามคือความเป็นมืออาชีพของผู้ประกอบการที่เอาจริงเอาจัง ต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ...เอาล่ะ วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับผลิตภัณฑ์หมี่กรอบตรา “คุณย่าพูล” กัน โดยจะคุยกับคุณบุญมี ศรีสุข ที่ปรึกษาวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรปากน้ำโจ้โล้ เจ้าของผลิตภัณฑ์หมี่กรอบตรา “คุณย่าพูล” ครับ...
วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรปากน้ำโจ้โล้ เป็นกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร จัดตั้งขึ้นโดยสำนักงานเกษตรอำเภอบางคล้า เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2545 สมาชิก จำนวน 15 คน เลขทะเบียนวิสาหกิจชุมชน 3-24-02-09/1-0002 มีกรรมการบริหารกลุ่ม จำนวน 8 คน ประกอบด้วย ประธาน (ปัจจุบัน คือ คุณทองพูล ศรีวรานันท์) รองประธาน ฝ่ายบัญชีและการเงิน ฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายการตลาด ฝ่ายคลังสินค้า ฝ่ายผลิต และเลขานุการ สมาชิกกลุ่ม จำนวน 7 คน เป็นแรงงานแม่บ้านในท้องถิ่นทั้งหมด ช่วงที่มีการสั่งซื้อมากๆ จะเพิ่มแรงงานจากเยาวชนและนักเรียนในหมู่บ้าน สถานที่ตั้งอยู่เลขที่ 39/4 หมู่ 1 ต.ปากน้ำ  อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา
การบริหารจัดการกลุ่ม... กลุ่มของเราจะดำเนินการตามแนวทางที่ทางราชการส่งเสริมและสนับสนุนโดย

  1. มีการจัดทำระเบียบข้อบังคับ
  2. จัดให้มีการประชุมกลุ่มทุก 3 เดือน เพื่อพัฒนาปรับปรุงการทำงาน
  3. มีการจัดทำแผนการตลาด แผนการผลิต แผนการเงิน
  4. มีการจัดทำงบการเงินและงบดุล โดยได้รับความรู้จาก สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ฉะเชิงเทรา
  5. ทุนที่ใช้เป็นการระดมทุนจากสมาชิก และเงินสนับสนุนจากเทศบาลตำบลปากน้ำ อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา
  6. มีการจัดสวัสดิการให้แก่สมาชิกกลุ่ม และปันผลสิ้นปี
  7. มีการช่วยเหลือสังคมและชุมชน เช่น น้ำท่วม ไฟไหม้ เป็นต้น
เรื่องราวของผลิตภัณฑ์... ตั้งแต่จัดตั้งกลุ่มมามีการผลิตสินค้าหลากหลายชนิดโดยใช้วัตถุดิบของท้องถิ่น เช่น มะขามแก้ว มะม่วงกวน แต่มีปัญหาเรื่องวัตถุดิบไม่มีตลอดทั้งปี กลุ่มจึงมีการจัดประชุมระดมความคิดว่าจะผลิตสินค้าอะไรที่สามารถตอบสนองออเดอร์ได้ตลอดทั้งปี  จึงสรุปความคิดเห็นว่าควรผลิตหมี่กรอบซึ่งเป็นอาหารไทย ภูมิปัญญาไทย ที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน ใช้รับประทานเป็นอาหารว่างหรือเป็นกับข้าวก็ได้ ประกอบกับที่ตำบลปากน้ำ อำเภอบางคล้า เป็นแหล่งของการผลิตน้ำตาลโตนดจากต้นตาล คุณภาพดี มีกลิ่นหอม รสหวานเป็นพิเศษ ทางกลุ่มจึงได้นำน้ำตาลปี๊บจากต้นตาลโตนดที่ผลิตในชุมชน ใหม่สดทุกวัน มาเป็นส่วนผสมของหมี่กรอบสูตรต่างๆ คลุกเคล้าให้เข้ากันกับน้ำซอสที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ จึงได้หมี่กรอบสูตรต่าง ๆ ที่อร่อยลงตัว มีเอกลักษณ์ของความเป็นอาหารไทยโบราณ และยังเป็นการส่งเสริมการใช้วัตถุดิบภายในชุมชนอีกด้วย
ย่าพูลตัวจริง
ที่มาของตรา “คุณย่าพูล”... หลังจากได้รับการฝึกอบรม เรียนรู้เรื่องการสร้างแบรนด์ จากหน่วยงานราชการและสถาบันการศึกษาต่างๆ แล้ว กลุ่มได้ปรึกษากันที่จะสร้างแบรนด์ที่เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์หมี่กรอบขึ้นมา โดยพิจารณาว่า ผลิตภัณฑ์นี้เป็นอาหารไทยโบราณ ดังนั้น หากจะสร้างแบรนด์ให้ลูกค้าศรัทธาก็ควรจะเป็นชื่อของผู้สูงอายุหรือคนแก่ที่เป็นเจ้าของสูตรอาหารนี้ จึงได้สร้างแบรนด์ตรา “คุณย่าพูล” ขึ้นมา คุณย่าพูลมีตัวตนจริงๆ ก็คือ คุณทองพูล ศรีวรานันท์ ประธานกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรปากน้ำโจ้โล้ นั่นเอง ปัจจุบันแบรนด์นี้เป็นที่ยอมรับและศรัทธาของกลุ่มลูกค้าจำนวนมาก...
สินค้าที่ผลิตและกลุ่มเป้าหมาย หมี่กรอบเป็นอาหารพื้นบ้านแต่โบราณ ทำรับประทานในละแวกบ้านใกล้เรือนเคียง เก็บรักษาไม่ได้นาน ทำแล้วก็ต้องรับประทานให้หมด กลุ่มจึงได้นำภูมิปัญญาของบรรพบุรุษมาดัดแปลงเป็นการค้าสร้างรายได้ ผ่านขั้นตอนการผลิตที่สะอาด ถูกหลักอนามัย ได้รับการรับรองมาตรฐานจาก อย. ผ่านการคัดสรรเป็น OTOP ระดับ 5 ดาว (ปี 2555) โดยนำมาบรรจุกล่องที่ทันสมัย ผนวกกับฟิล์มหดป้องกันสิ่งเจือปน ทำให้หมี่กรอบทั้ง 2 สูตร คือ สูตรโบราณ (ดั่งเดิม) และสูตรสมุนไพร คงรสชาติกรอบอร่อยเหมือนเดิม มีอายุการเก็บรักษาไว้ยาวนานขึ้น สามารถส่งไปขายตามร้านค้า ร้านของฝาก ให้แก่นักท่องเที่ยว ผู้สูงอายุ ผู้บริโภคภายในจังหวัดฉะเชิงเทรา และจังหวัดใกล้เคียง รวมทั้งห้างสรรพสินค้าชั้นนำของประเทศได้...
การเพิ่มกลุ่มเป้าหมายใหม่... ทางกลุ่มได้รับความรู้จากการฝึกอบรมกับหน่วยงานต่างๆ จึงคิดที่จะพัฒนา ปรับปรุงรสชาติของหมี่กรอบที่เดิมมีแต่สูตรโบราณ และสูตรสมุนไพรเท่านั้น โดยคิดค้น เพิ่มสูตรหมี่กรอบให้หลากหลาย เพิ่มมูลค่าทางอาหารให้มากขึ้น เช่น สูตรธัญพืช เพื่อคนที่รักสุขภาพ สูตรต้มยำกุ้ง เพื่อผู้ที่ชอบรสชาติที่แปลกใหม่ สูตรมันกุ้งที่กลมกล่อมชอบรับประทาน ซึ่งเป็นตัวเลือกสำหรับลูกค้าเป้าหมายใหม่ ได้ทดลองสูตรใหม่ๆ ไม่เบื่อและจำเจ จะทำให้ลูกค้าอยู่กับสินค้าของเราได้นานขึ้น และเพิ่มกลุ่มลูกค้าจากผู้สูงอายุมาเป็นกลุ่มวัยรุ่น และคนสมัยใหม่มากขึ้น
แนวคิดของผลิตภัณฑ์ใหม่... การนำอัตลักษณ์ ภูมิปัญญาแต่ดั้งเดิมมาผสมผสานการทำธุรกิจสมัยใหม่ ปรับให้เข้าสู่ชีวิตไลฟ์สไตล์ในปัจจุบัน ให้ผลิตภัณฑ์หมี่กรอบที่มีรสชาติกรอบอร่อยอยู่แล้ว แต่ก้าวต่อไปเพื่อความทันสมัยมากขึ้น กลุ่มได้มีแนวคิดที่จะผลิตหมี่กรอบให้มีลักษณะเป็นก้อนพอดีคำ เพื่อความสะดวกในการรับประทาน พกพาไปได้ทุกที่ หิวเมื่อไรก็เปิดกล่องรับประทานได้เลย และยังใช้บรรจุภัณฑ์ที่สวยงามสะอาดไม่ปนเปื้อน อายุสินค้าเก็บได้นาน 1 เดือน ทางกลุ่มเชื่อว่าจะเป็นที่นิยมในกลุ่มวัยรุ่น กลุ่มวัยทำงานที่ต้องการความสะดวกสบายอย่างแน่นอน และยังคงรักษากลุ่มลูกค้าเดิมได้ด้วย...
การตลาดและแหล่งจำหน่าย... ปัจจุบันหมี่กรอบตรา “คุณย่าพูล” มีผลิตภัณฑ์ให้เลือกซื้อหาตามความชอบ จำนวน 5 สูตร ได้แก่ สูตรโบราณ (ดั้งเดิม) สูตรสมุนไพร สูตรธัญพืช สูตรต้มยำกุ้ง และสูตรมันกุ้ง ผลิตภัณฑ์น้ำหนักสุทธิ 110 กรัม ราคากล่องละ 35 บาท โดยจำหน่ายอยู่ที่วัดสมานรัตนารามทุกวัน... ตลาดน้ำบางคล้าทุกวันเสาร์ อาทิตย์... ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ เช่น ห้างเดอะ มอลล์ ห้างสยามพารากอน ห้างแม็กแวลู  ปั้มน้ำมัน ปตท. ร้านจิ๊ฟฟี่ ร้านขายของฝากหลายแห่งในจังหวัดฉะเชิงเทราและจังหวัดใกล้เคียง รวมทั้งจำหน่ายทางระบบขนส่งพัสดุไปรษณีย์อีกหลายจังหวัด ในการทำการตลาดเพื่อเพิ่มยอดขาย กลุ่มจะใช้กลยุทธ์ปรุงสดให้ลูกค้าชม โดยเฉพาะที่ตลาดน้ำบางคล้า จะมีการปรุงสดทุกวันที่เปิดจำหน่าย เป็นการเพิ่มยอดขายที่ได้ผลดีมาก...

สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม... ติดต่อที่ คุณบุญมี ศรีสุข ที่ปรึกษาวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรปากน้ำโจ้โล้ เลขที่ 39/4 หมู่ 1 ต.ปากน้ำ  อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา โทร.038-133174  สายด่วน 24 ชม. โทร 081-9288216 หรือติดต่อที่สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดฉะเชิงเทรา โทร 038-511239 ยินดีรับใช้ครับ...

ขอบคุณนิตยสาร "ที่นี่แปดริ้ว"

วันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

พระปรางค์วัดสะแกงาม

พระปรางค์วัดสะแกงาม ตั้งอยู่ บ้านสะแกงาม ในวัดสะแกงาม หมู่ที่ ๘ ตำบลดงน้อย อำเภอราชสาส์น จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นโบราณสถานที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน สร้างเมื่อพุทธศักราช ๒๔๓๗ ฐานกว้าง ๑๑ ศอก สูง ๑๕ วา นายเก๊า นางเฮียะ สามีภรรยาสกุลสมบูรณ์ทรัพย์ คหบดีชาวบางขาม สร้างเพื่ออุทิศส่วนกุศลและบรรจุอัฐิบุตรีที่เสียชีวิต 

ถ้ำนางสิบสอง

ถ้ำนางสิบสอง ตั้งอยู่ติดวัดหินดาษ บ้านหินดาษหมู่ที่ ๑๔ ตำบลดงน้อย อำเภอราชสาส์น จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นโบราณสถานที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน ถ้ำนางสิบสองเป็นเรื่องเล่าในนิทานพื้นบ้านเรื่องพระรถเมรี ที่นางยักษ์สนธมารนำนางทั้งสิบสองมาขังไว้ ชาวดงน้อยเล่าว่า เมื่อก่อนปากถ้ำนี้กว้างกว่าที่เราเห็น สามารถเดินจากโพรงถ้ำนี้ไปทะลุที่ลานชนไก่พระรถได้ 

วันอังคารที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2558

แปดริ้วเปิดช่องทางรวย...รับลงทะเบียน OTOP…ตั้งแต่บัดนี้

ข่าวดีสำหรับชาวแปดริ้ว... ขณะนี้กรมการพัฒนาชุมชนได้เปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจอยากจะเป็นผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ได้ลงทะเบียนแล้ว นับว่าเป็นโอกาสอันดี สำหรับกลุ่มอาชีพ วิสาหกิจชุมชน ผู้ประกอบการรายเดียว และธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมทั้งหลาย ที่จะได้รับการสนับสนุนจากทางราชการ ให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมืออาชีพ แต่ก่อนที่จะพูดถึงเงื่อนไข หลักเกณฑ์ต่างๆ เกี่ยวกับการลงทะเบียน ผมขอพาท่านย้อนกลับไปทบทวนเรื่องแนวคิดและหลักการของ OTOP สักนิด เพื่อฟื้นฟูความรู้ความเข้าใจในเรื่อง OTOP ให้เข้าใจตรงกันเสียก่อน...
แนวคิดเรื่อง หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์หรือ One Tambon One Product (OTOP) เป็นแนวคิดที่เน้นกระบวนการสร้างรายได้จากผลิตภัณฑ์ในแต่ละหมู่บ้าน/ชุมชนหรือตำบล เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมให้แต่ละชุมชนได้นำทรัพยากรภูมิปัญญาในท้องถิ่นมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพ มีจุดเด่นและมีมูลค่าเพิ่มเป็นที่ต้องการของตลาด สอดคล้องกับวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของท้องถิ่น โดยยึดหลักการพึ่งตนเองของชุมชน และรัฐพร้อมที่จะช่วยเหลือในด้านความรู้สมัยใหม่และการบริหารจัดการ เชื่อมโยงสินค้าชุมชนสู่ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ
หนึ่งท้องถิ่น มีผลิตภัณฑ์อย่างน้อยหนึ่งอย่าง... นอกจากนี้ยังเป็นแนวคิดที่ต้องการให้แต่ละท้องถิ่นมีผลิตภัณฑ์หลักอย่างน้อย 1 ประเภท ที่ใช้วัตถุดิบทรัพยากรของท้องถิ่น ลดปัญหาการอพยพ ย้ายถิ่นไปสู่เมืองใหญ่ เป็นการสร้างเศรษฐกิจชุมชนที่สอดคล้องกับการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และเป็นเครื่องมือกระตุ้นให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ของชุมชน ส่งเสริมกระบวนการพัฒนาท้องถิ่น สร้างชุมชนที่เข้มแข็งพึ่งตนเองได้ การดำเนินการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องนั้นเป็นกลยุทธ์การพัฒนาที่ต้อง อาศัยหมู่บ้านเป็นหน่วยการพัฒนาเบื้องต้น
ผลิตภัณฑ์ไม่ได้หมายถึงตัวสินค้าอย่างเดียว... แต่เป็นกระบวนการทางความคิดรวมถึงการบริการดูแลอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การรักษาภูมิปัญญาไทย การท่องเที่ยว ศิลปวัฒนธรรมประเพณี การต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่น การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพที่มีเอกลักษณ์ มีจุดเด่น จุดขาย ที่รู้จักกันแพร่หลายทั้งในและต่างประเทศ
หลักการพื้นฐานของ OTOP... การดำเนินงาน OTOP มีหลักการพื้นฐานในการดำเนินงาน ดังนี้
1. ภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่สากล (Local yet Global) ผลิตสินค้าและบริการที่ใช้ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่นให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล
2. พึ่งตนเองและคิดอย่างสร้างสรรค์ (Self - Reliance – Creativity) สร้างกิจกรรมที่อาศัยศักยภาพของท้องถิ่น คิดค้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ได้สิ่งที่ดีที่สุด เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของชุมชนไม่ซ้ำแบบกันและเป็นที่ยอมรับทั่วไป
3. การสร้างทรัพยากรมนุษย์ (Human Resource Development) สร้างบุคลากรที่มีความคิดกว้างไกลมีความรู้ ทักษะ ความสามารถในการผลิตและบริการมีจิตวิญญาณแห่งการสร้างสรรค์
ไม่ได้เน้นการให้เงินสนับสนุนแก่ท้องถิ่น... หลักการดังกล่าว ไม่เน้นการให้เงินสนับสนุนท้องถิ่น เพราะอาจไปทำลายความสามารถในการพึ่งตนเองของชุมชน รัฐบาลเพียงให้การสนับสนุนด้านความรู้ เทคโนโลยีที่จะพัฒนาคุณภาพมาตรฐานผลิตภัณฑ์ ตลอดจนด้านการประชาสัมพันธ์ และช่องทางการจำหน่ายสินค้าสู่ตลาดต่างๆ เพื่อไปสู่เป้าหมายหลัก 3 ประการคือ
1. มาตรฐานผลิตภัณฑ์คุณภาพระดับสากล
2. มีเอกลักษณ์เป็นที่ลือชื่อเพียงหนึ่งเดียว
3. พัฒนาทรัพยากรมนุษย์และการปรับปรุงเทคโนโลยี
กิจกรรมหลักที่สำคัญของ OTOP... ในการดำเนินการ OTOP มีกิจกรรมหลักที่สำคัญ ดังนี้
1. ขยายสินค้าท้องถิ่นไปยังตลาด โดยเป็นผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น เพื่อเป็นการอนุรักษ์ มีจุดเด่นเป็นเอกลักษณ์ รวมทั้งการพัฒนาคุณภาพเพื่อขยายออกสู่ตลาดทุกระดับ
2. ผลิตและคิดค้นขึ้นเองโดยคนในชุมชน หน่วยงานภาครัฐและเอกชนเป็นผู้ให้การสนับสนุน ในด้านความรู้ เทคโนโลยี เครื่องมืออุปกรณ์ที่จำเป็นและการวิจัยที่ครบวงจร
3. สร้างบุคลากรที่มีคุณภาพของท้องถิ่น มีความรู้ความสามารถความคิดกว้างไกล มีการบริหารจัดการที่ดี มุ่งเน้นการผลิตและบริการโดยคำนึกถึงผู้บริโภคเป็นหลัก
ทำไมจึงต้องมีการลงทะเบียน OTOP... กลับมาพูดถึงเรื่องการลงทะเบียนเป็นผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP กันต่อนะครับ... การดำเนินงานโครงการ OTOP จำเป็นต้องมีข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน แต่เนื่องจากผู้ผลิต ผู้ประกอบการที่ผลิตสินค้า OTOP มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นทุกปี อีกทั้งผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP รายเดิม ได้มีการเปลี่ยนแปลงการดำเนินงานใหม่ ทางราชการจึงมีความจำเป็นต้องมีการสำรวจข้อมูลการลงทะเบียนผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP เพื่อจัดทำฐานข้อมูลใหม่ ให้สามารถสนับสนุนด้านวิชาการและการพัฒนาขีดความสามารถในการดำเนินงานหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ เช่น การคัดสรรสุดยอดหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ไทย การจัดแสดงและจำหน่ายสินค้า OTOP การเพิ่มประสิทธิภาพกลุ่มอาชีพ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ...
ผู้ผลิต ผู้ประกอบการที่จะลงทะเบียนได้ ต้องมีคุณสมบัติอย่างไร...
1. ต้องเป็นผู้ผลิต ผู้ประกอบการ ที่ทำการผลิตสินค้า OTOP อยู่ในพื้นที่อำเภอที่ขอลงทะเบียน มีรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง ดังนี้ เป็นกลุ่ม หรือเป็นเจ้าของรายเดียว หรือเป็นวิสาหกิจขนาดกลาง/ขนาดย่อม
2. ต้องมีความเชื่อมโยงกับชุมชน ข้อใดข้อหนึ่ง ดังนี้ ชุมชนมีส่วนร่วมในการผลิต ชุมชนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ หรือชุมชนได้รับประโยชน์
3. สถานที่ผลิตต้องตั้งอยู่ภายในอำเภอที่ขอลงทะเบียน
4. ผู้ผลิต ผู้ประกอบการและสมาชิกกลุ่ม ต้องมีสัญชาติไทย
5. กรณีส่งตัวแทนมาแจ้งการลงทะเบียนจะต้องเป็นได้รับมอบอำนาจ

ผลิตภัณฑ์ที่สามารถลงทะเบียนได้... ต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่แสดงถึงภูมิปัญญาไทยและมีลักษณะ ดังนี้
1. วัตถุดิบที่นำมาผลิต ต้องไม่ผิดกฎหมาย
2. ไม่เป็นสินค้าที่เลียนแบบ ดัดแปลง นำเข้า หรือละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา
3. ไม่เป็นสินค้าที่ก่ออันตรายอย่างร้ายแรงต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อม
4. กรณีเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีกฎหมายบังคับ ต้องได้รับอนุญาตให้ผลิต
วันที่รับลงทะเบียน... ทุกครั้งที่ผ่านมา กรมการพัฒนาชุมชนจะให้เวลาในการลงทะเบียนเพียงครั้งเดียวในช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น แต่ปีนี้เปิดโอกาสให้ลงทะเบียนได้ถึง 4 ช่วงระยะเวลา ได้แก่ 
ไตรมาสที่ 1 ระหว่างวันที่ 17 พฤศจิกายน - 7 ธันวาคม 2557,
ไตรมาสที่ 2 ระหว่างวันที่ 1 มกราคม 20 มีนาคม 2558,
ไตรมาสที่ 3 ระหว่างวันที่ 1 เมษายน - 20 มิถุนายน 2558 ,และ
ไตรมาสที่ 4 ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม
8 สิงหาคม 2558
แต่ทางจังหวัดฉะเชิงเทราของเรา เน้นเชิญชวนตั้งแต่ไตรมาสแรกครับ...


สำหรับวิธีการและขั้นตอนการลงทะเบียน... รวมทั้งเอกสารหลักฐานต่างๆ นั้น ขอให้ติดต่อสอบถามจากเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนอำเภอที่ขอลงทะเบียน หรือติดต่อที่สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดฉะเชิงเทราก็ได้ หมายเลขโทรศัพท์ 038-511239 ยินดีรับใช้ครับ...

วันพฤหัสบดีที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2557

กล้วยแผ่นอบ : ผลิตภัณฑ์เด่นจากอำเภอราชสาส์น

อำเภอราชสาส์น... เป็นอำเภอเล็กๆ ในจังหวัดฉะเชิงเทรา บรรยากาศเงียบสงบ ประชากรเพียงหนึ่งหมื่นกว่าคน แต่มีผลิตภัณฑ์ OTOP ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักหลายผลิตภัณฑ์ เช่น ข้าวหอมมะลิ 105 มะม่วง แคนตาลูป และกล้วยแผ่นอบ เป็นต้น สำหรับวันนี้ คอลัมน์ OTOP แปดริ้ว ขอนำเสนอเรื่องราวของกล้วยแผ่นอบ จากกลุ่มสตรีแปรรูปอาหารจากกล้วย โดยคุณจินตนา ตันเจริญ ประธานกลุ่ม จะเล่าเรื่องให้เราฟัง ดังนี้ครับ...
เริ่มนับหนึ่ง กลุ่มสตรีแปรรูปอาหารจากกล้วย ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ.2542 ความเป็นมาเริ่มแรก คือ ตั้งต้นตั้งแต่จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยท่านฐิระวัตร กุลละวณิชย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ในขณะนั้น มีนโยบายสนับสนุนให้ชาวบ้านปลูกกล้วยเพื่อบริโภคและจำหน่าย ต่อมาผลผลิตก็ล้นตลาด ราคาตกต่ำ ท่านจึงมีนโยบายมอบหมายให้สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดเข้ามาช่วยเหลือชาวบ้าน โดยส่งกลุ่มสตรีซึ่งเราเป็นประธานอยู่ในขณะนั้นเข้าไปเรียนแปรรูปอาหารจากกล้วยที่สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ไปเรียนแล้วก็กลับมาสอนสมาชิกในกลุ่ม โดยตั้งเป็นกลุ่มสตรีแปรรูปอาหารจากกล้วย เริ่มดำเนินการกันเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน มีสมาชิก 27 คน
พบปัญหา... มาทำครั้งแรกๆ ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ เพราะเราไม่เคยทำ ทำแล้วต้องทิ้งเพราะมันไม่เหมือนที่เรียนมา เราดูตู้อบไม่เป็นบ้าง ปัญหาอื่นบ้าง ตอนแรกเราทำกันเฉพาะกรรมการกลุ่ม 5 – 6 คน ลองผิดลองถูก ทำบ้างหยุดบ้าง ก็ฝึกฝนกันเรื่อยไป พอเริ่มมีคุณภาพแล้วก็ออกตลาด ที่แรกที่เราไปขายคือวันประชุมกำนัน ผู้ใหญ่บ้านที่อำเภอ แต่ขายไม่ค่อยดี คนไม่รู้จัก ครั้งต่อมาก็ไปที่ตลาดที่ข้างศาลากลางจังหวัด ก็ยังขายไม่ดีอีก แต่ก็อดทนทำเรื่อยมา ขายบ้าง แจกบ้าง ให้ลูกค้าลองชิมดู ต่อมามีคนที่รู้จักกันเขาลองเอาไปเสนอขายที่การบินไทย ตอนนั้นเราทำน้อย คุณภาพก็ดี สวยมาก เอาไปให้เขา เขาก็ยินดีรับ แต่แล้วพอเขาสั่งออเดอร์มามาก พอทำจำนวนมาก ก็ทำได้ไม่ดี ไม่มีคุณภาพ พอส่งไป สินค้าถูกตีกลับหมดเลย ต้องเอาไปทิ้งให้ปลากิน แต่ก็ไม่ยอมแพ้ เริ่มทำกันใหม่จนผลิตภัณฑ์มีคุณภาพ สามารถส่งการบินไทยได้ช่วงหนึ่ง ซึ่งตอนนี้ไม่ได้ส่งให้แล้ว เนื่องจากเขามีนโยบายสนับสนุนสินค้ากลุ่มเกษตรหลายๆกลุ่มผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป
ปัญหาที่พบบ่อย... ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง คือ ตลาด คนทำ และวัตถุดิบ ปัญหาที่เจอจะมีผสมปนเปกันไป เช่น บางครั้งตลาดดี แต่ก็เจอปัญหาคนทำไม่ว่าง วัตถุดิบน้อย แต่บางครั้งคนทำว่าง วัตถุดิบมาก แต่ตลาดไม่ดีก็มี เป็นปัญหาที่เราเจอสลับกันไป ซึ่งต้องบริหารจัดการให้ได้ โดยเฉพาะคนทำ ที่นี่เราอยู่กันแบบกลุ่ม ไม่ใช่โรงงาน สมาชิกส่วนใหญ่มีอาชีพหลักคือทำนา ถึงเวลาทำนาก็ไปนาบ้าง มีงานวัดก็ไปช่วยวัดบ้าง อะลุ้มอล่วยกันไป มีธุระก็หยุดได้ มีอยู่ครั้งหนึ่งตลาดไม่รอเรา คือ เขาสั่งมากำหนดวันที่แน่นอนมาเลย พอเราทำตามกำหนดไม่ได้ เขาก็ต่อว่าเรา คือ เราก็ควบคุมคนทำไม่ได้ บางทีเขามีธุระ เขาก็หยุด นี่เป็นปัญหาเหมือนกัน
สิ่งที่ภาคภูมิใจ... ตั้งแต่ทำมาก็มีหลายอย่างที่ทำผ่านมาแล้วก็รู้สึกภาคภูมิใจ คือ เราอยู่แบบชาวบ้านธรรมดา แต่คนทั่วประเทศก็รู้จัก คนนั้น คนนี้ ก็พูดถึงกล้วยจินตนา มีชื่อเสียงโด่งดังกระจายไปทั่วประเทศ มีคนรู้จักเราส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งก็คือ ภูมิใจตรงที่มีสมาชิกแม่บ้านมาทำงานร่วมกัน แต่ละวันจะมีความสุขตรงนี้ ถ้าวันไหนหยุด ก็จะรู้สึกเหงา เรื่องเงินทองนั้นไม่เท่าไร แต่เรามีสินค้าที่มีชื่อเสียงเป็นของพวกเราเอง ตรงนี้คือสิ่งที่เราภาคภูมิใจมาก และอีกส่วนหนึ่ง คือ ตอนนี้ได้ส่งสินค้าให้กับคิงพาวเวอร์ ซึ่งพบกันในงานจำหน่ายสินค้า OTOP ที่เมืองทองธานี คณะกรรมการของเขาเดินชิมไปทั่วงาน พอมาชิมของเรา เขาบอกว่าของเราอร่อยที่สุด เขาถูกใจ แล้วเขาก็มาดูที่กลุ่ม ดูที่ผลิตว่าสะอาดไหม ถูกหลักอนามัยไหม แล้วก็ตกลงใจ สั่งออเดอร์เราเป็นประจำ ตรงนี้ก็เป็นสิ่งที่เราภูมิใจมากอีกส่วนหนึ่ง
ความแตกต่างของผลิตภัณฑ์... คือ กล้วยของเราจะบาง แห้ง และไม่เหนียว เหมือนกล้วยธรรมชาติที่เอามาแปรรูปเลย แต่ที่อื่นจะหนา เหนียว และแฉะ บางรายจะเหมือนมีน้ำตาลเคลือบด้วย สินค้าเราจะแตกต่างจากที่อื่นตรงนี้ ซึ่งลูกค้าจะชอบของเรามากกว่า
วัตถุดิบ...
กล้วยที่ทำกล้วยแผ่นอบได้อร่อยต้องเป็นกล้วยน้ำว้าพันธุ์มะลิอ่อง เนื้อจะนิ่ม เหลือง สวย ลูกใหญ่ กลม บ้านเราไม่มี ส่วนมากจะเป็นกล้วยน้ำว้าแบบไส้เหลืองกับไส้ขาว ซึ่งทำได้เหมือนกัน แต่ถ้าเป็นไส้แดงหรือน้ำว้าเขียวเอามาทำไม่ได้ ทำแล้วกล้วยจะดำ เวลานี้ที่กลุ่มทำ ส่วนมากจะเป็นพันธุ์น้ำว้าไส้เหลืองกับไส้ขาว เอามาจากบ้านหนองคอก อำเภอท่าตะเกียบ ซึ่งชาวบ้านแถวนั้นจะปลูกกันเยอะมาก ส่วนแถวราชสาส์นปลูกกันน้อย มีอยู่ช่วงหนึ่งที่อำเภอสนับสนุนให้ปลูกพันธุ์มะลิอ่อง แต่พอเจอปัญหาน้ำท่วมก็ตายหมด ไม่มีให้ทำ
ปัจจัยที่ทำให้ประสบความสำเร็จ... มีครั้งหนึ่งในโครงการจังหวัดเคลื่อนที่ พัฒนาการจังหวัดในขณะนั้น คือ คุณอำนวย งามวงศ์วาน ได้พูดเรื่องการสนับสนุนตู้อบให้แก่กลุ่มสตรี แต่ให้อำเภออื่น ไม่ใช่อำเภอราชสาส์น พอได้ยินตรงนั้นก็เป็นแรงบันดาลใจว่า ทำยังไงนะจึงจะได้มาให้สมาชิกสตรีในอำเภอราชสาส์นได้ทำกัน เพราะว่างๆกันอยู่ หลังจากนั้นจึงไปหาหัวหน้าอำนวย ท่านถามว่าจะเอาเหรอ ถ้าเอาต้องทำให้ได้นะ ตอนนั้นก็รับปากว่าทำได้ แล้วก็ได้รับการสนับสนุนมาจนถึงทุกวันนี้ ไม่ลืมพระคุณเลย และอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้เดินมาได้จนถึงทุกวันนี้ก็คือ ความที่ใจรัก บางครั้งก็ท้อเหมือนกัน แต่ก็ต้องนึกว่าต้องสู้ เพราะมาถึงขนาดนี้แล้ว คือ ตลาดมันดีแล้ว ทุกอย่างมันพร้อมหมดแล้ว เราจะมาหยุด มาท้อ มาถอย ได้ยังไง ก็เลยเป็นแรงบันดาลใจว่า ฉันต้องทำต่อไป
การสนับสนุน... ก็มีหลายหน่วยงาน ครั้งแรกคือท่านผู้ว่าฯ ฐิระวัตร กุลละวณิชย์ ท่านส่งไปเรียนการแปรรูปกล้วยและให้ตู้อบกล้วยมา ต่อมาก็ได้จากบริษัท อิสวอเตอร์ จำกัด (มหาชน) สนับสนุนตู้อบมาอีก สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดฉะเชิงเทรา และอำเภอราชสาส์น สนับสนุนโต๊ะ อุปกรณ์ขายของ และสนับสนุนเรื่องการบริหารจัดการกลุ่ม ความรู้ด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การตลาด การทำแผนธุรกิจ การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ การประชาสัมพันธ์ การลงทะเบียนและคัดสรร OTOP ทุกครั้ง นายอำเภอชิดชนก ทับแสง สนับสนุนเรื่องบรรจุภัณฑ์ กระทรวงพลังงานสนับสนุนโรงเรือนอบกล้วยเพื่อลดต้นทุนการผลิต กระทรวงสาธารณสุขสนับสนุนเรื่องมาตรฐาน อย. กระทรวงอุตสาหกรรมสนับสนุนเรื่องมาตรฐาน มผช. กระทรวงพาณิชย์สนับสนุนเรื่องการตลาด และที่สำคัญคือสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์สนับสนุนเรื่องความรู้ต่างๆเกี่ยวกับการแปรรูปกล้วยและอนุญาตให้กลุ่มผลิตกล้วยแผ่นอบภายใต้ลิขสิทธิ์ของสถาบันได้
ตลาด... ผลิตภัณฑ์ของเรามีจำหน่ายตามร้านขายของฝากในแปดริ้ว เช่น ร้านตั้งเซ่งจั๊ว ร้านอึ้งมุ่ยเส็ง ร้านคิงส์สโตร์ ร้านปูกะเอ ปั้มน้ำมัน ปตท. ที่อำเภอพนมสารคาม สายพนมสารคาม – ปราจีนบุรี ส่วนจังหวัดอื่นก็มีที่โครงการหลวงดอยคำ จังหวัดชลบุรี อันนี้จำหน่ายภายใต้แบรนด์ของเราเอง ตรา“จินตนา” แต่ที่เราผลิตให้กับบริษัทคิงพาวเวอร์นั้น จะเป็นอีกแบรนด์หนึ่งซึ่งเป็นของคิงพาวเวอร์เอง ตอนนี้เราไม่ค่อยได้ออกงานกิจกรรมต่างๆ แล้ว เนื่องจากว่าต้องเร่งการผลิตให้พอป้อนตลาดที่เรามี จึงไม่ค่อยมีเวลาออกไปร่วมงานกิจกรรมของหน่วยงานต่างๆ ปัจจุบันกลุ่มของเรามีผลิตภัณฑ์ จำนวน 9 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ กล้วยแผ่นอบ จำหน่ายราคา 40 บาท/ถุง น้ำหนัก 180 กรัม หากต้องการซื้อเป็นกล่อง ราคา 50 บาท/กล่อง น้ำหนัก 180 กรัม และมีราคาส่ง 25 บาท/ถุง น้ำหนัก 120 กรัม ลูกค้าจะนำไปขายต่อในราคา 3 ถุง 100 บาท ซึ่งขายดีมาก ส่วนผลิตภัณฑ์อื่น ก็เช่น กล้วยอบ กล้วยตาก กล้วยกรอบรสปาริก้า รสบาร์บีคิว กล้วยกรอบอบงา น้ำพริกเผากล้วย ข้าวเกรียบกล้วย และกล้วย 3 รส
สนใจขอรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อที่...
คุณจินตนา ตันเจริญ ประธานกลุ่มสตรีแปรรูปอาหารจากกล้วย ที่ทำการเลขที่ 36 หมู่ที่ 4 ตำบลบางคา อำเภอราชสาส์น จังหวัดฉะเชิงเทรา โทรศัพท์ 089-9287764 หรือ 084-7789678 หรือที่สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดฉะเชิงเทรา โทรศัพท์ 038-511239 ยินดีรับใช้ครับ...